posttoday
ค่าเงินบาทติดตามประกาศตัวเลขตลาดแรงงานของสหรัฐฯ

ค่าเงินบาทติดตามประกาศตัวเลขตลาดแรงงานของสหรัฐฯ

30 พฤษภาคม 2565

ค่าเงินบาทติดตามประกาศตัวเลขตลาดแรงงานของสหรัฐฯ และดุลบัญชีเดินสะพัดของไทย

คอลัมน์ มันนี่วีก (Money…week) โดย...ภาณี กิตติภัทรกุล, มนัสวิน ฐิติสมบูรณ์ สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย

สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทยประเมินว่า เงินบาทมีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 33.70-34.50 ในสัปดาห์นี้ ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามคือคือตัวเลขของตลาดแรงงานสหรัฐ ไม่ว่าจะเป็นตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร หรืออัตราการว่างงาน หลังจากตัวเลขเศรษฐกิจเริ่มออกมาอ่อนแอ ส่งผลให้ตลาดมีความกังวลต่อการที่เศรษฐกิจจะเข้าสู่ภาวะถดถอยมากขึ้น

นอกจากนี้ ในอาทิตย์นี้ยุโรปจะออกตัวเลขเงินเฟ้อรอบแรกสำหรับเดือนพฤษภาคม และเกาหลีใต้จะเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อสำหรับเดือนพฤษภาคมเช่นกัน โดยธนาคารกลางทั้งสองที่กำลังเผชิญความกดดันจากเงินเฟ้อที่สูงกว่ากรอบเป้าหมาย ซึ่งเกาหลีใต้ได้ปรับขึ้นดอกเบี้ยไปแล้ว 75bps ในปีนี้

ด้านประเทศไทย จะมีการเปิดเผยตัวเลขดุลบัญชีเดินสะพัดของเดือนเมษายนที่น่าจับตามอง ท่ามกลางแรงส่งจากนักท่องเที่ยวที่เริ่มเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ หลังจากดุลบัญชีเดินสะพัดพลิกกลับมาเกินดุลในเดือนมีนาคม

ภาพรวมตลาดอัตราแลกเปลี่ยนในช่วงวันที่ 23-27 พฤษภาคม 2022 เงินบาทผันผวนในฝั่งแข็งค่า ในขณะที่การท่องเที่ยวยังเป็นความหวังที่สำคัญของเศรษฐกิจไทยในปีนี้ ล่าสุดเดือนเมษายนมีนักท่องเที่ยวเข้าประเทศไทย 293,350 คน โดยมีสัดส่วนหลักเป็นนักท่องเที่ยวยุโรป ในขณะที่ ททท. คาดการณ์นักท่องเที่ยว 8 ล้านคน ด้านผู้ว่าธปท.ยังคงย้ำไม่รีบร้อนขึ้นดอกเบี้ย โดย ดร.เศรษฐพุฒิ มองเงินเฟ้อชะลอลงปีหน้า และยังคงให้ความสำคัญกับการฟื้นตัวเศรษฐกิจเป็นสำคัญ

