posttoday
เจาะลึกการบริโภคไทย แรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่กำลังสะดุด

เจาะลึกการบริโภคไทย แรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่กำลังสะดุด

21 มิถุนายน 2568

แม้การบริโภคภาคเอกชนจะเป็นหัวใจของเศรษฐกิจไทย แต่ช่วงหลังกลับชะลอลงอย่างน่ากังวล หนี้ครัวเรือนพุ่ง สินเชื่อหด รายได้ไม่ฟื้น บั่นทอนเศรษฐกิจทั้งระบบ

KEY

POINTS

  • แม้การบริโภคภาคเอกชนจะเป็นหัวใจของเศรษฐกิจไทย แต่ในช่วงหลังกลับเติบโตชะลอลงอย่างน่ากังวล หนี้ครัวเรือนพุ่ง สินเชื่อหด
  • รายได้ยังไม่ฟื้น การจับจ่ายจึงไม่คึกคัก บั่นทอนศักยภาพการฟื้นเศรษฐกิจทั้งระบบ

การบริโภคภาคเอกชนภายในประเทศ (Private consumption) เป็นเครื่องยนต์สำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา การบริโภคภาคเอกชนภายในประเทศคิดเป็นสัดส่วนราว 52% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศตามราคา ณ ปัจจุบัน (Nominal GDP)

ซึ่งการบริโภคภาคเอกชนที่ขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะหากมีปัจจัยเชิงนโยบายทางการคลังมาสนับสนุนเพิ่มเติม อาทิ มาตรการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ ย่อมเป็นแรงหนุนสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้ดีตามไปด้วย

อีกด้านหนึ่งหากเศรษฐกิจไทยมีทิศทางการขยายตัวเพิ่มขึ้นจะทำให้ภาคครัวเรือนมีรายได้มากขึ้นจึงเกิดการใช้จ่ายหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น และนำมาสู่การขยายตัวของระบบเศรษฐกิจโดยรวมได้เช่นกัน

ขณะเดียวกันภายใต้เศรษฐกิจที่ขยายตัวได้ดีก็ย่อมส่งผลให้ครัวเรือนที่เป็นลูกหนี้มี ความสามารถในการชำระหนี้ได้ดีขึ้น และเมื่อหนี้ครัวเรือนลดลง ก็จะเป็นรากฐานสำคัญที่จะทำให้การบริโภคของครัวเรือนสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว 

อย่างไรก็ดีในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 2022 การบริโภคภาคเอกชนภายในประเทศกลับเติบโตในทิศทางที่ชะลอตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะผ่านพ้นช่วงวิกฤตโควิด-19 รวมถึงการใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจก็ตาม อาทิ การแจกเงิน 10,000 บาท ทั้งนี้ปัจจุบัน (ณ ไตรมาส 1 ปี 2025) การบริโภคภาคเอกชนไทยขยายตัวได้เพียง 2.6% YoY ต่ำกว่าการขยายตัวของ GDP ไทยที่ 3.1% YoY แสดงให้เห็นถึงกำลังซื้อของครัวเรือนภายในประเทศที่ยังคงอ่อนแอหรือยังไม่สามารถฟื้นตัวกลับสู่ภาวะปกติและเมื่อภาคเศรษฐกิจจริงไม่มีแรงขับเคลื่อนหลักมาจากการบริโภคขั้นสุดท้ายของครัวเรือน จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจไทยอยู่ในภาวะซึม หรือบรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยผ่านระบบเศรษฐกิจไม่คึกคักอย่างที่ควรจะเป็น

อัตราการเติบโตของการบริโภคภาคเอกชนไทย เทียบกับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP)

ที่มา: NESDC, CEIC, Bualuang Research

หนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงเป็นแรงกดดันหลักต่อการบริโภคภาคเอกชนไทยโดยรวมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้ว่าในช่วง 4 ไตรมาสล่าสุด (ตั้งแต่ไตรมาส 1 ถึงไตรมาส 4 ปี 2025) สัดส่วนหนี้ครัวเรือนไทยต่อ GDP จะลดลงต่อเนื่องจากระดับ 91.3% ในไตรมาส 4 ปี 2023 สู่ระดับ 88.4% ในไตรมาส 4 ปี 2024 แต่กลับไม่ได้ทำให้การบริโภคภาคเอกชนโดยรวมเร่งตัวขึ้น นั่นเป็นเพราะหนี้ครัวเรือนที่ลดลง

