เลือกตั้งครั้งถล่มทลาย

  • วันที่ 14 มี.ค. 2562 เวลา 10:00 น.

เลือกตั้งครั้งถล่มทลาย

เรื่อง ณ กาฬ เลาหะวิไลย

การเลือกตั้งในเดือน มี.ค.นี้ ดูบรรยากาศแล้วเหมือนกับจะมีการใช้สิทธิกันอย่างล้นหลาม

นับตั้งแต่คนรุ่นใหม่ที่ผ่านวัย 18 ปี และเพิ่งมีสิทธิเลือกตั้งเป็นครั้งแรก ก็ปาเข้าไป 5.6 ล้านคนเข้าไปแล้ว

ทั้งหมดไม่นับคนรุ่นเก่า คนที่เคยเลือกตั้ง เคยใช้สิทธิดั้งเดิม ก็จะออกมาเลือก กาบัตรกันอย่างคึกคัก

คนรุ่นใหม่และคนรุ่นเก่านี่แหละ จะทำให้การเลือกตั้งมาใช้สิทธิถล่มทลาย

สำหรับคนรุ่นใหม่ แน่นอนว่าการมาใช้สิทธิก็เพื่อแสดงตน แสดงสัญลักษณ์ที่ต้องการเลือกพรรค เลือกคนที่ตัวเองเห็นว่าดี

จะเลือกใคร เลือกพรรคไหน ก็อยู่ที่เนื้อหาสาระ การทำให้คนรุ่นนี้ชอบ

คนรุ่นนี้ยังไม่มีอดีต ยังไม่มีภาพจำทางการเมือง และมักมีความคิดที่แตกต่างจากคนรุ่นเดิมๆ เป็นพื้นฐาน เป็นตัวของตัวเอง

จะไปบอก จะไปชักจูงอย่างไร ถ้าไม่เอาก็เป็นไม่เชื่อ แต่หากเชื่อแล้วก็เชื่อเลย ประมาณนั้น

ส่วนคนรุ่นเก่า คนที่มีสิทธิเลือกตั้ง คราวนี้คงเป็นเวทีประลองสำคัญ

เพราะคนรุ่นที่เคยเลือกตั้ง มีอดีต มีปัจจุบัน สะสมกันอยู่ครบครัน

ทั้งในแง่การชอบ หรือไม่ชอบการบริหารประเทศของรัฐบาลชุดนี้ ทั้งในแง่การรับรู้ถึงปัญหาที่เคยเกิดขึ้นในบ้านเมืองนับตั้งแต่อดีต

การตัดสินใจของคนรุ่นเก่า คนหน้าเดิม จึงมีข้อมูลที่พร้อม อดีตมาพบกับปัจจุบัน

ความคึกคักของการเลือกตั้ง เห็นสัญญาณชัดเจนมาแล้วจากการเลือกตั้งล่วงหน้านอกราชอาณาจักร ที่บางประเทศถึงกับมาเข้าคิวกันยาวเหยียด

เป็นการแสดงพลังของประชาชน ที่จะเลือกใครหรือไม่เลือกใคร

ขณะเดียวกันยังมีแรงขับเคลื่อนสำคัญที่จะทำให้การเลือกตั้งคึกคัก นั่นก็คือสื่อต่างๆ

นับตั้งแต่สื่อดั้งเดิมอย่างรายการโทรทัศน์จัดดีเบตแสดงวิสัยทัศน์ผู้สมัครกันถี่ยิบแทบทุกวัน บางวันจัดกันหลายรอบ

แต่ละพรรคการเมืองต้องจัดสรรคนไปออกรายการ ไปแสดงความเห็น โดยมีประชาชนคอยติดตาม

แม้ว่าการดีเบตในคราวนี้จะไม่มีสิ่งที่เรียกว่า ดีเบตใหญ่ หรือประชันเวทียักษ์ ชนิดที่ต้องคอยตั้งตาดู แต่ทว่าการดีเบตแบบกระจายตัว ซอยย่อย ก็ทำให้เกิดการรับรู้ออกไปในวงกว้าง สุดแล้วแต่ใครชอบเรื่องอะไร ว่างเวลาไหน

แน่นอน ยิ่งเฉพาะในยุคสังคมก้มหน้า บรรดาโซเชียลมีเดียก็เป็นสื่อที่มีอิทธิพลในการกระจายข้อมูล กระจายแนวคิดของแต่ละพรรคการเมืองของผู้สมัครแต่ละรายออกไป

ในทุกวันข้อมูลเหล่านี้จะส่งถึงมือวันละหลายครั้ง หลายเวลา ไม่ได้ร้องขอหรือเรียกหาก็มาเอง จนบางครั้งก็มามากเกิน อ่านกัน ดูกัน ไม่หวาดไม่ไหว

บรรยากาศแบบนี้จึงเป็นวิถีประชาธิปไตย ไม่มีใครมาปิดกั้น ไม่มีใครมาห้ามได้ เหลือเพียงรอให้ถึงวันที่ 24 มี.ค. เท่านั้น

ออกมาเลือกตั้งให้มาก ออกมาให้ล้นประเทศ

ร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์สักครา