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง จากความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอยสหรัฐฯ ที่เริ่มเพิ่มขึ้น สะท้อนผ่านตัวเลขเศรษฐกิจที่แย่ลง จีดีพีสหรัฐฯ ในไตรมาสที่ 1 ปรับลดลงกว่าการประกาศครั้งแรก ยอดคำสั่งซื้อสินค้าคงทนในเดือนเมษายนชะลอลง ยอดซื้อบ้านใหม่ปรับลดลงต่ำสุดตั้งแต่ปี 2013 ในขณะที่ราคาพลังงานพุ่งขึ้นและสต็อกน้ำมันดิบลดลง ด้านรายงานการประชุมเฟดส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ย 50bps ต่อเนื่อง ในอีกสองการประชุมข้างหน้า พร้อมระบุว่าสมาชิกเห็นด้วยว่าต้องมีการเปลี่ยนผ่านจากนโยบายการเงินแบบเป็นกลางไปสู้ฝั่งที่ตึงตัวมากยิ่งขึ้น แต่ยังมีความกังวลต่อความเสี่ยงของระบบการเงินและสภาพคล่องในตลาด ปัจจุบัน ตลาดคาดการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดที่ 2.50-2.75% ณ สิ้นปีนี้ นอกจากนี้ สมาชิกวุฒิสภาสหรัฐฯ ทั้งสองฝ่ายยืนยันให้ไบเดนคงภาษีสินค้านำเข้าจากจีน โดยก่อนหน้านี้ไบเดนมีท่าทีจะลดภาษีดังกล่าวลง เพื่อชะลอเงินเฟ้อในสหรัฐฯ แต่ไบเดนยังคงท่าทีแข็งกร้าวต่อจีน โดยกล่าวว่าสหรัฐจะตอบโต้ทางทหารหากจีนยึดครองไต้หวัน ทำให้จีนได้ออกมาตอบโต้ว่าเป็นเรื่องภายในประเทศ

ฝั่งยุโรป ลาการ์ดมองว่าอีซีบีจะเริ่มขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกรกฎาคม และน่าจะออกจากแดนอัตราดอกเบี้ยติดลบภายในไตรมาสสาม นอกจากนี้ ลาการ์ดยังคงมองว่ายุโรปจะไม่เข้าสู่ภาวะถดถอย ด้านฟาบิโอ พาเน็ตต้า ระบุว่าการขึ้นดอกเบี้ยไปสู่ระดับปกติอาจเป็นความเสี่ยง เนื่องจากตัวเลขเศรษฐกิจของยูโรโซนยังมีแนวโน้มอ่อนแอ ในขณะที่สถานการณ์สงครามรัสเซียยูเครนยังยืดเยื้อต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม รัสเซียจะเปิดท่าเรือยูเครน 2 แห่ง เป็นผลดีต่อปัญหาคอขวดภาคอุปทาน โดยเฉพาะการขาดแคลนอาหารกลายเป็นปัญหาสำคัญในปัจจุบัน ล่าสุดยูเครนมีท่าทีอยากเจรจากับรัสเซียมากยิ่งขึ้น หลังรัสเซียใช้กำลังทหารยึดเมืองได้เพิ่มขึ้น ในขณะที่รัสเซียยังเพิกเฉยกับการเจรจา และยืนยันจะดำเนินการทางทหารจนกว่าจะบรรลุเป้าประสงค์

ด้านจีน หลี่เค่อเฉียงระบุว่าจีนจะเผชิญกับความยากลำบากยิ่งกว่าปี 2020 โดยตัวเลขเศรษฐกิจมีแนวโน้มย่ำแย่ลงอย่างมีนัยสำคัญท่ามกลางการแพร่ระบาดอีกระลอกของโควิด-19 โดยเป้าหมายการเติบโตของจีนในปีนี้อยู่ที่ 5.5% ในขณะที่การเติบโตในปี 2020 ขยายตัวเพียง 2.2% ในขณะเดียวกัน จีนออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม โดยช่วยเหลือทั้งด้านการคลังและการเงิน และธนาคารกลางจีนปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ 5 ปี มาอยู่ที่ 4.45% จาก 4.60% เหนือความคาดหมาย ในขณะที่คงดอกเบี้ยเงินกู้ 1 ปีที่ 3.7% หลังจากที่การปิดเมืองมีแนวโน้มดำเนินต่อเนื่อง แม้ภาครัฐมีท่าทีคล้ายจะผ่อนคลายมาตรการในช่วงก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตาม ล่าสุดภาครัฐได้สั่งให้ประชาชนในเซี่ยงไฮ้อยู่บ้านและปิดร้านค้าทั้งหมด

เงินบาทปิดตลาดที่ 34.15 ในวันศุกร์ที่ 27 พฤษภาคม 2022 ณ เวลา 17.00 น.

