posttoday
วาระเร่งด่วน คือ เตรียมรับแรงกระแทกรอบด้านทางเศรษฐกิจ

วาระเร่งด่วน คือ เตรียมรับแรงกระแทกรอบด้านทางเศรษฐกิจ

23 มิถุนายน 2568

เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญแรงกระแทกรอบด้าน ทั้งจากปัจจัยภายในและวิกฤตโลก ขณะที่รัฐบาลยังมุ่งแก้ปัญหาทางการเมืองมากกว่าวางแผนรับมือเศรษฐกิจอย่างจริงจัง

การเมืองเดือด หลังการลาออกจากการร่วมรัฐบาลของพรรคภูมิใจไทย และการวางระเบิดคลิปลับนายกกับฮุนเซนจนมีเสียงเรียกร้องให้ นายกรัฐมนตรีลาออก หรือ ยุบสภา แต่ ทางพรรคเพื่อไทยตัดสินใจเด็ดเดี่ยวว่า จะเดินหน้าต่อ นำมาสู่การปรับ คณะรัฐมนตรี  ซึ่งตลอดหลายวันที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ ยังไม่มีความชัดเจนว่า โฉมหน้าคณะรัฐมนตรีแพทองธาร 2 จะออกมารูปโฉมใด  จะสามารถสร้างความเชื่อมั่นได้หรือไม่

 

แต่วันนี้ สังคมไทยกำลังเผชิญปัญหาจากหลายด้าน โดยเฉพาะ ปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ ที่นับวันจะมีปัจจัยลบรุมเร้าเข้ามาไม่หยุดหย่อน เดิมที เศรษฐกิจไทยเผชิญปัญหา จากภาวะอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ หรือ GDP เติบโตต่ำ อยู่ก่อนแล้ว นับจากปัญหาผลกระทบจากการระบาดของโรคร้ายไวรัสโควิด-19  ที่กระทบการเติบโตของไทยตกต่ำ จนถึงปัจจุบัน ประเทศไทยยังไม่สามารถฟื้นเศรษฐกิจกลับมาเติบโตในระดับที่เหมาะสมได้

 

การบริหารงานของรัฐบาลเพื่อไทยนับตั้งแต่การเลือกตั้ง 67 ที่ผ่านมา ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี 2 คน ระยะเวลาเกือบ 2 ปี แม้จะมีความพยายามในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ออกมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อ ผ่านโครงการแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท จำนวน 2 รอบ ใช้เงินกว่า 1.8 แสนล้านบาท โดยหวังว่า จะเป็นพายุหมุนกระตุ้นเศรษฐกิจจำนวนหลายรอบ

ผลของการเดินนโยบายกลับไม่เป็นดังคาด แรงส่งของเม็ดเงินที่เติมเข้าไปในระบบ กลับไม่ช่วยกระเตื้องเศรษฐกิจขึ้นมาได้เลย ดังโยนก้อนหินลงแม่น้ำ สร้างแรงกระเพื่อมได้เล็กน้อยก่อนจมหายสู่ก้นบึ้ง ด้วยเหตุปัจจัยพื้นฐานของเศรษฐกิจไทยที่กำลังเผชิญกับปัญหากับดักหนี้  ทั้งหนี้ครัวเรือน และ หนี้ภาครัฐที่กำลังเป็นข้อจำกัดในการเพิ่มแรงลงทุนแรงกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่ ฯลฯ

 

โครงการแจกเงิน 10,000 บาท หวังให้ประชาชนจับจ่ายกระตุ้นการผลิตไม่เกิด เพราะ ประชาชนนำเงินไปใช้หนี้เดิมส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่ง กอดเงินเก็บเงินไว้เพราะไม่แน่ใจไม่มั่นใจกับอนาคต ผลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจจึงไม่เกิดขึ้น

 

มาวันนี้ ความไม่มั่นใจยิ่งซ้ำเติมหนักเพิ่มขึ้น จากความไม่แน่นอนทางการเมือง การปรับคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ จะสร้างความเชื่อมั่นกลับมาได้หรือไม่  หากดูจากรายชื่อที่ปรากฎ ส่วนใหญ่ยังเป็นรายชื่อเดิมๆ มีเพิ่มเติมเข้ามา ก็น่าหนักใจ ภาพลักษณ์ที่ปรากฏดูเหมือนไม่สามารถสร้างแรงว้าว  มองการปรับครม. เป็นเพียงการแก้โจทย์ปัญหาการเมืองเป็นหลัก  ต้องการอุ้มนายกแพทองธารให้ผ่านวิกฤตความเชื่อมั่นไปให้ได้ เป็นการแก้ปัญหาระยะสั้น ไม่ได้มองโจทย์ปัญหาระยะยาวของประเทศ

