
เปิดแผนขั้นเทพสู่การเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมของบริษัท Startup
แกะสูตรปรับองค์กรของ Startup ที่เริ่มต้นด้วยสร้างบรรยากาศที่ทำงานเต็มไปด้วยความสนุกและสดใส ไม่เพียงแค่เปลี่ยนธุรกิจ แต่มุ่งสู่เป้าหมายเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมในบริษัท ให้โตก้าวกระโดดในทุกวัน
วันนี้ขอมาแนะนำ วิธีการเปลี่ยนแปลงองค์กรของ Startup ที่นำมาใช้ได้จริง และเห็นผลมาแล้ว โดยเริ่มต้นสู่การเปลี่ยนแปลงสุดเทพของ Startup ว่าจะมีแผนที่จะทำให้บรรยากาศที่ทำงานเต็มไปด้วยความสนุกและสดใส ไม่เพียงแค่แปลงธุรกิจ แต่เป้าหมายก็คือจะเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมในบริษัท ให้มีความก้าวหน้าและก้าวกระโดดทุกวันทำได้อย่างไร มีขั้นตอนสนุกๆ แบบนี้
แนะนำตัว บอกกันก่อนว่าจะทำอย่างไร
1. ขั้นแรกเลย บอกเพื่อน คนในบริษัท ว่าเรามีแผนจะเปลี่ยนวัฒนธรรมของเราให้เจ๋งเป็นแบบไหน โดยต้องมีความเข้าใจเรื่องวัฒนธรรมไปในทิศทางเดียวกัน สมมติเราบอกว่าเราต้องการให้พนักงานให้มี Value ในการทำงานแบบที่เราต้องการ โดยที่ไม่ได้บอกว่าเหตุผลว่าเพราะอะไร และประวัติเรื่องราวที่ผ่านมาเป็นอย่างไร แรงบันดาลใจหรือแรงขับเคลื่อน มันก็จะมีน้อยหน่อย แต่ถ้าเราเลือกที่จะเล่าเรื่องว่า ที่ผ่านมามันเป็นอย่างงี้ แล้วเราอยากไปตรงนี้นะ เพื่อผลประโยชน์ของทุกคนนะ เพื่อนๆ และคนในบริษัทก็จะเข้าใจว่าทำไมเราต้องทำแบบนี้
2. สำรวจเรื่องการทำงานของเพื่อน คนในบริษัท พูดคุยกันเยอะ ๆ เพื่อเข้าใจว่าเรามีวัฒนธรรมแบบไหน และอยากเปลี่ยนมันยังไง จริง ๆ แล้วการคุยกันในทุก ๆ ปี ว่าสิ่งที่เราทำไปนั้น เขามีความคิดเห็นยังไง มีข้อเสนอแนะยังไง มีความสำคัญมากที่บริษัทของบัซซี่บีส์มีการทำ Internal Survey พนักงาน เพื่อสำรวจความคิดเห็นทุก ๆ ปี ปีละสองครั้ง แบบละเอียดมาก ๆ ความคิดเห็นเหล่านี้มีประโยชน์มาก เหมือนเป็นการตรวจสุขภาพประจำปี
ในช่วงที่ผ่านมา มีความคิดเห็นแปลกๆ อย่างเช่น การสื่อสารของบริษัทรู้สึกไม่ Real ต้องการให้คำพูดเข้าถึงได้มากกว่านี้ และไม่ต้องการสื่อสารที่เวิ่นเว้อ ให้พูดตรงจุดตรงประเด็นสั้นๆ ตามแบบฉบับของคนยุคใหม่เลย เพราะว่าอายุของคนในองค์กรบัซซี่บีส์นั้นต่ำกว่า 30 ปีเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะบริษัทสตาร์ทอัพก็มักจะมีคนอายุในช่วงนี้เยอะมาก
