posttoday
COVID -19 ระลอกใหม่ในเมียนมา

COVID -19 ระลอกใหม่ในเมียนมา

26 กุมภาพันธ์ 2565

คอลัมน์ เปิดประตูค้าชายแดน

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา มีโทรศัพพ์จากเมื่องย่างกุ้งโดยน้องที่คนไทยที่ทำงานอยู่ที่นั่น โทรเข้ามาหาผม สอบถามว่าสองวันมานี้ บนถนนในย่างกุ้งทำไมเงียบเหงาผิดปกติมาก ไม่ทราบว่ามีข่าวอะไรหรือเปล่า? 

ผมก็แจ้งไปว่า ถ้าเป็นข่าวทางด้านการเมือง ผมยังไม่ได้ยินข่าวลืออะไรออกมาเลย จะมีก็เพียงข่าวเรื่องของการระบาดของโรคระบาด COVID-19 เท่านั้น ที่เป็นเรื่องที่พอจะคาดเดาได้ว่า วันนี้ในประเทศเมียนมา ค่อนข้างจะหนักหนาสาหัสเอาการอยู่ที่เดียวครับ 

โดยช่วงระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์เป็นต้นมา ทางกระทรวงสาธารณสุขของเมียนมา ได้เร่งระดมสรรพกำลังในการระดมฉีดวัคซีนและตรวจหาผู้ติดเชื้อรายใหม่อย่างขมักเขม่น โดยตรวจกันวันละหลักหมื่นรายขึ้นไปทุกวัน จากเดิมอย่างมากที่เห็นก็เพียง 7-8 พันราย ส่วนจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ ช่วงต้นเดือนก็ยังคงอยู่ที่ประมาณ หลักร้อยคน หรือประมาณ 1-2 % ของผู้ได้รับการตรวจเท่านั้น 

แต่พอล่วงเลยมาถึงระยะวันที่ 8 กุมภาพันธ์เป็นต้นมา จำนวนการตรวจหาผู้ติดเชื้อรายใหม่ เริ่มเข้าสู่หลักสองหมื่นคนขึ้นไปแล้ว ผู้ติดเชื้อรายใหม่ตัวเลขก็ขยับตามเป็นหลักพันกว่าคนครับ พอมาถึงวันที่ 15 กุมภาพันธ์ การตรวจหาผู้ติดเชื้อรายใหม่ คิดเป็นเปอร์เซนต์ก็มากถึง 2-4% ของผู้ได้รับการตรวจ กระโดดขึ้นเป็นสามหมื่นกว่ารายทุกวัน

แน่นอนว่าผู้ติดเชื้อก็มากขึ้นเป็นหลักสองพันกว่าคนทุกวันเช่นกัน เปอร์เซนต์การติดเชื้อก็มากขึ้นเป็น 6-8% เป็นที่น่ากังวลใจเป็นอย่างมากครับ

จากปรากฎการณ์ที่เล่ามาทั้งหมด ผมก็เลยพอจะอนุมานได้ว่า เจ้าวายร้าย COVID-19 ระลอกใหม่เริ่มอุบัติแล้วอย่างเป็นทางการก็นับว่าได้แล้วละครับ อันนี้หากจะย้อนกลับไปเมื่อกลางปี 2020 ในเดือนสิงหาคม 

ถ้าใครยังจำกันได้ ในช่วงนั้นมีการเดินทางของโรคระบาดนี้ ที่ติดมาจากผู้เดินทางจากเมืองชิตต่วย รัฐยะไข่จำนวนหนึ่ง ได้นำเอาเจ้าเชื้อร้ายนี้เข้ามาแพร่ระบาดในเมืองย่างกุ้ง ทำให้เกิดความโกลาหลกันในเมืองย่างกุ้ง และลามไปจนถึงหัวเมืองอื่นๆอย่างรวดเร็ว  กระทั้งทางการเมียนมาเองก็เอาไม่อยู่ ทำให้เกิดการไหลของ COVID-19 เข้ามาสู่ประเทศไทยเรา

ในช่วงแรกๆทางสภาธุรกิจไทย-เมียนมา ก็มีความเชื่อว่าอย่างไรเสีย เจ้าวายร้ายโรคระบาดนี้ จะต้องไหลเข้าสู่ประเทศไทยเราอย่างแน่นอน เพราะชายแดนเรากับประเทศเมียนมา มีความยาวถึง 2400 กว่ากิโลเมตร เราคงยากที่จะปิดชายแดนได้สนิท และแล้วมันก็มาตามนัดจริงๆครับ 

