เศรษฐีจากความไม่สงบ

  • วันที่ 16 พ.ค. 2561 เวลา 10:12 น.
  • | เปิดอ่าน 574
Share on Google+
LINE it!

โดย..ณ กาฬ เลาหะวิไลย

น้ำมันอยู่ในช่วงขาขึ้น ถามว่าใครได้ประโยชน์

หลายคนคงตอบว่า กลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันหรือโอเปก น่าจะได้ผลไปเนื้อๆ

แต่ในความเป็นจริง ผู้ที่ได้เงินไปเต็มๆ กลายเป็นประเทศที่อยู่นอกโอเปก

กลุ่มโอเปกออกรายงานคาดการณ์การผลิตน้ำมันของกลุ่มประเทศนอกโอเปกสู่ระดับ 59.62 ล้านบาร์เรล/วันในปีนี้ โดยเพิ่มขึ้น 1.72 ล้านบาร์เรล/วันเมื่อเทียบจากปีที่แล้ว 

ประเทศที่ผลิตมากสุดก็คือรัสเซีย ผลิตน้ำมันเกือบ 11 ล้านบาร์เรล/วัน

รองลงมาคือสหรัฐ ผลิตเพิ่มขึ้น 27% นับตั้งแต่กลางปี 2559 เข้าสู่ระดับ 10.70 ล้านบาร์เรล/วัน กลายเป็นเป็นประเทศที่ผลิตน้ำมันมากเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากรัสเซีย 

หันกลับไปดูกลุ่มโอเปกผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้น 12,000 บาร์เรล/วัน สู่ระดับ 31.93 ล้านบาร์เรลในเดือนที่แล้ว โดยซาอุดิอาระเบียผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้น ขณะที่เวเนซุเอลาการผลิตลดต่ำลง เนื่องจากประสบปัญหาเศรษฐกิจในประเทศ

จากตัวเลขที่ปรากฏออกมา ก็ลองเทียบเคียงดูก็ได้ กลุ่มโอเปก 14 ชาติ ผลิตได้ 31.93 ล้านบาร์เรล แต่รัสเซียกับสหรัฐเพียง 2 ชาติ ผลิตรวมกันถึง 21.7 ล้านบาร์เรล หรือใกล้จะเทียบเคียงกับโอเปกทั้งกลุ่ม

ขณะที่สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) คาดการณ์ว่า การผลิตน้ำมันของสหรัฐจะพุ่งขึ้นแตะ 12 ล้านบาร์เรล/วันในปีหน้า

ส่วนความต้องการโลกในปีนี้ โอเปกคาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 98.85 ล้านบาร์เรล/วัน โดยเพิ่มขึ้น 1.65 ล้านบาร์เรล เมื่อเทียบจากปีที่แล้ว

ในวันที่ 22 มิ.ย.นี้โอเปกจะประชุมกันในวันที่ 22 มิ.ย. เพื่อทบทวนนโยบายการผลิตน้ำมัน หลังจากที่มีมติขยายเวลาปรับลดกำลังการผลิตน้ำมัน 1.8 ล้านบาร์เรล/วัน จนถึงสิ้นปีนี้เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมัน

ทั้งหมดแสดงให้เห็นว่า การลดกำลังการผลิตของโอเปก ทำให้ราคาน้ำมันมีเสถียรภาพ แต่ทว่าคนที่ได้รับประโยชน์เต็มที่กลายเป็น 2 มหาอำนาจ คือรัสเซีย และสหรัฐ

รัสเซียเดิมก็มีแหล่งน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติมหาศาลอยู่แล้ว และเป็นยักษ์ใหญ่ของผู้ผลิตน้ำมันโลกที่ไม่ได้ไปรวมกับกลุ่มโอเปก

ฟากสหรัฐเพิ่งมาค้นพบแหล่งขุมทรัพย์ เมื่อมีการพัฒนาเทคโนโลยีในการผลิต Shale gas และ Shale oil หรือน้ำมันหินดาน ก๊าซหินดาน ทำให้ผลิตออกมาจำนวนมหาศาล

เพียงแต่ว่า การผลิตน้ำมัน-ก๊าซหินดาน มีต้นทุนที่สูงกว่าการขุดน้ำมันของกลุ่มโอเปก แพงกว่าต้นทุนของรัสเซีย จึงต้องอาศัยช่วงจังหวะที่ราคาน้ำมันขยับตัวถึงจะผลิตขึ้นมาได้

พอบรรดาประเทศโอเปก ต่างพากันปรับลดการผลิต เมื่อความต้องการเพิ่มขึ้น รวมถึงสถานการณ์ในโลกปั่นป่วน มีปัญหา ราคาน้ำมันก็ขยับ เข้าทางสหรัฐไปโดยปริยาย

ดังนั้นอย่าได้แปลกใจทำไมโลกถึงวุ่นวายไม่รู้จบ เพราะถ้าสงบเมื่อใดน้ำมันก็ร่วงลงมา ที่เคยได้กลับไม่ได้

เศรษฐีที่ทำเงินจากความวุ่นวายของโลกก็เป็นอย่างนี้

Share on Google+
LINE it!