แม้นว่าการปรับคณะรัฐมนตรีจะผ่านไปได้  แต่ประชาชนจะมั่นใจได้อย่างไรว่าจะไม่เกิดปัญหาขึ้นมาอีก เพราะในอีกด้านหนึ่ง การโจมตีที่ใช้ นิติสงคราม ก็สาดใส่นายกรัฐมนตรีอีกระลอก ไม่ว่าจะเป็นการแจ้งความกระทำผิดกฎหมายอาญา หมวดความมั่นคงแห่งรัฐ การยื่นถอดถอน พร้อมให้ หยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวของ กลุ่ม สว.สายสีน้ำเงิน ที่ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ และยังมี นักร้อง อีกหลายคนที่พาเหรดยื่น ป.ป.ช. และ กกต.กันชุลมุนวุ่นวาย

 

วันนี้ปัญหาเศรษฐกิจไทยหนักหน่วงยิ่ง สิ่งที่กำลังจะเผชิญยิ่งน่าหวาดวิตก ปัญหาจากผลกระทบมาตรการกำแพงภาษีของ รัฐบาลสหรัฐโดย ประธานาธิบดีทรัมป์ ยังไม่มีทางออกยังไม่มีกำหนดวันเจรจาหาทางออก ทรัมป์ กลับสร้างปัญหาใหญ่ขึ้นมาซ้ำเติมอีก ด้วยการจุดชนวนโจมตีอีหร่านโดยตรง ทำให้ความกังวลว่าสงครามในตะวันออกกลางจะขยายตัว  อีหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นทันที ยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์ทางเศรษฐกิจซ้ำ  ต้นทุนของผู้ประกอบการจะสูงขึ้นขนาดไหน จะกระทบกับกำลังการผลิตของประเทศเพียงใด ในขณะนี้ยังยากคาดการณ์

 

วันนี้ภาคธุรกิจ แห่ขายสินทรัพย์ เริ่มตัดบริษัทย่อยออก หวังลดทุน ลดค่าใช้จ่าย ตุนสภาพคล่องไว้เตรียมรับมือวิกฤติ (การรายงานข่าวของกรุงเทพธุรกิจ)  วันนี้ ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา เริ่มเพิ่มความตึงเครียดมากขึ้น มาตรการปิดแดน  แบนสินค้าถูกนำมาใช้  ผลกระทบเกิดขึ้นกับธุรกิจและประชาชนทันที....ฯ

 

สัญญาณเหล่านี้เป็นปัญหาใหญ่ ล้วนแต่กำลังบ่งบอกว่าที่ประเทศไทยกำลังจะเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจ  แล้ว รัฐบาลกำลังทำอะไร  เรายังไม่เห็นความตระหนัก และ ความกระตือรือร้นในการเตรียมการรับมือกับปัญหาเหล่านี้  แม้ว่ารัฐมนตรีคลังจะออกมาพูดถึง แต่การระดมสมองเพื่อรับมือกับปัญหายังไม่เกิดขึ้น ในคราวปัญหาผลกระทบจาก มาตรการกำแพงภาษีของ ปธน.ทรัมป์ รัฐบาลพยายามจะรับมือ  ยอมกลืนเลือดไม่เดินหน้าโครงการแจกเงิน 10,000 บาท หวังนำเงินมากระตุ้นเศรษฐกิจ กวาดไปกวาดมาได้มากกว่า 1.57 แสนล้าน แต่

 

การจัดทำโครงการเรากลับไม่เห็นยุทธศาสตร์ในการรับมือกับปัญหาที่จะเกิดขึ้น รัฐบาลยังใช้วิธีการแบบเดิม ที่ปล่อยให้กระทรวงต่างๆ เสนอโครงการ โดยวางกรอบเรื่อง จ้างงาน เรื่องแก้ปัญหาน้ำ เรื่องโครงสร้างพื้นฐาน ฯ  รัฐบาลละเลยข้อเสนอของธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ให้เจาะจงปัญหาที่ได้รับผลกระทบจาก มาตรการภาษีทรัมป์อย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะ ผู้ประกอบการ SMEs

 

การจัดทำงบกระตุ้นเศรษฐกิจถูกนินทาว่า เป็นงบเพื่อใช้ในการสร้างคะแนนนิยมให้กับกลุ่มการเมืองมากกว่าการแก้ปัญหา เสมือนเตรียมการสำหรับการเลือกตั้งครั้งใหม่มากกว่า

 

ถึงวันนี้ ปัญหาที่ซ้ำเติมเข้ามาต่อระบบเศรษฐกิจไทย น่าเป็นห่วงยิ่ง  แต่  รัฐบาล  พรรคการเมืองยังก้มหน้าก้มตาแก้ปัญหาเอาตัวรอดทางการเมือง หาทางรักษาตำแหน่ง รักษาเก้าอี้  ประชาชนคนไทยคงต้องเตรียมตัวเตรียมใจ รับมือ รับแรงกระแทกทางเศรษฐกิจกันให้ดี  ถึงวันนี้ คงบอกได้เพียงว่า ช่วยเหลือตัวเองให้มากที่สุด

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