การค้า+การทหาร : เมื่อ “ฐานทัพ” อาจเป็นเงื่อนไขเจรจาภาษีทรัมป์
ถอดรหัส "ข้อตกลงมะนิลา" และรากฐานความร่วมมือมั่นคงไทย-สหรัฐฯ: จากสงครามเย็นสู่ยุคใหม่ เมื่อประเด็นความมั่นคงอาจถูกพ่วงกับเงื่อนไขการเจรจาการค้า
การเจรจาการค้าเพื่อลดภาษีระหว่างสหรัฐอเมริกาและประเทศพันธมิตรต่าง ๆ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีปัจจัยหลายอย่างที่อาจเป็นอุปสรรคในการบรรลุข้อตกลง โดยเฉพาะเงื่อนไขด้านความมั่นคง ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งในการกำหนดทิศทางความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเหล่านี้ โดยการตั้งข้อเสนอและเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและความมั่นคงอาจนำมาซึ่งความตึงเครียดหรือการตอบโต้ทางการค้าจากประเทศอื่น ๆ
สำหรับกรณีของไทยในช่วงการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ ประเด็นทางด้านความมั่นคงมีบทบาทสำคัญที่ไม่สามารถมองข้ามได้ โดยเฉพาะกรณีที่ นายสุทิน วรรณบวร อดีตผู้สื่อข่าวสำนักข่าวต่างประเทศ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Sutin Wannabovorn ระบุว่า...
มีข่าวว่าสิ่งหนึ่งที่ ทรัมป์ตั้งเงื่อนไขต่อกับภาษีการค้า!!คือการขอใช้ "#ฐานทัพเรือทับละมุ" ที่ จ.พังงา เพื่อเป็นยุทธศาสตร์ถ่วงดุลอำนาจทางเรือกับจีน จริงหรือไม่ทางรัฐบาลต้องตอบคนไทย!!
เรื่องนี้ เป็นประเด็นที่ถูกจับตามากขึ้น เนื่องจากประเทศไทยถือเป็นพันธมิตรทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญของสหรัฐฯ ซึ่งมีรากฐานจากข้อตกลงมะนิลา (Manila Pact) และภายใต้กรอบความร่วมมือ SEATO ที่มีมาตั้งแต่สงครามเย็น ข้อตกลงเหล่านี้เป็นตัวกำหนดพันธกิจร่วมกันในด้านความมั่นคง โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และในปัจจุบันยังคงเป็นแนวทางความร่วมมือด้านความมั่นคงของสหรัฐฯ กับไทย
กำเนิด SEATO: เกราะป้องกันคอมมิวนิสต์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ข้อตกลงมะนิลาถูกลงนามเมื่อวันที่ 8 กันยายน ค.ศ. 1954 (พ.ศ. 2497) ณ กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อต่อต้านการขยายตัวของลัทธิคอมมิวนิสต์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นภัยคุกคามสำคัญในยุคสงครามเย็น สมาชิกผู้ก่อตั้ง 8 ประเทศได้แก่ สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ปากีสถาน ฟิลิปปินส์ และ ประเทศไทย โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร
วัตถุประสงค์หลักของข้อตกลงมะนิลาครอบคลุมมิติสำคัญ:
-การป้องกันร่วมกัน: หากประเทศสมาชิกใดถูกโจมตีด้วยกำลังอาวุธ ประเทศภาคีที่เหลือจะถือว่าเป็นการรุกรานต่อประเทศสมาชิกทั้งหมด และจะปฏิบัติการตอบโต้เพื่อเผชิญหน้ากับอันตรายร่วมกัน โดยยึดหลักมติเอกฉันท์ของประเทศสมาชิก
