ศิลปะวางแผนการเงิน ต้อง ‘รู้ใจ+รู้เสี่ยง’
การวางแผนการเงินเป็นงานศิลปะอย่างหนึ่งที่ไม่มีรูปแบบตายตัว ต้องขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์ การใช้ชีวิต หรือเป้าหมายในอนาคต เพราะฉะนั้นการวางแผนการเงินที่ดีต้องเริ่มจาก 4 ใจด้วยกัน
ใจที่ 1 รู้ใจตัวเอง
รู้ว่าเป้าหมายของชีวิตเราเป็นอย่างไร อยากให้เป็นรูปแบบไหน เมื่อรู้ใจแล้วเราต้องคิดต่อว่าสิ่งที่เราจะเป็นตอนสุดท้ายนี้ มีปัจจัยของเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะฉะนั้นรูปแบบและเป้าหมายสุดท้ายจะต้องใช้เงินเท่าไหร่ มากน้อยขึ้นอยู่กับคน
สิ่งที่คุณต้องคิดตามหลักทฤษฎีการวางแผนทางการเงินคือ เราต้องหาให้ได้ว่าปัจจุบันมีเงินเท่าไหร่ และอนาคตที่จะเป็นต้องการเงินเท่าไหร่ และตอนนี้ขาดเท่าไหร่ การวางแผนคือการวางแผนส่วนที่ขาดให้ได้ครบ ซึ่งต้องคิดมูลค่าเงินที่มันเปลี่ยนแปลงตามเงินเฟ้อด้วย เช่น ปัจจุบันมีเงินอยู่ 1 ล้าน อยากหาให้ได้ 10 ล้าน คือเก็บ 9 ล้าน แต่ในความเป็นจริงเราต้องเก็บให้ได้มากกว่านั้นเพราะมีเงินเฟ้อเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยปกติเราจะคิดเงินเฟ้อที่ 3% แต่ทฤษฎีถูกทำลายล้างไปแล้ว เพราะล่าสุดเงินเฟ้อสูงขึ้นถึง 8% ซึ่งเราไม่สามารถควบคุมได้ เพราะฉะนั้นการคิดคือต้องตั้งเรื่องเงินเฟ้อไว้ด้วย ซึ่งหากตั้งค่าเงินเฟ้อสูง เราก็ต้องหาการลงทุนที่สามารถเอาชนะค่าเงินเฟ้อให้ได้
ใจที่ 2 ความตั้งใจ
ความตั้งใจที่จะทำให้เป้าหมายเป็นจริง คือการวางแผนการเงินที่ดี เพราะฉะนั้นถ้าความตั้งใจเราใหญ่ เราก็ต้องทำในสิ่งที่ใหญ่ขึ้น หาเงินมากขึ้น เป็นต้น
ใจที่ 3 เข้าใจ
คำว่าเข้าใจในที่นี้คือ สุดท้ายการวางแผนมันคือแผนการ ซึ่งจะมีทั้งที่สำเร็จและไม่สำเร็จ อย่างแรกเรื่องการเงินที่ต้องรู้คือทุกการลงทุนมีความเสี่ยง คุณต้องเข้าใจมัน คุณอาจวางแผนแล้วแต่ไม่เป็นไปตามแผนก็ได้ เพราะทุกการเงินมีความเสี่ยงเข้ามาเกี่ยวข้องมากน้อยต่างกัน ทางที่ดีที่สุดคือต้องมีแผนสำรองให้กับตัวเอง เพื่อรับมือเมื่อมันไม่เป็นไปตามแผน
ใจที่ 4 พอใจ
สุดท้ายเมื่อไม่เป็นไปตามแผน อาจด้วยค่าเงินเฟ้อที่ตั้งไว้สูง และไม่สามารถหาการลงทุนที่ตอบโจทย์ได้ หรือหากไม่สนใจผลตอบแทนจากการลงทุน คุณก็ต้องทำรายได้ในจำนวนที่มากกว่าปกติ ซึ่งจะทำให้การใช้ชีวิตเหนื่อยมากๆ
สิ่งที่ควรคิดคือในสถานการณ์ปัจจุบัน อัตราผลตอบแทนจากการลงทุนที่สูงเกินกว่า 8% นั้นหาได้ยาก และยิ่งลงทุนในอัตราผลตอบแทนที่สูง ก็ยิ่งมีความเสี่ยงสูงตามไปด้วย ซึ่งทำให้แผนไม่สำเร็จ สิ่งที่ควรต้องทำคือชั่งใจว่าจะลดความต้องการของเราลงหรือไม่ หรือเราจะยอมเหนื่อยเพิ่มขึ้นเพื่อให้เป้าหมายสำเร็จ