มีเหตุผลหลักมาจากการที่สถาบันทางการเงิน โดยเฉพาะธนาคารพาณิชย์ ยังคงระมัดระวังและเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อใหม่ จากภาวะเศรษฐกิจที่มีความเสี่ยงสูงขึ้นทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ ขณะเดียวกัน ลูกหนี้ก็มีแนวโน้มผิดนัดชำระหนี้มากขึ้น

โดยมีข้อสังเกตจากกลุ่มลูกหนี้ที่ถูกจัดชั้นกล่าวถึงเป็นพิเศษ (Special mention loan) ซึ่งเป็นกลุ่มลูกหนี้ที่มียอดค้างชำระระหว่าง 1-3 เดือน ยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นและจำเป็นต้องเฝ้าระวังติดตามเป็นพิเศษ เพราะมีโอกาสตกชั้นเป็นหนี้เสีย หรือ NPLs สูง โดยเฉพาะในกลุ่มสินเชื่อรายย่อยอย่างสินเชื่อบ้าน สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ และสินเชื่อส่วนบุคคล

จากสถานการณ์ดังกล่าว เป็นผลสอดรับกับตัวเลขสินเชื่อของระบบธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนในประเทศที่หดตัวต่อเนื่อง โดย ณ สิ้นปี 2567 ที่ผ่านมา ยอดคงค้างเงินให้สินเชื่อรวมของธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนในประเทศหดตัว 0.7% YoY นับว่าหดตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 22 ปี (นับตั้งแต่ปี 2002) และในไตรมาส 1 ปี 2025 ล่าสุด ก็ยังหดตัวต่อเนื่องที่ 0.4% YoY โดยสินเชื่อรถยนต์หดตัวมากที่สุดถึง 11.6% YoY 

ดังนั้น การจะทำให้กำลังซื้อภายในประเทศกลับสู่ภาวะปกติ นอกจากปัจจัยทางเศรษฐกิจที่จำเป็นต้องฟื้นตัวได้อย่างทั่วถึง ซึ่งจะมีผลต่อรายได้ของประชากรในประเทศโดยตรงแล้ว การลดหนี้ครัวเรือนก็เป็นสิ่งสำคัญจำเป็นเช่นกันที่จะทำให้ครัวเรือนมีเงินใช้จ่ายในชีวิตประจำวันเพิ่มมากขึ้น อันจะนำมาสู่การเติบโตของการบริโภคภายในประเทศโดยรวมอย่างยั่งยืน 

โดยสรุป ทีม Wealth Research ของหลักทรัพย์บัวหลวง ระบุในรายงาน Wealth Insight ว่า การบริโภคภาคเอกชนภายในประเทศยังคงเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจไทย เนื่องจากเป็นหนึ่งในองค์ประกอบหลักของ GDP ที่สะท้อนถึงการหมุนเวียนของรายได้ภายในประเทศอย่างแท้จริง

อย่างไรก็ตาม ในมิติกลับกัน หากการบริโภคภาคเอกชนมีแนวโน้มอ่อนแรงลง โดยเฉพาะในบริบทที่ภาคครัวเรือนมีภาระหนี้สูงซึ่งกระทบต่อรายได้คงเหลือ (Disposable income)

ภาพเศรษฐกิจที่อยู่ในภาวะชะลอตัวจะยิ่งบั่นทอนศักยภาพการใช้จ่ายของผู้บริโภคในระดับฐานราก ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อภาคธุรกิจ โดยเฉพาะ SMEs ซึ่งพึ่งพาตลาดในประเทศเป็นหลัก และท้ายที่สุดอาจเป็นแรงกดดันต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทยทั้งระบบ

อย่างไรก็ดีลูกค้าหลักทรัพย์บัวหลวง สามารถติดอ่านรายงานฉบับเต็มได้ที่แอป Wealth Connex หรือ www.bualuang.co.th 

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