อย่าทำเล่นไป

วันที่ 22 มิ.ย. 2554 เวลา 07:10 น.
โดย..สันทัด กรณี

วันนี้ออกนอกการเมืองพักยกสักวันนะครับ คอการเมืองอย่าได้เคืองอย่าได้โกรธ

ครับ...เหตุการณ์ที่มี “รถเก๋ง” พุ่งชน คุณหมอมุก พ.ต.พญ.หทัยพร อิ่มวิทยา แพทย์โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ตรงหน้าบ้านของคุณหมอ

เหตุเกิดเมื่อวันที่ 4 มิ.ย. คุณหมอมุกบาดเจ็บสาหัส กะโหลกร้าว ผ่าตัดมาแล้ว 2 รอบ ยังนอนไม่รู้สึกตัวอยู่ที่โรงพยาบาล

คุณแม่ของคุณหมอมุก ออกมาร้องเรียนผ่านสื่อ เพราะคดีไม่คืบหน้า ทั้งที่มีพยานเห็นเหตุการณ์จำนวนมาก และเมื่อเพื่อนและญาติคุณหมอมุกออกสืบค้น ก็ได้ข้อมูลว่า “รถเก๋งที่ก่อเหตุ” เป็นรถของทางกองทัพไทย สืบจนได้ความว่ารถคันนี้มีนายทหารชั้นสัญญาบัตร ยศพันเอก เป็นคนใช้อยู่

คุณแม่ของคุณหมอมุก เกรงว่าคนชั่วจะลอยนวล หรืออาจมีการส่งแพะมารับบาป จึงมีการร้องเรียนจนโด่งดังเป็นที่สนใจไปทั่วประเทศ

เพราะ...พฤติกรรมของคนขับรถที่ก่อเหตุ ผ่านปากคำของคุณแม่หมอมุก มันชั่วร้ายเกินกว่าสังคมมนุษย์จะยอมรับได้...รายละเอียดดังทราบ

ประเด็นที่ผมต้องการนำเสนอ คือ ท่าทีของนายทหารหลายคนที่เกี่ยวข้องกับรถที่ก่อเหตุ

พล.ต.พิสุทธิ์ เปาอินทร์ รองปลัดบัญชีทหาร ยอมรับว่ารถเก๋งคันนี้ใช้ในราชการสำนักงานปลัดบัญชี ใครนำไปใช้ ต้องมีการลงชื่อเบิกทุกครั้ง ซึ่งทหารที่ดูแลรถแจ้งว่า รถคันนี้มีปัญหาหม้อน้ำรั่วซึมตั้งแต่วันที่ 8 มิ.ย. และ ใช้วิ่งอยู่ภายในกรมเท่านั้น ไม่ได้ออกไปไหน

มาดูกันต่อ...20 มิ.ย. หลังจากสื่อมวลชนทุกแขนงเกาะติดคดีนี้ พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ ภู่กลั่น ผู้อำนวยการกองกลางสำนักปลัดบัญชีทหาร จึงโผล่ไปมอบตัวกับตำรวจ สน.พญาไท โดยมีนายทหารพระธรรมนูญร่วมรับฟังการสอบปากคำ

พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ ยอมรับว่า วันเวลาที่เกิดเหตุ ตนเอง ภรรยา ลูกสาว และเพื่อนลูกสาว ไปทานอาหารที่ร้านเสนาวิลล่า บริเวณที่เกิดเหตุจริง ปัญหาเกิดเพราะหมอมุกจอดรถขวาง “รถคันที่ก่อเหตุ” ตนเองจึงขับกลับไม่ได้ ทำให้ลูกสาวโมโห ไปเขียนบนกระจกรถหมอมุกทั้ง 4 ด้าน หลังจากนั้นหมอมุกเดินออกมาขยับรถ ตนเองก็ขยับออก

พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ อ้างว่าไม่ได้ชน หมอมุกกระโดดขึ้นบนกระโปรงรถ...แต่ภาพในกล้องวงจรปิด คนละเรื่องกับคำให้การ...หุ หุ

ครับ...โปรดพิจารณาสิ่งที่ พล.ต.พิสุทธิ์ พูดถึงรถเก๋งคันนี้ กับสิ่งที่เกิดขึ้นตามคำให้การของพันเอกผู้ต้องหา...อ้อ อย่าลืม...พล.ต.พิสุทธิ์ เป็นผู้บังคับบัญชาของ พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ ในสำนักปลัดบัญชีทหาร

ไหนว่า...รถคันนี้ ใช้วิ่งอยู่ภายในกรมเท่านั้น ไม่ได้ออกไปไหน...

มองในแง่ดี พล.ต.พิสุทธิ์ อาจถูกลูกน้องหลอก

มองในแง่ร้าย พล.ต.พิสุทธิ์ ทำในสิ่งที่ชายชาติทหารไม่บังควรกระทำ นั่นคือปกป้องคนผิด

คดีนี้ไม่ยากหรอกครับ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถูกกล้องวงจรปิดบันทึกภาพไว้ได้โดยตลอด

เพียงแค่พนักงานสอบสวนทำคดีอย่างซื่อตรง และทหารไม่ปกป้องคนผิด...

พึงทราบ นาทีนี้ชาวบ้านชาวช่องกำลังถูกปลุกปั่นให้เกิดอคติต่อทหารอยู่ ซ้ำมีคนเชื่อเสียด้วย!

ระวังจะบานปลาย กลายเป็นเรื่องให้ทหารทั้งกองทัพต้องเสื่อมเสีย...อย่าทำเป็นเล่นไป