รัฐวิสาหกิจใหม่รุ่นยาย

  • วันที่ 15 พ.ค. 2561 เวลา 09:31 น.
  • | เปิดอ่าน 1,139
Share on Google+
LINE it!

โดย..ณ กาฬ เลาหะวิไลย

ลาแล้วสำหร้บโรงงานยาสูบ กระทรวงการคลัง ที่แปรสภาพไปเป็นการยาสูบแห่งประเทศไทย หรือ ยสท. มีสภาพเป็นรัฐวิสาหกิจ ที่เป็นนิติบุคคล สังกัดกระทรวงการคลัง

หมายความว่าแม้จะไม่มีโรงงานยาสูบ แต่ก็มีรัฐวิสาหกิจใหม่เอี่ยมอ่องขึ้นมาอีก 1 แห่ง

ทั้งหมดเป็นผลจากการบังคับใช้พระราชบัญญัติการยาสูบแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2561 และมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 14 พ.ค.ที่ผ่านมา

กิจการยาสูบเริ่มตั้งแต่ พ.ศ. 2482 เป็นต้นมา ที่รัฐบาลมีนโยบายที่จะทำเอง จึงได้เริ่มซื้อโรงงานยาสูบไทยของห้างหุ้นส่วน บูรพายาสูบ ที่สะพานเหลือง ถนนพระราม 4 จากนั้นก็ซื้อกิจการอื่นๆ มาอย่างต่อเนื่อง

การดำเนินงานมีปัญหาในช่วงสงครามโลก จากนั้นได้มีพระราชบัญญัติยาสูบขึ้นในปี 2486 ให้รัฐผูกขาดอุตสาหกรรมซิกาแรต ผ่านสารพัดปัญหาจนมาลงหลักปักฐานสำนักงานใหม่ที่คลองเตย ในปี 2501 กลายเป็นหน่วยงานที่ทำเงินให้กับรัฐมาตลอด

ปกติหน่วยงานของรัฐในลักษณะเช่นนี้ ก็มักจะแยกตั้งเป็นรัฐวิสาหกิจ แต่คงเหลือแค่ 3 แห่ง คือ โรงงานยาสูบ โรงงานไพ่ และโรงงานสุรา ที่ยังไม่แยกออกมา

กระทั่งเงื่อนไขพร้อม เวลาพร้อม โรงงานยาสูบถึงแปรสภาพเป็นรัฐวิสาหกิจอย่างที่เห็น ปิดฉากองค์กรเดิมที่มีอยู่ย่างเข้า 80 ปี เริ่มต้นใหม่เป็นการยาสูบฯ

การแยกมาตั้งเป็นนิติบุคคล ในแง่พนักงานไม่มีผลกระทบใดๆ เคยได้อย่างไรก็ได้อย่างนั้น

สิ่งที่จะได้เห็นทีคงเป็นแนวทางในการทำธุรกิจที่มากขึ้น แข่งขันได้มากขึ้น

อย่างแรกการยาสูบจะทำธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องได้เพิ่มตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง อาทิ การทำก้นกรอง หรือการปลูกพืชที่เกี่ยวเนื่อง เช่น การปลูกกัญชง 

ขณะเดียวกันเมื่อมีกำลังการผลิตเหลือ ก็สามารถนำไปรับจ้างผลิตได้ ทั้งการผลิตบุหรี่ โรงพิมพ์ ฯลฯ

นอกจากนั้น ที่น่าสนใจก็คือการจับมือกับกลุ่มธุรกิจบางกลุ่ม อย่างกลุ่มบิ๊กซี ในการนำบุหรี่ไปเปิดตลาดในแถบอินโดจีน หรือซีแอลเอ็มวี

ทรัพย์สินที่มีอยู่ก็จะแยกเป็น 2 ส่วน โดยส่วนแรกที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ ก็จะไปอยู่กับการยาสูบฯ เช่น ที่ดินที่ตั้งโรงงาน ที่ดินสำหรับการปลูกใบยา ที่เหลือจะโอนไปยังกรมธนารักษ์

วิธีนี้จะทำให้การบริหารจัดการคล่องตัวขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมา การใช้ประโยชน์ที่ดินจะต้องแจ้งกับกรมธนารักษ์เพื่อใช้เสียก่อน

กฎหมายยังให้อำนาจการยาสูบฯ ให้กู้หรือให้ยืมเงินโดยมีหลักประกันด้วยบุคคลหรือทรัพย์สินเพื่อส่งเสริมกิจการใบยาอุตสาหกรรมยาสูบ หรือผลิตภัณฑ์จากพืชอื่น และออกพันธบัตรหรือตราสารอื่นใดเพื่อใช้ในการลงทุน

ที่สำคัญยังเปิดโอกาสจัดตั้งบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชน เพื่อประกอบธุรกิจเกี่ยวกับหรือเกี่ยวเนื่องกับกิจการได้อีก

จึงถือว่าเป็นการปิดฉากโรงงานยาสูบอย่างเป็นทางการ

และมีรัฐวิสาหกิจใหม่ที่อายุรุ่นคุณยายเกิดขึ้นแทน

Share on Google+
LINE it!