3. เล่าให้ฟังเรื่องปัจจัยและประเด็นสำคัญทางวัฒนธรรมที่ของมันต้องมี เพื่อให้เข้าใจเป้าหมายของการเปลี่ยนแปลง อันนี้หลังจากพูดคุยทุกอย่างแล้ว เราก็บอกว่าเราจะทำอะไร และเหตุผลที่เราจะทำคืออะไร ซึ่งแน่นอน มันเป็นการบอกว่าจากที่ฉันฟังเธอมานะ ฉันเอาสิ่งที่เธอพูดมาปฏิบัติแล้ว
แผนการทำ
1. แบรนด์และวัฒนธรรม
1.1 แบรนด์และวัฒนธรรมต้องไม่คลุมเครือและส่งเสริมซึ่งกันและกัน การสร้างวัฒนธรรมในองค์กรนั้นก่อนอื่น ต้องคิดก่อนว่าเราไม่ต้องการเป็นอาจารย์ปกครอง หรือเป็นคนตั้งคำขวัญวันเด็ก ที่ให้คนท่องจำได้ แต่เราต้องการให้วัฒนธรรมนั้นแทรกซึมอยู่ในสายเลือดและนำปฏิบัติได้จริง
1.2 ใช้ช่องทาง Social Media ที่คนมากๆ เผยแพร่วัฒนธรรมของเราเป็นเรื่องเจ๋ง เนื่องจากส่วนใหญ่ในสตาร์ทอัพคนในองค์กรมีอายุน้อย ดังนั้นการเลือกช่องทางการสื่อสารที่เข้าถึงพวกเขาจึงมีความสำคัญ และอย่างที่รู้กัน กลุ่มนี้เข้าถึงได้โดย Social Media
2. การสื่อสาร
การสื่อสารเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง การที่เราจะส่งมอบอะไรไปถ้าไม่มีเรื่องราว มันก็อาจจะไม่ทำให้การสื่อสารนั้นสำเร็จผลมากนัก จะเห็นได้ว่าจากรูปด้านล่างเป็นการสื่อสารที่นำชีวิตตั้งแต่ต้นจนจบของพนักงานในบริษัทมาร้อยเป็นเรื่อง แล้วทำ Theme การสื่อสารให้เข้ากัน เพื่อความเข้าใจง่าย และร้อยเป็นเรื่องให้ต่อเนื่องกัน อันนี้เป็นรูปแบบการสื่อสารสนุกๆ วิธีหนึ่ง ที่ทำให้กิจกรรมต่างๆ ที่เราพยายามทำนั้น มีสีสัน ที่น่ารักขึ้นแบบสนุกมากยิ่งขึ้น
2.1 จัดงานปาร์ตี้หรือกิจกรรมที่ให้เพื่อนร่วมงานได้ร่วมสนุก และได้เข้าใจวัฒนธรรมที่เราต้องการ อันนี้เป็นตัวอย่างหนึ่ง ในการทำ แต่มันอาจจะไม่ใช่งานปาร์ตี้ก็ได้อาจจะเป็นการรวมกลุ่มเล็กๆ หรือมันอาจจะเป็นการพูดคุยกับหัวหน้างานข้ามแผนก หรือมันอาจจะเป็นการจัดให้ผู้บริหารมาร่วมทำงานหนึ่งวัน กับแผนกต่างๆ เพื่อเกิดการถ่ายทอดทางวัฒนธรรม
2.2 สร้างแอปหรือกลุ่มในแพลตฟอร์มโซเชียล เพื่อแชร์เรื่องวัฒนธรรมของเรา ตัวอย่างด้านล่างเป็น แพลตฟอร์มที่บัซซี่บีส์สร้างขึ้นมา แล้วใช้ตัวนี้ในการให้คะแนนในการทำกิจกรรมด้านวัฒนธรรมและกิจกรรมอื่นๆ ทั้งหมดของบริษัท โดยที่มีการสะสมคะแนนแล้วแล้วเปลี่ยนคะแนนไปแลกของรางวัลตามที่ต้องการได้
แผนปฎิบัติการ
3.1 สร้างแผนสื่อสารที่ใช้ภาษาที่เข้าใจและถูกใจ Gen Z หรือคนที่เป็นกลุ่มคนส่วนใหญ่ในบริษัท ในกลุ่มสตาร์ทอัพ คนส่วนใหญ่ในองค์กรมักจะเป็นคนที่มีอายุน้อย การสื่อสารก็จะต้องใช้ภาษาเดียวกับเขา และเข้าใจกับเขา ตัวอย่างที่ยกขึ้นมาตอนต้น เช่นถ้าเราจะสื่อสาร ว่าเราจะทำอะไรในองค์กรบ้าง เราก็ทำตั้งแต่ ถูกใจ ตามใจ อุ่นใจ จริงใจ ภูมิใจ ซึ้งใจ ให้ใจ รู้ใจ ปลอบใจ ได้ใจ ใจแลกใจ คาใจ จะเห็นได้ว่าเป็นการร้อยกิจกรรม ที่มีเรื่องราวและมีความสนุกมากยิ่งขึ้น
การเงินและการประเมิน
1. วางแผนการใช้งบประมาณ
1.1 ทำการเลือกตั้งกรรมการการจัดปาร์ตี้ (ไม่ใช่งานประชุมนะ ปาร์ตี้จริงๆ) เพื่อจัดงานที่มีสไตล์และเจ๋ง ซึ่งส่วนใหญ่ แผนก People หรือแผนก HR ในบริษัท ก็มักจะทำสิ่งนี้ได้ค่อนข้างดีอยู่แล้ว เพียงแต่ว่า เราต้องมาดูว่าเป็นการทำที่สะเปะสะปะหรือนี้มีแผนการสื่อสารที่ชัดเจน แบบที่ยกตัวอย่างให้ข้างต้นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการสร้างวัฒนธรรมองค์กรในแต่ละเฟสให้ร้อยเรื่องไปด้วยกัน
1.2 ในการสร้างกิจกรรมการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมเหมือนสร้างโปรโมชั่นเหมือนการตลาดออนไลน์ เพื่อเสริมสร้างแบรนด์ แต่อันนี้เป็นการจัดทำในองค์กร การจัดทำวัฒนธรรมองค์กร ก็เหมือนกันสร้างโปรโมชั่นออนไลน์ต้องมีการทำอย่างต่อเนื่อง ต้องมีลูกเล่น แบบแรงดีไม่มีตก มีกิจกรรมทุกๆ เดือน โดยมี Main Idea และเฟสในการสื่อสารที่ชัดเจน และรู้ว่าแต่ละเฟสนั้นต้องการให้ตอบวัตถุประสงค์อะไร
2.1 วิเคราะห์ผลลัพธ์จากการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรม และเชื่อมโยงกับความสำเร็จ
แน่นอนว่าเมื่อเราต้องการทำอะไรแบบนี้ ฝ่ายบริหารก็จะถามว่า คุณจะใช้เงินเท่าไหร่และให้ผลตอบแทนเท่าไหร่ อันนี้ก็ปัจจัยสำคัญที่เราต้องแสดงให้ดูว่า สิ่งที่เราจะทำ มีการชี้วัดผลที่ชัดเจน และมีผลประโยชน์ทั้งด้านตัวเงิน และอื่นๆ ให้กับผู้บริหาร
2.2 ใช้ข้อมูลเพื่อวัดผลการเปลี่ยนแปลง โดยแต่ละบริษัทอาจมีการวัดผลไม่เหมือนกัน ในส่วนของบัซซี่บีส์ใช้การประเมินผลพนักงานและการทำ Internal Survey มาเป็นการวัดผลของการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรม ว่าได้ผลมากน้อยเพียงใด
การเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมในบริษัท Startup ต้องไม่น่าเบื่อ เราทำให้มันเจ๋งได้ และมีความสำเร็จด้วยการใช้ช่องทางที่เป็นที่นิยมและเข้าใจ ทำให้การเปลี่ยนแปลงเป็นส่วนที่สนุกและยังมีผลลัพธ์ที่ดีต่อองค์กรของเรา!
โดย: ณัฐธิดา สงวนสิน กรรมการผู้จัดการ และผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท บัซซี่บีส์ จำกัด (Buzzebees) และ Guru ด้าน CRM & Digital Engagement Platform







