posttoday

หนทางสู่ความยั่งยืนในการบริหารจัดการขยะอาหาร

07 มีนาคม 2565

โดย...ดร.รพีรัฐ ธัญวัฒน์พรกุล

***********************

อาหารเป็นหนึ่งในปัจจัย 4 ที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตสำหรับมนุษย์ แต่พวกเรารู้หรือไม่ ว่าในแต่ละปี มีอาหารจำนวนมาก ที่ถูกทิ้งให้กลายเป็น “ขยะอาหาร (food waste)” เป็นจำนวนมหาศาล

“ขยะอาหาร” เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น อายุของวัตถุดิบที่นำมาใช้ประกอบอาหารเกิดการเน่าเสีย ในกระบวนการ จัดเก็บ การผลิต การขนส่ง หรือ ขยะอาหารจากร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า หรือ อื่นๆ หรือแม้กระทั่งเศษอาหาร หรืออาหาร หมดอายุในบ้านของเราเองก็เป็นส่วนนึงของการสร้างขยะอาหารเช่นกัน

หนทางสู่ความยั่งยืนในการบริหารจัดการขยะอาหาร

“ขยะอาหาร” กลายหนึ่งในปัญหาใหญ่ที่หลายประเทศทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญ เพราะการเน่าเสียของอาหารที่ถูกทิ้ง เหล่านี้ ปล่อยก๊าซมีเทนซึ่งเป็นหนึ่งในก๊าซ เรือนกระจก ที่เป็นตัวการใหญ่ที่ทำให้โลกร้อนมากกว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์กว่า 25 เท่า

ข้อมูลอ้างอิงจาก TDRI (Thailand Development Research Institute) บอกว่าในแต่ละปี ทั่วโลกจะมีขยะอาหาร ที่ต้องถูกฝังกลบประมาณ 1,300 ล้านตัน ซึ่งจะก่อให้เกิดมลพิษคิดเป็นประมาณ 8% ของก๊าซเรือนกระจกทั้งหมด ที่ปล่อยเข้าสู่ชั้นบรรยากาศ และจากข้อมูลของกรมควบคุมมลพิษระบุว่า ขยะอาหาร คิดเป็น 64% ของขยะทั้งหมด แต่ปรากฏ ว่ามีการนำขยะอาหารไปใช้ประโยชน์น้อยมาก เนื่องจากเทศบาลส่วนมากไม่มีการแยกขยะ เช่น กทม. รีไซเคิลขยะอาหาร ได้เพียง 2% เท่านั้น ที่เหลือจะนำไปกำจัดโดยวิธีการฝังกลบรวมที่ไม่มีระบบการจัดการแบบถูกสุขาภิบาล ซึ่งทำให้เรา ไม่สามารถนำขยะอาหารมาใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่

“เศษอาหารที่สูญเปล่าทั่วโลกในแต่ละปี มีเพียงพอสำหรับเลี้ยงคนได้ถึงสองพันล้านคน”

รู้หรือไม่ 1 ใน 3 ของปริมาณอาหารทั้งหมดที่ถูกผลิตขึ้นเพื่อการบริโภคของมนุษย์จะสูญเปล่าทุกปี ผลไม้และผักมีอัตรา การสูญเปล่าสูงสุด (เช่น เน่าเสีย ทิ้งเนื่องจากหมดอายุ หรือ เหลือเกินจากการบริโภค เป็นต้น) ปริมาณอาหารที่สูญเสียไป ทั่วโลกในแต่ละปีประมาณ 1.3 พันล้านตัน ซึ่งถือว่าเป็นการสูญเสียทางเศรษฐกิจประมาณ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หากให้ เข้าใจได้ง่ายยิ่งขึ้นก็คือ มันมากพอๆ กับการทำอาหารแจกคนสองพันล้านคน ซึ่งยังมากกว่าจำนวนผู้ขาดสารอาหาร ทั่วโลกกว่าสองเท่า

Apeel – A New Solution to Food Waste ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือก และวิธีการที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก ในการช่วยลด ผลกระทบของปริมาณขยะอาหาร

