ตำรวจอีกแล้วครับท่าน

  • วันที่ 15 ม.ค. 2561 เวลา 09:33 น.
  • | เปิดอ่าน 28,080
Share on Google+
LINE it!

โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย

คดีที่สาววัย 24 ปี ณิชา เกียรติธนะไพบูลย์ ถูกดำเนินคดีในข้อหาฉ้อโกง หลังถูกมิจฉาชีพล้วงกระเป๋า นำบัตรประชาชนไปเปิดบัญชีธนาคาร 7 ธนาคารรวม 9 บัญชี แต่ละบัญชีมีการโอนย้ายเงินจากการหลอกลวงเข้ามาหลายแสนบาท กลายเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสนใจ

      เพราะทุกคนอาจเกิดปัญหานี้ได้เช่นกัน

      ประเด็นสำคัญก็คือณิชาถูกจับขังคุกไปฟรีๆ ทั้งๆ ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง โดย เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏบรรดาผู้เกี่ยวข้องต่างโยนกลองกันวุ่นวายว่าไม่เกี่ยว ไม่ข้อง

      แน่นอนใครเกี่ยวข้องก็ต้องรับผิดชอบ

      เริ่มจากบรรดาธนาคารพาณิชย์ทั้งหลายจะปฏิเสธไม่เกี่ยวไม่ได้ ในแง่ การหละหลวม

      ยิ่งเมื่อเห็นภาพกล้องวงจรปิด ที่การสวมรอยเอาบัตรของณิชาไปเปิดบัญชี ก็ยากจะปฏิเสธ เพราะผู้ที่สวมรอยใช้หน้ากากอนามัยปิดหน้าเอาไว้ แสดงถึง อาการผิดปกติ หากกระทำด้วยความรอบคอบ ก็ต้องให้เปิดหน้ากากอนามัย หรือเรียกดูเอกสารหลักฐานอื่นๆ เพื่อความรอบคอบ

      แต่นี่ไม่มี เปิดบัญชีให้ไป จึงยากที่จะปฏิเสธความรับผิดชอบ

      ธนาคารที่เกี่ยวข้องต้องเตรียมตัวจ่ายค่าเสียหายไป ขืนบอกไม่รู้ไม่เห็น ไม่รับผิดชอบ ก็จะยิ่งเสียหายหนักเข้าไปอีก

      และต่อไปการเปิดบัญชีธนาคารพาณิชย์ อาจจะต้องมีหลักฐานต่างๆ เพิ่มเติมมากกว่าบัตรประชาชน เพื่อแสดงตัวตนที่แท้จริง

      ถัดมาที่ปฏิเสธความรับผิดชอบไม่พ้นคือตำรวจ โดยเฉพาะที่ สภ. บ้านตาก จ.ตาก

      หลังจากที่ณิชาถูกปลอมแปลงเอกสารไปเปิดบัญชี จากนั้นก็มีหมายเรียก หมายจับ จนสุดท้ายถูกส่งตัวไปที่ สภ.บ้านตาก ระหว่างการสอบสวนณิชาแจ้งถึง การถูกปลอมแปลงเอกสารไปเปิดบัญชีธนาคาร รวมถึงไปแจ้งความเป็นหลักฐานเอาไว้

      แต่พนักงานสอบสวนไม่สนใจหลักฐานดังกล่าว

      และก็ตั้งหน้าตั้งตาทำสำนวนและฟ้องต่อศาล จนทำให้ณิชาถูกจับขัง

      นี่แหละประเด็นสำคัญ

      ถ้าตำรวจเพียงแค่ตรวจสอบสิ่งที่ณิชาอ้าง โดยเฉพาะแค่ตรวจสอบจาก สำนวนที่ณิชาไปแจ้งความไว้ที่ สน.หลักสอง สน.วังทองหลาง ก็ย่อมจะรู้ความจริง

      แต่ทั้งกลับละเลย ไม่มีเมตตา หรือให้ความเป็นธรรมอย่างเพียงพอ

      เหมือนเป็นการทำงานโดยคิดแค่จะทำหน้าที่ให้เสร็จๆ ปัดสวะให้พ้นตัวเท่านั้น

      หลังเกิดเหตุก็มีแต่เพียงการท่องตำราเป็นนกแก้ว นกขุนทอง ว่าทำตาม กระบวนการ ตามหน้าที่เท่านั้น

      เรื่องนี้ความจริงน่าจะดำเนินการให้ถึงที่สุด ให้เป็นกรณีตัวอย่างของตำรวจ ว่าเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หรือปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบ หรือไม่

      เหมือนกับไปบุกจับอาบอบนวดที่ย่านพระราม9 ที่มีการนำเด็กต่างชาติ อายุไม่เกิน 18 ปีมาขายบริการ และไปๆ มาๆ ก็เจอใบเสร็จการเลี้ยงดูปูเสื่อ ตำรวจท้องที่ ตำรวจอื่นๆ มากมาย กลายเป็นที่มาของการเอาหูไปนา เอาตา ไปไร่

      ถ้าตำรวจดีมีมากขึ้น บ้านเมืองก็จะดีกว่านี้แน่นอน 

Share on Google+
LINE it!