-การต่อต้านคอมมิวนิสต์: เป็นกลไกในการสกัดกั้นการแพร่ขยายอิทธิพลของคอมมิวนิสต์ในภูมิภาค ซึ่งเป็นภัยคุกคามหลักในยุคสงครามเย็น
-ความร่วมมือทางเศรษฐกิจและสังคม: แม้จะเน้นด้านความมั่นคง แต่ข้อตกลงก็มีวัตถุประสงค์ในการส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจและสังคมในภูมิภาคด้วย
ผลพวงต่อความสัมพันธ์ไทย-สหรัฐฯ: รากฐานของพันธมิตร
การเข้าร่วมข้อตกลงมะนิลาและการเป็นสมาชิก SEATO มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและสหรัฐอเมริกา
-การเป็นพันธมิตรทางยุทธศาสตร์: ข้อตกลงนี้ทำให้ไทยกลายเป็นพันธมิตรที่สำคัญของสหรัฐฯ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในช่วงสงครามเย็น สหรัฐฯ มองว่าการรักษาเอกราชและบูรณภาพของไทยเป็นสิ่งสำคัญยิ่งต่อผลประโยชน์ของสหรัฐฯ และต่อสันติภาพของโลก
-การรับประกันความมั่นคง: ไทยได้รับการรับประกันความมั่นคงจากสหรัฐฯ ภายใต้กรอบของ SEATO ซึ่งรวมถึงการตอบโต้การรุกรานที่อาจเกิดขึ้นกับไทย
-ความช่วยเหลือทางทหารและเศรษฐกิจ: การเป็นพันธมิตรนำมาซึ่งความช่วยเหลือทางทหารและเศรษฐกิจจากสหรัฐฯ ซึ่งมีส่วนสำคัญในการพัฒนาประเทศในช่วงเวลาดังกล่าว
SEATO สิ้นสุด...แต่ความร่วมมือยังคงอยู่
แม้ SEATO จะยุติบทบาทลงอย่างเป็นทางการในวันที่ 30 มิถุนายน ค.ศ. 1977 เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ทางการเมืองในภูมิภาคและโลก เช่น การปรับความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และจีน ชัยชนะของฝ่ายคอมมิวนิสต์ในอินโดจีน และการถอนทหารของสหรัฐฯ แต่รากฐานความสัมพันธ์ทางความมั่นคงระหว่างไทยและสหรัฐฯ ที่ก่อตั้งขึ้นจากข้อตกลงนี้ยังคงดำเนินต่อไปในรูปแบบอื่น ๆ
ประเทศไทยยังคงเป็น พันธมิตรนอก NATO (Non-NATO Ally) ของสหรัฐฯ และมีการปฏิบัติการทางทหารร่วมกับสหรัฐฯ มาแล้วหลายปฏิบัติการ ความร่วมมือที่สำคัญและเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางคือ
การฝึก Cobra Gold ซึ่งเป็นการฝึกซ้อมร่วมนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดนอก NATO นอกจากนี้ ไทยยังให้ความร่วมมือกับสหรัฐฯ ในปฏิบัติการที่สำคัญและบางครั้งก็ลึกลับซับซ้อน เช่น กรณีการจับกุมตัวฮัมบาลี ริดวน อิซามุดดิน แกนนำเครือข่ายก่อการร้ายเจมาห์ อิสลามมิยาห์ ที่จังหวัดอยุธยาในปี 2003 และการส่งตัวให้ทางการสหรัฐฯ หรือกรณีการจับกุมตัววิกตอร์ บูท พ่อค้าอาวุธรายใหญ่ชาวรัสเซียส่งให้สหรัฐฯ ความร่วมมือเหล่านี้ไม่เพียงแต่เปิดเผย แต่ยังรวมถึงด้านไซเบอร์ การต่อต้านยาเสพติด และความร่วมมือที่ดีในอดีตในสงครามต่างๆ เช่น สงครามเกาหลีและเวียดนาม รวมทั้งสงครามอ่าว เปอร์เชียด้วย
ความท้าทายในปัจจุบัน: การถ่วงดุลอำนาจและการเลือกข้าง?
