posttoday
มองตู่...ในวันที่ไม่ต้องพึ่งพี่ป้อม

มองตู่...ในวันที่ไม่ต้องพึ่งพี่ป้อม

22 พฤศจิกายน 2565

มองปัจจัย พล.อ.ประยุทธ์ ลุยการเมืองต่อ ขอแยกทางพี่ใหญ่ แม้โอกาสที่จะกลับมานั่งเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้งหากสามารถจัดตั้งรัฐบาลในการเลือกตั้งครั้งหน้ามีเวลาไม่เกิน 2 ปีก็ตาม

มองตู่...ในวันที่ไม่ต้องพึ่งพี่ป้อม

สัญญาณชัดยิ่งกว่าระบบ HD ที่บ่งชี้ว่า พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเดินหน้าทางการเมืองต่อ แม้โอกาสที่จะกลับมานั่งเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้งหากสามารถจัดตั้งรัฐบาลในการเลือกตั้งครั้งหน้ามีเวลาไม่เกิน 2 ปีก็ตาม นั้นคือ การตัดสินใจแยกทางกับพี่ใหญ่ ป ป้อม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ โดยหันไปร่วมเดินกับพรรคร่วมไทยสร้างชาติ โดยแหล่งข่าววงในยืนยันว่า  พล.อ.ประยุทธ์ ได้ลงชื่อสมัครเป็นสมาชิกพรรคไปแล้วเมื่อคืนวันจันทร์ที่ 21 พ.ย.2565  หลังจากได้เข้าไปเคลียใจกับพล.อ.ประวิตร เมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 พ.ย.ที่ผ่านมา การขอแยกทางกับพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) 

อะไรเป็นแรงพลักดันให้ พล.อ.ประยุทธ์ เดินหน้าทางการเมืองต่อโดยหันไปร่วมกับ พรรครวมไทยสร้างชาติ ?

แน่นอนว่าการตัดสินใจเดินหน้าทางการเมืองต่อ  ย่อมหมายถึง พล.อ.ประยุทธ์ มีความมั่นใจว่า จะสามารถรวบรวมเสียงหลังการเลือกตั้งครั้งหน้าเพื่อจัดตั้งรัฐบาลและสามารถกลับมานั่งเป็นนายกรัฐมนตรีได้อีกครั้ง  พล.เอกประยุทธ์และทีมยุทธศาสตร์ยังมั่นใจว่า ความนิยมในตัวพล.อ.ประยุทธ์ ยังเป็นแม่เหล็กที่ช่วยดึงคะแนนเสียงให้กับสมาชิกผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคชนะการเลือกตั้งเข้ามาได้ โดยมีสื่อหลายสำนักรายงานตรงกันว่า จะมีบรรดาส.ส.ทั้งจาก พรรคงประชาธิปัตย์ พรรคพลังประชารัฐ และ ไหลเข้ามาร่วมกับพรรคร่วมไทยสร้างชาติตาม พล.อ.ประยุทธ์อีกจำนวนมาก 
 

ความนิยมในตัวพล.อ.ประยุทธ์ ยังสะท้อนมาจากการสำรวจความคิดเห็นหรือ โพล ของ นิด้าโพล โดยความนิยมในภาคใต้ยังเป็นอันดับ 1 ส่วนภาคอื่นๆ ไม่ว่าจะภาคเหนือ ภาคอีสาน กทม. ภาคกลาง หรือภาคตะวันออก จะแพ้กับกับ ทางพรรคเพื่อไทย และ ก้าวไกลก็ตาม แต่คะแนนความนิยมในทุกภาคยังอยู่ในระดับต้นๆ เรียกว่ามีคะแนนทุกภาค  เหนืออื่นใด ในส่วนของพรรคร่วมไทยสร้างชาติเอง และ ทางพล.อ.ประยุทธ์ในฐานะนายกรัฐมนตรีย่อมต้องมีการสำรวจความนิยมของตัวเองอยู่แล้ว สามารถใช้กลไกรัฐที่มีในมือสำรวจฐานความนิยมของตัวเองได้ไม่ยาก 

นอกจากนี้ ผลงานความสำเร็จในการจัดประชุมเอเปค ครั้งที่ 29 ที่เพิ่งเสร็จสิ้นไปเมื่อวันเสาร์ที่ 19 พ.ย.หมาดๆ โดยภาพรวมหลายคนอาจมองว่า ไม่มีผลงานความโดดเด่น แต่แท้จริงแล้ว ความสำเร็จที่โดดเด่นอยู่ที่ความร่วมมือระดับทวิภาคี กับหลายประเทศอาทิเช่น ไทย -เวียดนาม ไทย-ฝรั่งเศษ ไทย -ญี่ปุ่น ไทย - ไทย-แคนาดา ไทย-สหรัฐ ไทย -จีน และ ไทย-ซาอุดิอารเบีย

