posttoday

เลือกตั้ง69 เกมบ้านใหญ่ ภูมิใจไทยนำ ข้ามขั้วหรือเลื่อนเกม

02 มกราคม 2569

บทวิเคราะห์การเมืองไทยก่อนเลือกตั้ง 8 ก.พ.2569 เมื่อ “ภูมิใจไทย” ถูกคาดหมายขึ้นแท่นพรรคอันดับหนึ่ง ท่ามกลางเกมจัดตั้งรัฐบาลข้ามขั้ว และเงื่อนไขพิเศษที่อาจทำให้วันเลือกตั้งไม่เกิดขึ้นจริง

KEY

POINTS

  • พรรคภูมิใจไทยถูกคาดการณ์ว่าจะเป็นพรรคอันดับหนึ่งในการเลือกตั้งปี 2569 โดยอาจได้ ส.ส. ถึง 120-150 ที่นั่ง จากยุทธศาสตร์ "บ้านใหญ่" ที่แข็งแกร่ง
  • มีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดรัฐบาลข้ามขั้ว นำโดยพรรคภูมิใจไทยร่วมกับพรรคเพื่อไทยและพรรคกล้าธรรม ในขณะที่พรรคประชาชนอาจต้องกลับไปเป็นฝ่ายค้าน
  • มีการตั้งข้อสังเกตว่าการเลือกตั้งอาจไม่เกิดขึ้นตามกำหนดในวันที่ 8 ก.พ. 2569 โดยอาจมีการใช้กลไกพิเศษเพื่อจัดตั้งรัฐบาลเฉพาะกาล อ้างเหตุผลด้านเศรษฐกิจและความมั่นคง

วิเคราะห์การเมืองไทยก่อนเลือกตั้ง 2569 : เกมอำนาจที่ยังไม่ปิดฉาก

ตอนที่ 1 : ภูมิใจไทยกับยุทธศาสตร์ “บ้านใหญ่” ครองเกมเลือกตั้ง

การประเมินสถานการณ์เลือกตั้งล่วงหน้าโดย ศาสตราจารย์ ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ ประธานสถาบันการสร้างชาติ (NBI) สะท้อนภาพการเมืองไทยที่กำลังเคลื่อนเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ โดยเฉพาะบทบาทของ พรรคภูมิใจไทย ซึ่งถูกคาดหมายว่าจะก้าวขึ้นเป็นพรรคอันดับหนึ่งในการเลือกตั้งที่คาดว่าจะมีขึ้นวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569

ดร.เกรียงศักดิ์ ประเมินว่า ภูมิใจไทยอาจคว้าที่นั่ง ส.ส.เขตได้ราว 120–140 ที่นั่ง และบวกกับบัญชีรายชื่ออีกประมาณ 10 ที่นั่ง ส่งผลให้ยอดรวมอาจแตะระดับ 120–150 ที่นั่ง ปัจจัยสำคัญไม่ได้อยู่ที่กระแสอุดมการณ์ หากแต่อยู่ที่ยุทธศาสตร์ “บ้านใหญ่” การดึงเครือข่ายท้องถิ่นและกลุ่มอิทธิพลพื้นที่เข้ามาอยู่ในโครงสร้างพรรคอย่างเป็นระบบ

ในมุมมองนักวิชาการ เกมเลือกตั้งไทยยังคงเป็นสนามที่ “คนมีของ” ได้เปรียบ พรรคที่มีทรัพยากร เครือข่าย และความพร้อมในการบริหารจัดการพื้นที่ย่อมครองความได้เปรียบ ขณะที่ภูมิใจไทยถูกมองว่าเป็นพรรคที่ “ใจถึง พึ่งได้” ทั้งในสายตานักการเมืองท้องถิ่นและกลุ่มผลประโยชน์เชิงโครงสร้าง

ตอนที่ 2 : พรรคอื่นถอย เกมจัดตั้งรัฐบาลข้ามขั้วเด่นชัด

ขณะที่ภูมิใจไทยขยับขึ้น พรรคการเมืองหลักอื่นกลับถูกประเมินว่ามีแนวโน้มได้ที่นั่งลดลง โดย พรรคประชาชน อาจได้ราว 95–120 ที่นั่ง แม้ยังรักษาฐานแฟนพันธุ์แท้ได้ แต่สูญเสียคะแนนจากกลุ่ม “สวิงโหวต” อันเป็นผลจากความผิดพลาดทางยุทธศาสตร์และการสื่อสารทางการเมือง