โดยเริ่มเห็นการไหลเข้ามาทางอำเภอแม่สาย จากการหนีภัยโรคระบาดของสาวๆ ที่ไปทำงานอยู่ที่นั่น แล้วหลบหนีกลับมาบ้านทางช่องทางธรรมชาติ และต่อมาก็เริ่มมีคนงานเมียนมา ที่หนีเข้ามาหางานทำในเมืองมหาชัย แหล่งที่ตั้งของชุมชนชาวเมียนมา ซึ่งผมก็จนปัญญาที่จะเตือน เพราะไม่ทราบด้วยเหตุผลกลใด อีกทั้งเสียงของผมคงจะเบาเกินไปที่จะทำให้ผู้หลักผู้ใหญ่รับฟังกระมั้ง

ในครั้งนี้ ได้เริ่มมีการระบาดระลอกใหม่ของเจ้าวายร้าย COVID-19 นี้ขึ้นในประเทศเมียนมา โดยเริ่มจากมีแรงงานเมียนมาเดินทางกลับมาจากตะวันออกกลาง ที่นำเอาเจ้า OMICORN กลับมาด้วย ทำให้เริ่มมีการระบาดในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์อย่างที่เล่ามาตอนต้น 

แต่ในความคิดของผม ผมกลับเชื่อว่าน่าจะเกิดจากการย้อนศรของเจ้าโรคร้ายนี้เสียมากกว่าครับ เพราะเท่าที่ทราบมาว่า ตั้งแต่ต้นปีเป็นต้นมา ทางการเมียนมาเริ่มมีการปล่อยให้นักลงทุนต่างชาติ เดินทางกลับเข้าไปทำงานในประเทศเมียนมาได้แล้ว 

แต่การตั้งรับจากรัฐบาลเมียนมายังไม่ดีพอ เช่น การดำเนินการตรวจหาเชื้อจากผู้ติดเชื้อรายใหม่ การฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชนในประเทศ การสาธารณสุขขั้นพื้นฐานของประเทศเมียนมา การกักบริเวณผู้ติดเชื้อ การขาดแคลนยารักษาโรคระบาด เป็นต้น ยังห่างชั้นจากมาตรฐานมาก 

ยกตัวอย่างที่เห็นได้อย่างชัดๆ ก็คือการฉีดวัคซีน ซึ่งปัจจุบันนี้ (วันที่ 23 กุมภาพันธ์) ยอดฉีดวัคซีนทั้งหมดมีเพียง 44,208,482 โดส ผู้ที่ได้รับวัคซีนเข็มเดียว มี 2,671,335 คน ส่วนคนที่ได้รับวัคซีนสองเข็มมี 20,768,335 คน จากประชากรที่ภาครัฐประกาศทั้งประเทศที่มีมากถึง 54,825,469 คน(ที่ไม่มีสัญชาติยังมีอีกเยอะมาก) 

ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างไทยเรา ในวันเดียวกัน ผู้ที่ได้รับวัคซีนเข็มเดียว 53,007,725 คน ผู้ที่ได้รับวัคซีนเข็มสองมี 49,337,255 คน ส่วนผู้ที่ได้รับวัคซีนบูสเตอร์มีมากถึง 18,777,077 คน สัดส่วนเมื่อเทียบกับประเทศเมียนมาแล้ว จะเห็นว่าห่างไกลกันมากๆอย่างน่าใจหายครับ

เมื่อเป็นเช่นนี้ การระบาดของโรค COVID-19 ระลอกใหม่นี้ มีความเป็นไปได้ที่ประเทศเมียนมา จะต้องเป็นฝ่ายตั้งรับในการบุกมาจากต่างประเทศมากกว่า เพราะเพื่อนบ้านใกล้เคียงทั้งหมด เขามีการป้องกันกันเป็นอย่างดีกันหมดในขณะที่ประเทศเมียนมา ยังไม่สามารถป้องกันอะไรได้เลย การปิดประเทศของเมียนมา เผลอๆอาจจะมีการขยายเวลาออกไปอีกแน่ๆ 

โรงงานอุตสาหกรรมในประเทศไทยเรา ที่ต้องพึ่งพาแรงงานจากเมียนมา คงจะต้องแห้วต่อไปอีกระยะหนึ่งแน่นอน 

ดังนั้นถ้าจะหาทางแก้วิกฤติครั้งนี้ ถ้าเป็นผม ผมคงจะต้องรีบระดมสมองของพนักงานกันยกใหญ่แล้วละครับเพราะขืนรอวันเวลาที่ขาดแคลนแรงงานคืบคลานมาถึง ผมคิดว่าคงลำบากที่จะแก้ไขแน่ๆครับ 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท