
เปิด 4 ปัจจัยความสำเร็จธุรกิจครอบครัว ให้เติบโตแบบยั่งยืน
ความสำเร็จที่แท้จริงของธุรกิจไม่สามารถวัดด้วยกำไรที่เกิดขึ้นในทันทีทันใดเพียงอย่างเดียว แต่น่าจะรวมถึงค่านิยมของธุรกิจที่ส่งให้กับลูกค้าของพวกเขาด้วย และอะไรคือปัจจัยความสำเร็จที่สำคัญของธุรกิจครอบครัวเพื่อการเติบโตในระยะยาว
ปัจจุบันธุรกิจครอบครัวมุ่งเน้นที่การเติบโตและส่วนใหญ่ก็กำลังเติบโตไปด้วยดี รวมถึงเจ้าของกิจการเองก็มีแนวทางที่ระมัดระวังในการเผชิญความเสี่ยงและเติบโตอย่างฉลาดเช่นกัน การขยายกิจการไปยังต่างประเทศและนวัตกรรมถือว่าเป็นตัวขับเคลื่อนความสำเร็จหลักของธุรกิจครอบครัวเลย ขณะดียวกันในการสร้างการเติบโตในระยะยาว ธุรกิจครอบครัวก็ไม่ได้มองข้ามความสำคัญของการวางแผนกลยุทธ์และโอกาสในการลงทุนใหม่ๆ รวมถึงการมีจุดยืนตามหลักการของครอบครัวตัวเองในทุกสิ่งที่ทำอีกด้วยควบคู่กันไป
อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จที่แท้จริงของธุรกิจไม่สามารถวัดด้วยกำไรที่เกิดขึ้นในทันทีทันใดเพียงอย่างเดียว แต่น่าจะรวมถึงค่านิยมของธุรกิจที่ส่งให้กับลูกค้าของพวกเขาด้วย โดยค่านิยมที่แท้จริงจะคงอยู่ชัดเจนแม้เวลาผ่านไป ซึ่งแนวทางนี้นำมาใช้กับธุรกิจครอบครัวได้มากกว่าธุรกิจประเภทอื่น และทำให้พวกเขาอยู่ได้ยาวนานและประสบความสำเร็จในระยะเวลานาน
ทั้งนี้จากการสร้างนวัตกรรมอย่างต่อเนื่องและก้าวนำหน้าคนอื่นเสมอทำให้ธุรกิจครอบครัวบริหารได้ประสบความสำเร็จและเติบโตมาหลายทศวรรษ มีงานวิจัยที่สำรวจเจ้าของธุรกิจครอบครัวที่มีความโดดเด่นจาก 8 ประเทศ ได้แก่ ฝรั่งเศส เยอรมันนี ลักเซมเบิร์ก มอลตา เนเธอร์แลนด์ สโลวาเกีย สเปน และสหราชอาณาจักร โดยวิธีสัมภาษณ์แบบเผชิญหน้าและการโทรศัพท์ พบว่าปัจจัยความสำเร็จในระยะยาวของธุรกิจครอบครัวมีอยู่ 4 ประการได้แก่
ประการแรก การสร้างนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง หากมองเผินๆ อาจเห็นว่ารูปแบบธุรกิจครอบครัว มักมีอุปสรรคมากที่สุดจากความคิดเก่าๆ แบบดั้งเดิม และเจ้าของกิจการอาจไม่ได้ต้องการนวัตกรรมมเท่าที่ควร แต่ในความจริงแล้วการคิดเชิงนวัตกรรมสามารถทำได้จริงและรวดเร็วในธุรกิจครอบครัวมากกว่าธุรกิจประเภทอื่นเนื่องจากมีปัจจัยเฉพาะอย่างอื่นหลายอย่าง