เมื่อทำใจได้ทั้ง 4 ใจแล้ว เรามาลองดูพื้นฐานตามทฤษฎีการวางแผนการเงิน ซึ่งจะประกอบด้วยสิ่งสำคัญ 3 อย่างประกอบกัน
เรื่องแรกคือ จำนวนเงินที่ใส่ลงไป
เรื่องที่สองคือ อัตราผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้
และเรื่องที่สามคือ ระยะเวลา
เพราะฉะนั้นหากจำนวนเงินเยอะ อัตราผลตอบแทนเยอะ เวลาเยอะ เงินก็จะโตขึ้นแน่นอน เพราะฉะนั้นการวางแผนการเงินที่ดีคือ ควรจะวางแผนเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งเมื่อดูองค์ประกอบทั้งสามอย่างจะพบว่า สององค์ประกอบแรกนั้นเป็นองค์ประกอบที่เราควบคุมไม่ได้ เช่น จำนวนเงินหากเราเก็บตั้งแต่เด็ก ตอนเด็กๆ บางคนก็อาจจะมีเงินไม่เยอะ หรือ อัตราผลดอกเบี้ยซึ่งเราก็เห็นว่าถ้าผลตอบแทนสูง ความเสี่ยงก็สูง เป้าหมายอาจจะพลิกได้ เพราะฉะนั้นองค์ประกอบสุดท้ายเป็นสิ่งที่เราสามารถควบคุมได้มากที่สุดนั่นคือเรื่องของระยะเวลา .. ซี่งการวางแผนที่ดีควรจะปรับเปลี่ยนทุกๆ ปี หรืออยากให้ถี่กว่านั้นก็อาจเปลี่ยนในทุกครึ่งปีก็ได้
สุดท้ายสิ่งที่ต้องเข้าใจ คือ ความเสี่ยง
ทางแก้ไขความเสี่ยงที่ดี คือ การกระจายความเสี่ยง เราไม่ควรเอาทุกอย่างไปกองไว้ในการลงทุนเพียงสิ่งๆ เดียว เราควรจะกระจายความเสี่ยง อันเป็นคีย์แมสเสจที่สำคัญ เราจะแบ่งการลงทุนออกเป็น
เงินฝากต่างๆ ซึ่งเป็นตราสารกลุ่มแรก เน้นสภาพคล่อง
ตราสารหนี้ ซึ่งมีอัตราผลตอบแทนที่โอเค ถ้าเกิดอะไรขึ้นมามีความเสี่ยงน้อยกว่า เราซื้อเป็นเจ้าหนี้ คนที่ออกเป็นลูกหนี้และจ่ายคือเป็นดอกเบี้ย เมื่อครบสัญญาก็จะจ่ายเงินคืนให้อีก
ตราสารทุน ก็คือหุ้นนั่นเอง สิ่งที่จะได้คือเงินปันผล ตราสารทุนนั้นเรามีอำนาจเป็นเจ้าของ หมายความว่า หากบริษัทที่เราลงทุนล้ม เราต้องคืนเงินให้เจ้าหนี้ก่อน ส่วนที่เหลือจึงมาคืนให้เจ้าของ ตัวนี้จึงมีความเสี่ยงสูง แต่ก็ได้ผลตอบแทนสูงเช่นกันเพราะเราเป็นเจ้าของธุรกิจ
สินทรัพย์ทางเลือก คือ ทองคำ น้ำมันหรืออสังหาริมทรัพย์ สินทรัพย์ประเภทนี้เราจะมองว่ามีความเสี่ยงสูงที่สุดเพราะว่าราคาผันผวนมาก และขายออกยาก
ซึ่งหากจะแนะนำคือเราควรกระจายความเสี่ยงโดยการลงทุนให้ครบในทุกรูปแบบ
สุดท้าย ที่อยากจะย้ำคือ ถ้าเรารู้เป้าหมายแล้ว ตั้งใจจะทำให้เป็นจริง และเข้าใจว่าทุกแผนการย่อมเปลี่ยนแปลงและสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามเหตุการณ์ได้ สุดท้ายถ้าไม่เป็นอย่างที่คิดคุณก็ต้องวางใจ ซึ่งก็จะทำให้สบายใจและสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข และสามารถมีกำลังใจที่จะลงมือปรับเปลี่ยนการวางแผนการเงินต่อไป.
อาจารย์พิชาญเดช เข็มเพ็ชร
CFP, 1COT, 2MDRT
ผู้บริหารทีมพัฒนาศักยภาพที่ปรึกษาการเงิน บริษัทเมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)


