
น่าเจ็บใจ
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) มีมติให้เพิ่มสูตรน้ำมันไบโอดีเซล จาก บี3 เป็น บี4 ตั้งแต่ 1 ก.ค. เพื่อป้องกันราคาปาล์มสดตกต่ำ
การเพิ่มสัดส่วนดังกล่าว จะทำให้เกิดการใช้น้ำมันปาล์มมาผลิตเป็นไบโอดีเซลมากยิ่งขึ้น และจะส่งผลต่อเนื่อง ดึงเอาผลปาล์มสดออกจากตลาดเช่นกัน
นั่นแสดงให้เห็นว่า ผลผลิตปาล์มสดทะลักสู่ตลาด จนต้องเร่งใช้ทำไบโอดีเซล เพื่อตรึงราคาไม่ให้ราคาผลปาล์มสดตกต่ำ
ตัวเลขของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ระบุว่า ผลปาล์มสดออกสู่ท้องตลาดถึงระดับเดือนละเกือบ 1 ล้านตัน เข้าไปแล้ว
ที่มันน่าเศร้าก็คือ เมื่อผลปาล์มสดออกสู่ตลาดอย่างมากมายตามวัฏจักร ราคาน้ำมันปาล์มบรรจุขวดต้องปรับลดลงมา
แต่ความเป็นจริงกลับไม่ใช่เป็นอย่างนั้น
สาเหตุก็เนื่องจากมีมาตรการตรึงราคาผลปาล์มสดเอาไว้ที่กิโลกรัมละ 6 บาท
ชาวสวนยิ้มแย้มแจ่มใส เพราะต้นทุนอยู่ที่ 3 บาท/กิโลกรัม กลุ่มโรงงานสกัดน้ำมันดิบ น้ำมันปาล์มบรรจุขวดก็อ้วนทั่วหน้า
แต่คนหน้าแห้งคือชาวบ้าน ต้องซื้อของแพง
อย่าลืม ในช่วงต้นปีที่ผ่านมาเกิดภาวะผลปาล์มสดขาดแคลน จนทำให้ราคาน้ำมันปาล์มบรรจุขวดแพงลิบลิ่ว และปาล์มหายไปจากตลาดเนื่องจากการกักตุน
ทางแก้ไขขณะนั้นก็คือการปรับราคาปาล์มบรรจุขวดจากลิตรละ 38 บาท เป็น 47 บาท หรือขึ้นทันที 9 บาท
การขึ้นราคาดังกล่าวมีคำสัญญาว่า ถ้าปาล์มน้ำมันออกสู่ตลาดมากขึ้น ก็จะปรับลดราคาน้ำมันปาล์มบรรจุขวดลงมา
ป่านนี้ยังมีคนลืมคำ ไม่ทำตามพูด
ข้ออ้างที่พูดกันก็คือ ราคาน้ำมันปาล์มบรรจุขวดลิตรละ 47 บาท เป็นราคาขึ้นสูง ใครจะขายต่ำกว่านี้ก็ทำได้
แต่คำพูดที่ว่า บอกตรงๆ ว่าฟังไม่ขึ้น
เพราะน้ำมันปาล์มเป็นสินค้าควบคุม การลดราคาจะมีผลทางกฎหมายทันที โดยผู้ผลิตทุกรายจะยึกยักไม่รู้ไม่เห็นไม่ได้
ชาวบ้านจ่ายเงินเพื่อชดเชยราคาน้ำมันปาล์มในช่วงผลปาล์มขาดแคลนไปแล้ว ทำไมถึงต้องจ่ายแพงกว่าปกติในช่วงที่ผลปาล์มออกสู่ตลาดมากๆ ด้วยอีกเล่า
ยิ่งคิด ยิ่งเจ็บกระดองใจเหลือเกิน