อีกทั้งด้วยความมุ่งระยะยาวของพวกเขาทำให้เป็นเรื่องง่ายกว่าสำหรับเจ้าของธุรกิจครอบครัวในการที่จะตัดสินใจในเรื่องนวัตกรรม ผลตอบแทนจากการลงทุนซึ่งอาจไม่ได้มาในทันทีและต้องอาศัยความอดทน ทั้งนี้การมองในระยะยาวของธุรกิจครอบครัวจะให้เกิดความต้องการที่จะมีโครงการระยะยาว เช่น การวิจัยและพัฒนา อีกทั้งสมาชิกในครอบครัวบริหารธุรกิจโดยได้รับมอบอำนาจในการตัดสินใจซึ่งทำให้บริษัทมีความน่าสนใจในระยะยาว
นอกจากนี้ยังมีการป้อนข้อมูลระหว่างรุ่นโดยธรรมชาติเนื่องจากบ่อยครั้งที่มีคนอย่างน้อย 2 รุ่นที่เข้ามาในบริษัทไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ซึ่งนำไปสู่การแลกเปลี่ยนไอเดียกันอย่างต่อเนื่อง โดยคนรุ่นแก่กว่าอาจทำตามแนวธุรกิจแบบดั้งเดิม ขณะที่คนรุ่นใหม่อาจเสนอไอเดียใหม่ๆให้กับธุรกิจ ที่สุดแล้วการมีวัฒนธรรมความไว้วางใจและความยืดหยุ่นสูงจะทำให้มีการนำไอเดียใหม่ๆเข้ามาได้อย่างอิสระและถูกนำไปใช้อย่างรวดเร็ว
ประการที่สอง การขยายไปต่างประเทศ ธุรกิจครอบครัวได้พิสูจน์ความสามารถของพวกเขาในการคว้าโอกาสทางเศรษฐกิจและการพัฒนาความสำเร็จในตลาดต่างประเทศมาแล้ว ซึ่งจากรายงานการสำรวจ European Family Business Barometer พบว่า 76% ของธุรกิจครอบครัวมีการดำเนินการอยู่ในต่างประเทศ และผู้ถูกสำรวจส่วนใหญ่ยึดมั่นในกลยุทธ์คล้ายๆกัน
พวกเขาชี้ว่าทางเลือกในการเข้าสู่ตลาดใหม่ๆถือว่าเป็นโอกาสของธุรกิจและเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อธุรกิจ อย่างไรก็ตามก็ยังมีคุณลักษณะเฉพาะบางอย่างที่ไม่เหมือนใคร เช่น การมีความยืดหยุ่นและความคล่องตัวของธุรกิจครอบครัวทำให้มีความได้เปรียบในการออกสู่สากลและการมองหาโอกาสนอกเหนือจากตลาดในประเทศ
อย่างไรก็ตามแม้การตัดสินใจสามารถทำได้อย่างรวดเร็วแต่อาจไม่ได้นำมาใช้เสมอไป ดังที่มีคำกล่าวว่า “ธุรกิจครอบครัวจะมีความระมัดระวังมากขึ้นเมื่อก้าวออกไปสู่ระดับสากล” ทั้งนี้ธุรกิจครอบครัวจะพึ่งพาหุ้นส่วนในประเทศและเครือข่ายครอบครัวอย่างมาก ดังคำกล่าวว่า “การมีชื่อเสียงที่ดี ย่อมหมายถึงการที่พวกเขาสามารถสร้างการติดต่อได้ง่ายและรวดเร็วในประเทศอื่นๆที่พวกเขาต้องการขยายธุรกิจไป”
นอกจากนี้คุณลักษณะเฉพาะอีกอย่างคือการเลือกตลาด ธุรกิจครอบครัวขนาดกลางและขนาดเล็กมักเลือกตลาดกลุ่มเล็กที่บริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่เห็นว่ามีความซับซ้อน โดยยึดหลักว่า “กลยุทธ์ของบริษัทคือการแข่งขันในตลาดขนาดเล็กที่ไม่เป็นที่ดึงดูดของบริษัทข้ามชาติทั่วไป”
