AI Memory Supercycle เมื่อ AI ไม่ได้ขาดแค่ "สมอง" แต่กำลังแย่ง "ความจำ" กันทั้งโลก
ในขณะที่ทั่วโลกกำลังตื่นตัวกับการเติบโตของ AI และจับตามองหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิปประมวลผล (GPU) จนราคาพุ่งทะยาน แต่เบื้องหลังความฉลาดล้ำของ AI เหล่านี้ ยังมีอีกหนึ่งกุญแจสำคัญ ที่กำลังเกิดภาวะขาดแคลนอย่างหนัก และกำลังเข้าสู่รอบวัฏจักรการเติบโตครั้งใหญ่ที่เรียกว่า "AI Memory Supercycle"
KEY
POINTS
- ในขณะที่ทั่วโลกกำลังตื่นตัวกับการเติบโตของ AI และจับตามองหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิปประมวลผล (GPU) จนราคาพุ่งทะยาน
- แต่เบื้องหลังความฉลาดล้ำของ AI เหล่านี้ ยังมีอีกหนึ่งกุญแจสำคัญ ที่กำลังเกิดภาวะขาดแคลนอย่างหนัก
- และกำลังเข้าสู่รอบวัฏจักรการเติบโตครั้งใหญ่ที่เรียกว่า "AI Memory Supercycle"
ข้อมูลจากทีม Global Investing หลักทรัพย์บัวหลวง ระบุว่าปกติแล้วอุตสาหกรรมหน่วยความจำ (Memory Chip) มักจะมีวัฏจักรขึ้น-ลงที่ชัดเจน แต่รอบนี้ต่างออกไป การมาถึงของ AI ได้สร้างแรงกระเพื่อมที่เรียกว่า Supercycle หรือรอบการเติบโตแบบก้าวกระโดดที่ทำลายแพทเทิร์นเดิมๆ
สาเหตุหลักที่ทำให้ราคาหน่วยความจำพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเกิดจาก 2 ปัจจัยหลัก ได้แก่
การเทรนโมเดล AI ขนาดใหญ่ต้องใช้หน่วยความจำชนิดพิเศษที่เรียกว่า HBM (High Bandwidth Memory) ซึ่งเปรียบเสมือนทางด่วนข้อมูลขนาดใหญ่ที่ส่งข้อมูลให้ชิป AI ประมวลผลได้ทันท่วงที ความต้องการ HBM นี้มหาศาลจนผู้ผลิตรายใหญ่ผลิตไม่ทัน และสินค้าถูกจองล่วงหน้าจนหมดเกลี้ยงไปจนถึงปี 2569
เมื่อผู้ผลิตต้องทุ่มกำลังการผลิตไปที่ HBM ซึ่งกำไรดีกว่าและทำยากกว่า ทำให้เหลือกำลังการผลิตสำหรับหน่วยความจำทั่วไป (DRAM และ NAND) น้อยลง ส่งผลให้ราคาของหน่วยความจำในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นตามไปด้วย โดยมีรายงานว่าราคา Spot Price ของ DRAM บางประเภทพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา
สถานการณ์นี้ทำให้เกิดช่องว่างที่ชัดเจนในตลาดหุ้น โดยบริษัทผู้ผลิตหน่วยความจำกลายเป็นผู้ชนะที่ได้รับประโยชน์เต็มๆ จากราคาขายที่พุ่งสูงขึ้น ในขณะที่ผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป เช่น เกมคอนโซล หรือ PC กลับต้องแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้น
เมื่อพูดถึงผู้เล่นหลักในตลาดหน่วยความจำโลก ชื่อของ Micron Technology จากสหรัฐอเมริกา คือหนึ่งในผู้นำที่น่าจับตามองที่สุดในเวลานี้ โดย Micron ไม่ได้เป็นแค่ผู้ผลิต
แต่เป็นผู้นำด้านนวัตกรรม โดยเฉพาะชิป HBM3E ที่ถูกนำไปใช้ในชิป AI รุ่นล่าสุดอย่าง Nvidia Blackwell ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของโครงสร้างพื้นฐาน AI ในปัจจุบัน และกำลังพัฒนาข้ามไปสู่รุ่น HBM4 ที่มีความเร็วในการส่งข้อมูลสูงกว่าคู่แข่ง ซึ่งคาดว่าจะเริ่มผลิตจำนวนมากได้ในปี 2569
Micron มีฐานการผลิตกระจายอยู่ทั่วโลก และได้รับประโยชน์โดยตรงจากกฎหมาย CHIPS Act ของรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งมอบเงินสนับสนุนและเครดิตภาษีมหาศาลสำหรับการตั้งโรงงานผลิตในอเมริกา เพื่อความมั่นคงทางเทคโนโลยี
รายได้จากกลุ่มธุรกิจหน่วยความจำสำหรับ Cloud ของ Micron พุ่งขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 2.6 เท่าในปีล่าสุด สะท้อนให้เห็นว่าบริษัทใหญ่ๆ ต่างเร่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI อย่างไม่หยุดยั้ง
การเติบโตของ AI ไม่ได้จำกัดอยู่แค่หุ้นบริษัทสร้างชิปประมวลผล แต่ยังครอบคลุมไปถึงกระดูกสันหลังอย่างหน่วยความจำที่ขาดไม่ได้ สำหรับนักลงทุนไทยที่ต้องการเกาะกระแส AI Value Chain
ในส่วนของ Memory Supercycle นี้ สามารถเข้าถึงได้ผ่าน DR MICRON01 ที่อ้างอิงหุ้น Micron Technology ซื้อขายง่ายผ่านกระดานหุ้นไทย ด้วยเงินบาท เปิดโอกาสในการถือครองผลประโยชน์ของบริษัทระดับโลกที่อยู่ในใจกลางของวัฏจักร AI.


