ให้กำลังใจและช่วยกัน

  • วันที่ 11 ก.พ. 2562 เวลา 10:30 น.

ให้กำลังใจและช่วยกัน

เรื่อง ทองพระราม

ไพ่แต่ละหน้าโดยเฉพาะบัญชีรายชื่อนายกรัฐมนตรีของแต่ละพรรคการเมือง เปิดออกมาแบบไม่มีกั๊ก จากนี้การเมืองไทยจะเริ่มทวีความเข้มข้นอย่างไร้ข้อกังขา เนื่องด้วยแต่ละพรรคต่างงัดนโยบายเกี่ยวข้องกับปากท้องประชาชนมาเป็นตัวชูโรง

นับจากนี้เหลือระยะเวลาอีกไม่กี่วัน จะเข้าสู่การใช้อำนาจของประชาชนอย่างแท้จริง ในการเข้าคูหาลงคะแนนให้กับพรรคการเมืองที่รัก นักการเมืองที่ชอบ ให้เป็นตัวแทนเข้ามาทำหน้าที่ในการบริหารประเทศแทนปวงชนชาวไทย

แม้ภาพรวมขณะนี้พรรคการเมืองต่างๆ ไม่คิกออฟกันมากนัก เมื่อเทียบกับการหาเสียงเลือกตั้งที่ผ่านๆ มา เนื่องด้วยกฎระเบียบต่างๆ ซึ่งปรากฏออกมาค่อนข้างเข้มข้น หรือเรียกให้เข้าใจได้ง่ายว่า กระดิกตัวแทบไม่ได้ ยิ่งเฉพาะการใช้พื้นที่โซเชียลมีเดีย

โดยต้องยอมรับว่ากลไกดังกล่าวถือว่ามีบทบาทสำคัญในโลกที่กำลังกระโดดก้าวไกลไปอย่างไร้พรมแดน เพราะไม่จำเป็นต้องจัดเวทีหาเสียงให้ใหญ่โตเอิกเกริกอีกต่อไป เพราะสามารถส่งตรงเข้าถึงประชาชนได้เพียงไปปรากฏอยู่บนหน้าจอมือถือ

หากเทียบภาพให้เห็นชัดๆ สมัยก่อนต้องตีร้องป่าวประกาศให้ประชาชนมาร่วมรับฟังตามสถานที่ที่นัดหมายเอาไว้ แต่ว่าเวลานี้แค่เพียงล้วงกระเป๋าแล้วหยิบโทรศัพท์ ก็สามารถติดตามโดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง หรือไปเบียดเสียดยัดเยียดแออัด

จึงนับว่าเป็นข้อดีหลายประการสำหรับประชาชน แต่อีกมุมก็ถือเป็นงานยากของพรรคการเมืองเพราะต้องคอยระแวดระวัง เพราะอาจสุ่มเสี่ยงให้ถูกยื่นร้องเรียนและต้องความว่ากระทำระเบียบและกฎหมายได้ อีกทั้งการจับตัวก่อการหรืออวตาร

ก็ยังเป็นข้อที่ทำให้เกิดความกังวลโดยเฉพาะสำหรับตัวเจ้าหน้าที่ในการติดตามตัวมารับโทษทางกฎหมาย เพราะคนทำบางทีอาจไม่จำเป็นต้องอยู่ในประเทศ หากเป็นเช่นนี้การจะนำตัวกลับมาลงโทษทางกฎหมายไทย ยังต้องผ่านขั้นตอนกฎหมายระหว่างประเทศ

ทั้งหมดจึงเป็นเรื่องยากที่หลายพรรคการเมืองกังวล หรือแม้กระทั่งตัว กกต.เองในปมปัญหานี้ ซึ่งทางออกที่ กกต.ให้พรรคดำเนินการ คือ แจ้งว่าจะใช้ช่องทางไหน อะไรบ้าง ระยะเวลา เพื่อจำกัดวงของพวกกลุ่มที่ไม่พึงประสงค์เข้ามาก่อกวนบรรยากาศเลือกตั้ง

ท่ามกลางปัญหาตรงนี้นับเป็นการบ้านให้กับ กกต.ว่าจะสามารถจำกัด ควบคุม หรือป้องกันไม่ให้เกิดประเด็นตามหลายฝ่ายกังวลได้อย่างมีประสิทธิภาพมากน้อยแค่ไหน แต่ต้องเข้าใจว่าหลายบริบททางกฎหมายหรือระเบียบต่างๆ นั้นถูกเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมากพอสมควร ซึ่งเรียกว่านับหนึ่งใหม่เลยก็ว่าได้ เพื่อหาจุดอ่อน ก่อนมาหามาตรการปิดช่องโหว่ให้เกิดความครบถ้วนสมบูรณ์แบบ จึงต้องให้กำลังใจ กกต.กับการทำงานท่ามกลางช่วงเปลี่ยนผ่านประเทศ

จึงเรียกว่าก้าวไปสู่โฉมหน้าใหม่ของไทยในการขับเคลื่อนจากหล่มปัญหาการเมืองเก่าๆ ดังนั้น จึงไม่ใช่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเท่านั้นที่ต้องทำ แต่หมายถึงประชาชนทุกคนไม่ว่าภาครัฐ ภาคเอกชน ในการช่วยดึงประเทศกลับมาสู่บนถนนทางเรียบให้เดินต่อสะดวกโยธิน

เมื่อทุกก้าวย่างสำคัญ จึงไม่ใช่เวลาจะโยนให้ใครต้องรับผิดอยู่ฝ่ายเดียว หากแต่ควรช่วยกันเดินฝ่าพร้อมหารอยรั่ว แล้วอุดมันไว้อย่างถาวร เพื่ออนาคตของประเทศที่กำลังรออยู่ ซึ่งไม่ไกลจากความจริงแค่เพียงอึดใจเท่านั้น