ประการที่สาม การมีคุณลักษณะเฉพาะตัว ธุรกิจครอบครัวรู้ว่าทำอย่างไรจะประสบความสำเร็จ พวกเขาจึงอยู่ได้นาน มีการเติบโตในทางบวกและทนทานมากต่อเศรษฐกิจตกต่ำ ความได้เปรียบของพวกเขาคือ วิสัยทัศน์ในระยะยาว ความอดทนต่อผลตอบแทน ความคล่องตัว ความยืดหยุ่น ค่านิยมครอบครอบครัวที่แข็งแกร่งและวัฒนธรรมความไว้วางใจ
อย่างไรก็ตามคุณลักษณะเหล่านี้เพียงอย่างเดียวไม่สามารถรับประกันว่าจะประสบความสำเร็จได้ อาจจำเป็นต้องอาศัยปัจจัยด้านอื่นร่วมด้วย อาทิ การมีผู้นำที่เข้มแข็งและมีความทุ่มเทในหลักการสำคัญ รวมไปถึงความกล้าทำตามแนวทางของตัวเองก็ล้วนเป็นสิ่งที่สามารถช่วยสร้างความสำเร็จได้เช่นกัน
ประการที่สี่ การปรับตัวเป็นมืออาชีพ จากการสำรวจกลุ่มธุรกิจครอบครัวพบว่ามีจำนวนบริษัทที่วางแผนจะใช้การเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์อย่างรวดเร็วลดลงจาก 41% เหลือ 31% โดยกลยุทธ์หลักที่เกี่ยวข้องกับการจัดการกับผู้นำธุรกิจว่าจะเป็นทายาทรุ่นใหม่ที่เป็นสมาชิกในครอบครัว หรือซีอีโอที่เป็นคนนอก อย่างไรก็ตามผลการสำรวจยังพบว่าการจะใช้กลยุทธ์แบบใดนั้น ขึ้นอยู่กับธุรกิจขณะนั้นว่าอยู่ในช่วงใดของวงจรชีวิตและคุณลักษณะของรุ่นผู้นำคนปัจจุบัน
เจ้าของธุรกิจครอบครัวแสดงความต้องการที่จะเตรียมความพร้อมธุรกิจของพวกเขาไปสู่อนาคตโดยการให้คนรุ่นใหม่ที่เป็นสมาชิกในครอบครัวเข้ามาเป็นผู้บริหารหรือโดยการนำเอาผู้เชี่ยวชาญหรือคนเก่งมาจากภายนอก นอกจากนี้พวกเขายังวางแผนที่จะขายธุรกิจของตนเองโดยการขายสินทรัพย์ธุรกิจทั้งหมดหรือแค่บางส่วน
เหตุผลหลักในการตัดสินใจเช่นนี้เพราะเป็นเรื่องของ เวลา (ระยะของธุรกิจ) การแข่งขันเพิ่มขึ้นและราคาคุ้มค่าการสร้างความเป็นมืออาชีพมากขึ้น ธุรกิจครอบครัวโดยเฉพาะที่ยังอยู่ในระยะแรกของวงจรชีวิตมีทัศนคติที่เป็นเหตุเป็นผลต่อกระบวนการทางธุรกิจ เน้นการบริหารงานบุคคลมากขึ้น และแผนกลยุทธ์ทางธุรกิจที่เป็นทางการ
การทำงานที่เป็นเหตุเป็นผลสามารถนำไปสู่กิจกรรมของผู้ประกอบการ ที่ทำให้ธุรกิจครอบครัวเจริญเติบโตได้ในแบบที่ธุรกิจขนาดใหญ่ไม่สามารถทำได้ และดูเหมือนว่าเจ้าของตัดสินใจที่จะทำให้ธุรกิจก้าวขึ้นสู่อีกระดับ และจากการที่ธุรกิจครอบครัวกำหนดให้การเติบโตสูงเป็นเรื่องสำคัญของพวกเขา โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจของโลกเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนอย่างเช่นในปัจจุบัน
อ้างอิง: http://www.famz.co.th
โดย: รองศาสตราจารย์ ดร.เอกชัย อภิศักดิ์กุล







