
ส่อง S-Curve ใหม่ Apple! "Robotics" ขุมทรัพย์ถัดไปของยักษ์ใหญ่เทคฯ
แม้ว่า Apple จะกลับมาส่งสัญญาณการเติบโตที่แข็งแกร่งอีกครั้ง หลังบริษัทให้คาดการณ์ว่ารายได้ในไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2569 (ต.ค.-ธ.ค. 2568) อาจเติบโตถึง 10-12% เมื่อเทียบกับปีก่อน นับเป็นการเติบโตที่แข็งแกร่งที่สุดในรอบ 4 ปี โดยมีแรงหนุนสำคัญจาก iPhone 17 ที่สามารถปลดล็อกรอบการเปลี่ยนเครื่องของผู้บริโภคที่ยาวนานเกือบ 5 ปีได้สำเร็จ
KEY
POINTS
- แม้ว่า Apple จะกลับมาส่งสัญญาณการเติบโตที่แข็งแกร่งอีกครั้ง
- คาดการณ์รายได้ในไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2569 (ต.ค.-ธ.ค. 2568) อาจเติบโตถึง 10-12% แกร่งที่สุดในรอบ 4 ปี
- แรงหนุนจาก iPhone 17 ปลดล็อกรอบการเปลี่ยนเครื่องของผู้บริโภคที่ยาวนานเกือบ 5 ปีได้สำเร็จ
คำถามสำคัญที่นักลงทุนต่างเฝ้าถามคือ "What's Next ?" ในขณะที่ตลาดสมาร์ทโฟนเริ่มเข้าสู่ภาวะอิ่มตัว ข้อมูลจากทีม Global Investing หลักทรัพย์บัวหลวง ระบุว่า ล่าสุด Apple ได้ส่งสัญญาณถึงการลงทุน R&D ครั้งใหญ่ ที่เชื่อว่าอาจนำไปสู่ S-Curve ใหม่ที่น่าจับตาในระยะถัดไป นั่นคือ "Apple Robotics" หรือ ธุรกิจหุ่นยนต์
ถอดรหัสความได้เปรียบของ Apple ในสมรภูมิหุ่นยนต์
หลายคนอาจยังไม่ทราบว่า Apple ได้ซุ่มพัฒนาและสั่งสมความเชี่ยวชาญด้านหุ่นยนต์มานานเป็นหลักสิบปี แม้โครงการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าอย่าง Project Titan จะถูกยกเลิกไป แต่สิ่งที่ Apple ได้รับมาคือองค์ความรู้มหาศาลด้าน Embodied AI ซึ่งคือการนำ AI ฝังในวัตถุ และ Computer Vision ที่ Tim Cook เคยกล่าวว่าโครงการนี้เปรียบเสมือนรากฐานสำคัญของโปรเจกต์ AI
ความพยายามนี้เริ่มส่งสัญญาณชัดเจนขึ้น เมื่อ Apple เพิ่มงบประมาณด้าน R&D สูงถึง 19% เมื่อเทียบปีก่อนหน้า และมีการย้ายแผนกหุ่นยนต์ที่เคยอยู่ฝ่าย AI ไปขึ้นตรงกับฝ่ายฮาร์ดแวร์ สะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากการทดลอง ไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์จริง
จุดแข็งของ Apple
ไม่ใช่การเริ่มต้นจากศูนย์ แต่คือการต่อยอดจากสิ่งที่ตนเองเชี่ยวชาญที่สุด ได้แก่
- Vertical Integration: การควบคุมทั้งระบบนิเวศของตัวเอง ตั้งแต่ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ ชิปประมวลผล จนถึงบริการ ทำให้ทุกส่วนทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพสูงสุด
- ฐานผู้ใช้มหาศาล: มีอุปกรณ์ Apple กว่า 2.3 พันล้านเครื่อง ใช้งานทั่วโลก ซึ่งสร้างฐานข้อมูลขนาดใหญ่ เป็นแหล่งข้อมูลสำคัญสำหรับพัฒนา AI
- ประสบการณ์การผลิต: Apple มีความเชี่ยวชาญในการผลิตสินค้าไฮเทคที่ซับซ้อน ใช้ หุ่นยนต์ Daisy ในการรีไซเคิล และมีระบบอัตโนมัติขั้นสูงในโรงงานซัพพลายเออร์ เช่น Foxconn
ชี้เป้า "Home Robotics" โอกาสมูลค่าแสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
Morgan Stanley ประเมินว่า ตลาดหุ่นยนต์ โดยเฉพาะกลุ่ม Humanoid (หุ่นยนต์คล้ายมนุษย์) คือโอกาสการเติบโตครั้งใหม่ที่อาจสร้างรายได้ให้ Apple สูงถึง 130,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 2583 หรือคิดเป็นกว่า 30% ของรายได้รวมในปัจจุบัน และอาจคิดเป็นมูลค่าที่ซ่อนอยู่ในราคาหุ้นสูงถึง 25%
ทีม Global Investing หลักทรัพย์บัวหลวง ระบุว่าที่น่าสนใจคือ กลยุทธ์ของ Apple จะแตกต่างจากคู่แข่งอย่าง Tesla ที่เน้นตลาดหุ่นยนต์อุตสาหกรรม แต่ Apple จะมุ่งเน้นไปที่ "Home Robotics" หรือหุ่นยนต์สำหรับใช้ในบ้าน
โดยมีเป้าหมายเพื่อเชื่อมต่ออุปกรณ์ทั้งหมดใน Ecosystem และยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้งาน รายงานระบุว่าเราอาจได้เห็นผลิตภัณฑ์แรก ซึ่งอาจเป็นหุ่นยนต์ตั้งโต๊ะ (Tabletop Robot) หรือแขนกลอัจฉริยะสำหรับใช้ในบ้าน ได้เร็วที่สุดราวปี 2570
สำหรับนักลงทุนไทยที่มองเห็นโอกาสการเติบโตจาก S-Curve ใหม่นี้ ควบคู่ไปกับการฟื้นตัวของยอดขาย iPhone 17 สามารถลงทุนอ้างอิงกับหุ้น Apple ได้สะดวกผ่าน DR AAPL01 ซึ่งเป็นตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย.