ภาพรวมตลาดตราสารหนี้ในสัปดาห์ที่ผ่านมาอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลของประเทศสหรัฐฯ อายุ 10ปี ยังคงปรับตัวลดลงทำจุดต่ำสุดในรอบ 1เดือน โดยที่พันธบัตรรัฐบาลอายุ 10ปี พยายามปรับตัวลดลงทดสอบแนวต้านบริเวณ 2.70% แต่ก็ยังไม่สามารถผ่านไปได้ส่งผลให้ล่าสุดอัตราผลตอบแทนอยู่แถวบริเวณ 2.75% โดยปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนตลาดยังคงเป็นเรื่องความกังวลถึงความเสี่ยงที่จะเกิดเศรษฐกิจถดถอย สนับสนุนโดยตัวเลขยอดซื้อบ้านใหม่ในสหรัฐปรับลดลง 16.6%MoM อยู่ที่ 591,000 หน่วย ต่ำสุดตั้งแต่ปี 2013 และต่ำกว่าคาดการณ์ที่ 749,000 หน่วย ส่วนเครื่องชี้ด้านการผลิตของเฟดริชมอนด์เดือนพฤษภาคมปรับลดลงอยู่ที่ -9 จาก 14 ในเดือนเมษายน ส่งสัญญาณเศรษฐกิจถดถอย นอกจากนี้ตัวเลขจีดีพีสหรัฐฯ ในไตรมาสที่ 1 ปรับลดลงเป็น -1.5% จากการประกาศครั้งแรกที่ -1.4% และต่ำกว่าคาดการณ์ที่ -1.3% ขณะที่รายงานการประชุมเฟดส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ย 50bps ต่อเนื่องในอีกสองการประชุมข้างหน้า สอดคล้องกับสิ่งที่ตลาดได้คาดหวังไว้แล้วผ่านตัวเลข Fed Fund Future อย่างไรก็ตามเริ่มมีการพูดถึงความไม่แน่นอนในการขึ้นอัตราดอกเบี้ยสำหรับการประชุมในเดือนกันยายน ซึ่งหากตัวเลขทางเศรษฐกิจที่จะประกาศหลังจากนี้ออกมาสะท้อนการชะลอตัวทางเศรษฐกิจจริง ก็ต้องติดตามว่าเฟดจะลดความร้อนแรงในการขึ้นอัตราดอกเบี้ยตามกันด้วยหรือไม่

ค่าเงินบาทติดตามประกาศตัวเลขตลาดแรงงานของสหรัฐฯ

ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยปรับตัวลดลงต่อเนื่องอีกสัปดาห์ สืบเนื่องจากการที่ผู้ว่าธปท.ยังคงย้ำว่าไม่รีบร้อนขึ้นดอกเบี้ย ทำให้เห็นแรงซื้อพันธบัตรรัฐบาลทั้งจากนักลงทุนในประเทศและนักลงทุนต่างประเทศ โดยกระแสเงินทุนต่างชาติในสัปดาห์ที่ผ่านมาไหลเข้าสู่ตลาดตราสารหนี้เป็นมูลค่าสุทธิประมาณ 10,644 ล้านบาท ซึ่งเป็นการซื้อสุทธิในตราสารหนี้ระยะสั้น 15,584 ล้านบาท ซื้อสุทธิในตราสารหนี้ระยะยาว 5,006 ล้านบาทและมีตราสารหนี้ที่ถือครองโดยนักลงทุนต่างชาติหมดอายุ 9,946 ล้านบาท ส่งผลให้ ณ วันที่ 27 พฤษภาคม 2565 อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลไทยรุ่นอายุ 1, 2, 3, 5, 7 และ 10ปี อยู่ที่ 0.68% 1.55% 1.91% 2.23% 2.55% และ 2.90% ตามลำดับ

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