หนทางสู่ความยั่งยืนในการบริหารจัดการขยะอาหาร

Apeel เป็นบริษัทที่อยู่เบื้องหลังพื้นผิวล่องหนที่กินได้บนผักและผลไม้ บริษัทนี้ก่อตั้งขึ้นในปี 2555 ด้วยทุนสนับสนุนจากมูลนิธิ Bill and Melinda Gates Foundation เป็นบริษัทที่ทำการค้นคว้าด้านเศษอาหารจากแคลิฟอร์เนีย ด้วยการระดมทุนจาก ธนาคารโลกและผู้บริจาคที่มีชื่อเสียงเช่น Katy Perry และ Oprah Winfrey

James Rogers ผู้ก่อตั้งบริษัท Apeel เล่าว่านี่เป็นการเริ่มต้นทางวิทยาศาสตร์อาหารที่มีจุดประสงค์ในการลดจำนวน เศษอาหารบนโลกใบนี้ลง ด้วยเทคโนโลยีสารกันบูดที่เคลือบผิวด้วยนวัตกรรมล้ำสมัย บริษัทของเขาได้พยายามพัฒนา สารเคลือบสารกันบูดแบบใหม่สำหรับผลิตภัณฑ์ที่เน่าเสียได้ง่าย อาทิ อะโวคาโด มะนาว และแอปเปิ้ล โดยปัจจุบัน มีการใช้ ควบคู่ไปผักและผลไม้ประเภทอื่นๆ อีกมากมาย

“เทคโนโลยีการถนอมอาหารที่ ไร้สี ไร้กลิ่น และ ไร้รส”

น้ำยาเคลือบผักและผลไม้ของ Apeel มีทั้งแบบผง แบบน้ำให้จุ่มลงไป และแบบฉีดพ่น น้ำยาเหล่านี้ผลิตจากสารสกัด ที่ได้จากกรดไขมันของพืช เช่นจาก เปลือกมะเขือเทศและเมล็ดพืชต่างๆ ตัวน้ำยาจะสร้างผนึกที่มีความชื้นรอบๆ ผักและผลไม้ ที่เราต้องการกักเก็บความชื้นและปรับอัตราค่าออกซิเจนและคาร์บอนไดออกไซด์ให้อยู่ในจุดที่เหมาะสม ทำให้ผู้บริโภค อย่างเรา ไม่ต้องกังวลในเรื่องของความเยิ้มหรือเมือกที่จะติดอยู่ที่ผักและผลไม้ของเรา เพราะน้ำยานี้เป็นธรรมชาติทั้งหมด แม้ตาก็มองไม่เห็น ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ไม่มีรสชาติ และไม่มีสารตกค้างอีกด้วย

หนทางสู่ความยั่งยืนในการบริหารจัดการขยะอาหาร

“คุ้มค่าที่จะจ่ายเพิ่มอีกนิด สำหรับ Apeel”

ด้วยข้อจำกัดที่เกษตรกรอินทรีย์ต้องเผชิญในเรื่องของอายุของผลผลิตที่ถูกเก็บเกี่ยวมาแล้ว ทำให้ Apeel กลายเป็นทางเลือก เและวิธีการสำหรับการเก็บรักษาผักและผลไม้เหล่านั้นให้อยู่ได้นานขึ้น ผู้บริโภคก็รู้สึกปลอดภัยในการรับประทานผักและ ผลไม้ที่มีการใช้ Apeel บ่อยครั้ง เรามักจะได้ยินพวกเขาพูดว่า “ฉันรู้สึกสบายใจที่จะกินมัน” “ฉันชอบที่มันได้มาจากพืช” หรือ “Apeel ทำให้ฉันรู้สึกถึงระดับพรีเมี่ยม” 89% ของผู้บริโภคเห็นด้วยที่จะยอมจ่ายราคาที่สูงขึ้น สำหรับผักและผลไม้ออร์แกนิก ที่คงความกรอบและรสชาติสดใหม่ได้นานกว่าด้วย Apeel

“สิ่งที่ Apeel ขายจริงๆ ก็คือ เวลา”