ท่ามกลางบริบทของการแข่งขันเชิงอำนาจระหว่างสหรัฐฯ และจีนในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก หนึ่งในประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ จะขอใช้ "ฐานทัพเรือทับละมุ" ที่จังหวัดพังงา เพื่อเป็นยุทธศาสตร์ถ่วงดุลอำนาจทางเรือกับจีน ท่าเรือทับละมุตั้งอยู่ในทำเลทางยุทธศาสตร์สำคัญบริเวณทะเลอันดามัน ทำให้สหรัฐฯ มองว่าสามารถเพิ่มอำนาจทางทะเลเพื่อถ่วงดุลอิทธิพลของจีนได้
นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้กล่าวถึงเงื่อนไขที่ไม่เกี่ยวข้องกับด้านเศรษฐกิจ เช่น ความมั่นคง ว่ายังอยู่ระหว่างการหารือ และแสดงความกังวลว่าหากไทยเสนอประเด็นด้านความมั่นคง อาจทำให้จีนตอบโต้ด้วยการขึ้นภาษีกับไทยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม นายพิชัยมองว่าเรื่องนี้ยังไม่น่ากังวล เนื่องจากไทยยังไม่ได้ใช้ประเทศใดเป็นเงื่อนไขในการเจรจากับสหรัฐฯ
ขณะที่ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย รักษาราชการแทนนายกฯ ยืนยันหลักการที่จะต้องดูแลอธิปไตยของประเทศและความเหมาะสมถูกต้อง และกล่าวว่าไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดทั้งหมดได้เนื่องจากเป็นเรื่องความมั่นคง โดยระบุว่าผู้นำสหรัฐฯ ได้เลือกเงื่อนไขในการเจรจาที่แตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ และไทยก็มีในทุกกรณี
คำตอบที่ยังไร้บทสรุป
การเจรจาการค้าเรื่องภาษีทรัมป์ของไทย อาจพบกับอุปสรรคหากความมั่นคงกลายเป็นเงื่อนไขหลักในการเจรจาจริง หากมีข้อเสนอที่เกี่ยวข้องกับการใช้ฐานทัพในไทยเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การถ่วงดุลอำนาจกับจีน การที่ประเทศไทยถูกกดดันให้ยอมรับเงื่อนไขทางทหารในข้อตกลงการค้าอาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างไทยกับประเทศอื่น ๆ โดยเฉพาะจีน ที่อาจใช้การขึ้นภาษีหรือมาตรการทางการค้าตอบโต้หากเห็นว่าไทยพึ่งพาความช่วยเหลือจากสหรัฐฯ มากเกินไป
อีกทั้งยังมีปัญหาความละเอียดอ่อนของนโยบายการเมืองภายในไทยที่เกี่ยวข้องกับอธิปไตยและการรักษาความมั่นคงของประเทศ ซึ่งต้องคำนึงถึงความเหมาะสมในการเจรจาเพื่อไม่ให้เกิดความเสี่ยงทางด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ นอกจากนี้ การรักษาสมดุลระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจและความมั่นคงภายในประเทศก็เป็นความท้าทายที่สำคัญ
ดังนั้น ความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงระหว่างสหรัฐฯ และไทย จึงไม่เพียงแต่เป็นเรื่องของการป้องกันประเทศ แต่ยังเกี่ยวข้องกับการเจรจาทางการค้าด้วย ข้อเสนอต่าง ๆ ที่เชื่อมโยงกับการให้ความช่วยเหลือด้านความมั่นคงอาจกลายเป็นอุปสรรคที่ทำให้การเจรจาต่อรองล่าช้าและยากขึ้น ในขณะที่ทั้งสองประเทศยังคงมองถึงผลประโยชน์ระยะยาวที่ต้องการรักษาไว้ในบริบทของการแข่งขันระหว่างมหาอำนาจในภูมิภาค