ด้าน พรรคเพื่อไทย ถูกคาดหมายว่าจะร่วงลงมาอยู่อันดับสาม ด้วยจำนวนที่นั่งราว 80–105 ที่นั่ง หลังเสียฐานบ้านใหญ่จำนวนมากให้กับภูมิใจไทย แม้พยายามปรับภาพลักษณ์ ดึงคนรุ่นใหม่จากตระกูลการเมืองเข้ามาเสริมทัพ แต่ยังไม่เพียงพอจะทวงคืนพื้นที่เดิม

ตัวแปรสำคัญคือ พรรคกล้าธรรม ซึ่งอาจได้ 30–50 ที่นั่ง และกลายเป็นฟันเฟืองหลักในสมการจัดตั้งรัฐบาล ภาพที่ ดร.เกรียงศักดิ์ ชี้ให้เห็นคือ ความเป็นไปได้สูงของรัฐบาลข้ามขั้ว “น้ำเงิน–แดง–กล้าธรรม” โดยมีภูมิใจไทยเป็นแกนนำ

นักวิชาการรายนี้ถึงกับเปรียบเปรยว่า “ฟ้าผ่า 5 ครั้งยังง่ายกว่า” ที่สีส้มจะจับมือกับสีแดงในรอบหน้า เนื่องจากเพื่อไทยได้ปรับตัวเป็นพรรคแนวอนุรักษนิยมใหม่ เพื่อความปลอดภัยทางการเมือง ขณะที่พรรคประชาชนมีแนวโน้มต้องกลับไปทำหน้าที่ฝ่ายค้านอีกครั้ง ร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์

วันเลือกตั้งไม่แน่นอน กับเงื่อนไขนอกสมการ

ประเด็นที่แหลมคมที่สุดในบทวิเคราะห์นี้ คือข้อสงสัยว่า การเลือกตั้งจะเกิดขึ้นจริงในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 หรือไม่ ดร.เกรียงศักดิ์ ตั้งคำถามบนฐาน “เหตุผลของชาติ” ทั้งภาวะเศรษฐกิจที่ถูกมองว่ากำลังถดถอยรุนแรง และความเสี่ยงของรัฐบาลผสมที่ไร้เสถียรภาพ

หากการเลือกตั้งถูกมองว่าไม่สามารถนำไปสู่รัฐบาลที่แก้ปัญหาได้จริง อาจเกิดการหาทางออกผ่านกลไกพิเศษตามรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะการอ้างอิง “มาตรา 5” เพื่อจัดตั้งรัฐบาลเฉพาะกาลหรือรัฐบาลพิเศษ ซึ่งถูกมองว่าเป็น “มุมมุดทางกฎหมาย” ที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติมากกว่าการรัฐประหารแบบเดิม

ในสายตานักวิชาการ การเมืองไทยจึงไม่ต่างจาก “การพายเรือในอ่าง” หากยังใช้สูตรอำนาจแบบเดิม ผลลัพธ์ที่ได้อาจเป็นเพียงรัฐบาลที่ไร้ประสิทธิภาพ ไม่สามารถพาประเทศหลุดพ้นจากวิกฤตเศรษฐกิจ สังคม และความเชื่อมั่นได้

 เลือกตั้ง 2569 จึงไม่ใช่เพียงการแข่งขันชิงที่นั่ง แต่คือเกมกำหนดทิศทางประเทศ ภูมิใจไทยถูกวางบทบาทผู้นำเกม ขณะที่วันเลือกตั้งเองยังเป็นคำถามใหญ่ ว่าจะเดินหน้า หรือเลี้ยวออกนอกสมการเดิมอีกครั้ง

เรียบเรียง : อมรเดช ชูสุวรรณ บรรณาธิการข่าวการเมือง 
แหล่งที่มา : รายการคมชัดลึก (คลิ๊กชม)

ข่าวล่าสุด

เลือกตั้ง69 : ยศชนัน-จุลพันธ์ ลุย พ.ร.บ.อากาศสะอาด ชูสุขภาพดันศก.