สิ่งที่ Apeel ทำก็คือ ต่อเวลาความสดใหม่ให้แก่เหล่าผักและผลไม้ ยกตัวอย่างเช่น มะนาวคาเวียร์ ปกติจะมีอายุการเก็บรักษา 5-7 วันโดยไม่มี Apeel และ อายุการเก็บรักษาจะกลายเป็น 25 วัน เมื่อใช้ Apeel หรือ อะโวคาโดที่ใช้ Apeel จะมีอายุ การเก็บรักษานานขึ้นถึง 50%

นอกจากนี้ประโยชน์ที่น่าสนใจของ Apeel อีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญ ก็คือ บริษัทต่างๆ สามารถยกเลิกการใช้พลาสติกห่อหุ้ม ผักผลไม้ได้เลย เพราะ Apeel สามารถช่วยชะลออัตราการสูญเสียน้ำได้ถึง 50% ซึ่งนั่นหมายความว่าพลาสติกห่อหุ้มไม่จำเป็น อีกต่อไปแล้ว หากต้องนำมาใช้เพื่อวัตถุประสงค์นี้

หนทางสู่ความยั่งยืนในการบริหารจัดการขยะอาหาร

“เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ คือ การลดความอดอยากและความยากจนทั่วโลก”

Apeel ยังมีการระดมทุนสำหรับโครงการฟาร์มในประเทศ โดยมีเป้าหมายในการลดการสูญเสียอาหาร สำหรับผู้ที่ไม่สามารถ เข้าถึงเครื่องทำความเย็นได้ในแอฟริกาตอนใต้ของทะเลทรายซาฮารา เม็กซิโก อเมริกากลาง อเมริกาใต้ และเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ เทคโนโลยีของ Apeel สามารถช่วยได้ทั้งฟาร์มขนาดเล็กและผู้ผลิตรายใหญ่ ในการเก็บรักษาผลผลิต ของตนเอง ซึ่งมีบทบาทอย่างมากในการช่วยลดเศษอาหารที่เกิดจากการเน่าเสียจากการเก็บรักษา และแน่นอนช่วยบรรเทา ความหิวโหยและความยากจนทั่วโลก

“ปัญหาเรื่อง ขยะอาหาร (food waste) ถึงแม้จะเป็นปัญหาใหญ่ระดับโลก แต่เราก็ต้องช่วยกันแก้”

เราจะไม่มีวันได้เห็นคุณค่าของเศษอาหารที่เราทิ้ง จนกว่าเราจะได้พบกับความหิวโหยนั้นเสียเอง สำหรับปัญหาเรื่อง ขยะอาหารนั้น อันที่จริงแล้ว เราเองก็สามารถเริ่มต้นบริหารจัดการแก้ได้ด้วยตัวเราเอง เช่น แยกขยะอาหารออกมาจาก ขยะทั่วไป อาจจะนำไปฝังกลบทำปุ๋ย หรือ ถ้าให้ดีก็คิดสักนิดก่อนที่จะซื้ออะไรมาบริโภคก็ตาม ทั้งนี้ เพื่อเป็นการลดปริมาณ ขยะอาหารในท้ายที่สุดนั่นเอง

อ้างอิง

https://tdri.or.th/2019/10/food-waste/ 

http://www.baankluayonline.co/article-food-waste/  Food Waste Fighting Startup Apeel Bags $250M In Temasek-Led Round Apeel: A New Startup’s Solution to Food Waste

https://www.foodnavigator-usa.com/Article/2020/05/26/Apeel-Sciences-raises-250m-to-tackle-food-waste-with-invisible-plant-based-skin-with-help-from-Oprah-Katy-Perry

https://blog.apeelsciences.com/organic-apple-shoppers-choose-apeel Apeel & The Science of Sustainability 

https://www.bangkokpost.com/business/1969451/waste-not 

ข่าวล่าสุด

MEA หนุนฟุตซอลไทยลีกปีที่ 3 ดันซอฟต์พาวเวอร์ก้าวสู่ระดับเอเชีย