ความผิดอาญา
- ช่องทางและข้อกฎหมาย: มาตรา 69 พ.ร.ป. กกต.
- ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น: โทษจำคุก และตัดสิทธิ์ทางการเมือง
KEY
POINTS
เมื่อความโปร่งใสมีเครื่องหมายคำถาม
สถานการณ์หลังการเลือกตั้ง 69 กำลังทวีความร้อนแรง เมื่อปมปัญหา "หีบบัตรเทปกาว" ที่ชลบุรี เขต 1 และ "บัตรเขย่ง" ในหลายพื้นที่ กลายเป็นจุดชนวนวิกฤตศรัทธาต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย และ อ.คมสัน โพธิ์คง สองนักวิชาการสะท้อนมุมมองสอดคล้องกันว่า กกต. ชุดนี้กำลัง "นั่งทับอำนาจ" ความล่าช้าในการตัดสินใจคืนวันเลือกตั้งส่งผลให้ปัญหาบานปลาย
แม้จะไม่ถึงขั้น "เลือกตั้งสกปรกปี 2500" ที่มีการโกงแบบโจ่งแจ้ง แต่ความหละหลวมในการกำกับดูแลเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการ กลับเป็นช่องโหว่สำคัญที่ปฏิเสธไม่ได้
มาตรา 69: ดาบสองคมที่จ่อคอ 7 เสือ
อ.คมสัน ชี้เป้า หัวใจสำคัญในการเอาผิด กกต.ตามบรรทัดฐานกฎหมายไปที่ มาตรา 69 ของ พ.ร.ป. ว่าด้วย กกต. ซึ่งมีสถานะเทียบเท่ากับ มาตรา 157 (ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่) ตามประมวลกฎหมายอาญา แต่เข้มข้นกว่าตรงที่เป็นกฎหมายเฉพาะที่ใช้กับองค์กรจัดการเลือกตั้งโดยตรง
โครงสร้างที่บิดเบี้ยว: ปัญหาจากที่มาสู่การปฏิบัติ
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวบุคคลเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ "โครงสร้าง" ที่มาจากการสรรหาโดย สว. ชุดเก่า และกฎหมายที่ปรับเปลี่ยนให้ กกต. ทั้ง 7 คน ทำหน้าที่เพียงวางนโยบาย แล้วโยนงานปฏิบัติให้สำนักงานและเลขาธิการฯ
ความห่างเหินระหว่าง "กรรมการ" กับ "หน้างาน" ทำให้เมื่อเกิดเหตุผิดปกติ เช่น มีบุคคลภายนอกช่วยนับคะแนน หรือเอกสารนับคะแนนถูกทิ้งถังขยะ กกต. จึงไม่สามารถสั่งการเชิงรุก (Proactive) ได้ทันที
ทางออกก่อนลุกลามเป็นโมฆะ
แม้ผู้เชี่ยวชาญจะเชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะไม่กลายเป็น "โมฆะ" ทั้งประเทศเหมือนในอดีต แต่หาก กกต. ยังนิ่งเฉยต่อหลักฐานที่ปรากฏชัดเจน ความเสี่ยงที่จะถูกฟ้องร้องต่อ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ โดยผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งและพรรคการเมืองจะมีสูงมาก
"การนับคะแนนใหม่ในจุดที่มีปัญหา ไม่ใช่การยอมรับผิด แต่คือการรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของคะแนนเสียงประชาชน" คือคำเตือนทิ้งท้ายถึงองค์กรอิสระในยามที่สังคมตั้งคำถามมากที่สุด"
เรียบเรียง : อมรเดช ชูสุวรรณ บรรณาธิการข่าวการเมือง
แหล่งที่มา : คมชัดลึก (คลิก)