ปัจจัยสนับสนุนความมั่นใจของ พล.อ.ประยุทธ์ อีกด้านหนึ่งก็คือ ผลงานในเรื่องเศรษฐกิจ โดยในช่วงรัฐบาลผลงานในโครงการประชานิยมหลายโครงการโดนใจประชาชนระดับรากหญ้าโดยเฉพาะโครงการคนละครึ่ง โครงการบัตรสวัสดิการภาครัฐเป็นต้น การอัดงบประมาณเพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายภายในผ่านโครงการเหล่านี้ช่วยลดผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจรัดตัวจากสถานการณ์โรคระบาดโควิด 19 ให้กับประชาชนเป็นอย่างดี ประกอบกับภาพรวมของเศรษฐกิจไทยในช่วงไตรมาส 3 ที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติหรือ สภาพัฒน์ เพิ่งจะแถลงเมื่อวันจันทร์ที่ 21 พ.ย. ออกมาค่อนข้างดี เศรษฐกิจไทยมีการขยายตัวดีเกินคาดสวนทางเศรษฐกิจโลก มีการขยายตัวถึง 4.5 %  ประกอบกับทางไอเอมเอฟเองก็ออกมาคาดการณ์เศรษฐกิจไทยในปี 2566 จะเติบโตได้ถึง 3.7 % เป็นการขยายตัวสวนทางการแนวโน้มเศรษฐกิจโลกด้วยเช่นกัน ทำให้รัฐบาลสามารถเคลมเป็นผลงานได้อย่างสบายณะเดียวกัน

ในขณะเดียวกัน ตัวเลขนักท่องเทียวจากต่างประเทศในช่วงปลายปีมีการขยับขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ภาพของสนามบินสุวรรณภูมิที่คราคร่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวต่างชาติเรียกว่าสนามบินแถบแตก ทำให้แนวโน้มปีหน้า 2566 การท่องเที่ยวยังเป็นแรงขับดันให้เศรษฐกิจไทยเติบโต สร้างความคึกคักให้กับแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ การหมุนเวียนของเม็ดเงินที่ลงถึงมือผู้ประกอบการจริงๆ ช่วยสร้างเครดิตให้กับรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ในการสร้างคะแนนนิยมได้อีกด้วย

ในขณะด้านการลงทุน หลังการทวิภาคีกับจีน และซาอุดีอารเบีย เป็นทิศทางที่ชัดเจนว่ายังมีการลงทุนจากต่างประเทศและการค้าอีกมาก โดยทางสภาพัฒน์เองเชื่อมั่นว่า ในระยะ 2 ปีข้างหน้า การเข้ามาลงทุนของจีนจะมีมากขึ้น

ความมั่นใจเหล่านี้ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ มีความมั่นใจในการก้าวเดินต่อในทางการเมืองอย่างเต็มเปี่ยม ฉายภาพออกมาอย่างชัดเจนทันทีหลังการประชุมเอเปค โดยการลงพื้นที่คลองจั่น บางกะปิแบบเป็นกันเองโดยไม่บอกให้สื่อรู้  และในวันพรุ่งนี้มีกำหนดการจะไปรเปิด Kick off จ่ายเงินช่วยเหลือชาวนาในโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ที่จังหวัดนครสวรรค์ โดยมีชาวนามาร่วมงานประมาณ 5,000-7,000 คนทีเดียว

ปัจจัยต่างๆเหล่านี้ ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมที่จะก้าวเดินในเส้นทางทางการเมืองต่อไป โดยยอมหันหลังให้กับ พี่ใหญ่ ป ป้อม พล.อ.ประวิตร และพรรคพลังประชารัฐที่เป็นฐานสนับสนุนให้ก้าวมาเป็นนายกรัฐมนตรีจากการเลือกตั้งที่ผ่านมา โดยหวังว่า การเข้ามาร่วมกับพรรคร่วมไทยสร้างชาติจะเป็นการสร้างดาวดวงใหม่เพื่อก้าวไปสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง ในการเลือกตั้งครั้งหน้า ส่วนจะสำเร็จดังหวังดังคาดหรือไม่ยังต้องติดตามต่อไป

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