posttoday
45 ปี 6 ตุลาฯ (ตอนที่สิบแปด): แนวโน้มการครองอำนาจยาวนานของผู้นำทางการเมืองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในช่วงระหว่างและหลังสงครามเย็น

45 ปี 6 ตุลาฯ (ตอนที่สิบแปด): แนวโน้มการครองอำนาจยาวนานของผู้นำทางการเมืองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในช่วงระหว่างและหลังสงครามเย็น

21 กุมภาพันธ์ 2565

โดย....ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร

***************************

ตอนที่แล้วได้กล่าวในกรณีของผู้นำทางการเมืองของลาวที่ครองอำนาจทางการเมืองอย่างยาวนาน คราวนี้จะกล่าวถึงกรณีของผู้นำกัมพูชาที่ใครๆในเมืองไทยย่อมรู้จักดี นั่นคือ ฮุนเซน หรือ พลเอกอาวุโส สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน เขาเป็นนายกรัฐมนตรีที่อยู่ในอำนาจอย่างน้อยตั้งแต่ พ.ศ. 2528 และมาลงหลักปักฐานมั่นคงในปี พ.ศ. 2541 รวมความจนถึงปัจจุบันเป็นเวลา  37 ปีถือเป็นนายกรัฐมนตรีที่อยู่ในอำนาจยาวนานที่สุดในโลกภายใต้เงื่อนไขการเมืองที่มีการเลือกตั้ง

แต่การเมืองกัมพูชาก่อนหน้า “ยุคฮุนเซน”  ระยะเวลาการครองอำนาจของผู้นำหรือผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีก็ไม่ต่างจากของลาว นั่นคือ อยู่ในอำนาจสั้นจนน่าตกใจ !

กัมพูชาก็ไม่ต่างจากลาวและเวียดนามคือตกเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศสมาก่อน โดยกัมพูชาตกเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศสในปี พ.ศ. 2406 ตรงกับสมัยรัชกาลที่สี่ของเรา  และในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ที่กองทัพญี่ปุ่นมายึดครองกัมพูชา  เจ้าสีหนุได้ถือโอกาสประกาศเอกราชจากฝรั่งเศสในปี พ.ศ. 2488  และประกาศตัวเป็นนายกรัฐมนตรีและเป็นพระมหากษัตริย์ของกัมพูชาในเวลาเดียวกัน

ในช่วงที่เจ้าสีหนุประกาศเอกราช พ.ศ. 2488 จนถึงการเกิดสนธิสัญญาเจนีวาในปี  พ.ศ. 2497 (Geneva Accords  of 1954 ในช่วง 9 ปีนี้ กัมพูชามีนายกรัฐมนตรี 14 คน แต่ละคนอยู่ในตำแหน่งเป็นระยะเวลาที่สั้นมาก ได้แก่ ระหว่าง พ.ศ. 2488-2497 เป็นช่วงเวลาที่มีการเป็นนายกรัฐมนตรีโดยรัฐประหารและโดยการเลือกตั้ง

เจ้าสีหนุเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ได้ 148 วัน (ไม่สังกัดฝ่าย)

เจ้าสีหนุเป็น นายกรัฐมนตรีอยู่ได้ 148 วัน (18 มีนาคม-13 สิงหาคม พ.ศ. 2488) ก็ถูกรัฐประหารจากกลุ่มชาตินิยมที่นิยมสาธารณรัฐที่มีนายเซิน หง็อก ถั่ญ (S?n Ng?c Thành) เป็นผู้นำ นายเซิน หง็อก ถั่ญได้ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี แต่อยู่ในตำแหน่งได้เพียง 63 วัน         

           

45 ปี 6 ตุลาฯ (ตอนที่สิบแปด): แนวโน้มการครองอำนาจยาวนานของผู้นำทางการเมืองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในช่วงระหว่างและหลังสงครามเย็น

45 ปี 6 ตุลาฯ (ตอนที่สิบแปด): แนวโน้มการครองอำนาจยาวนานของผู้นำทางการเมืองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในช่วงระหว่างและหลังสงครามเย็น

เนื่องจากในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2488  หลังสงครามโลกครั้งที่สองยุติลงในยุโรป ฝรั่งเศสได้กลับเข้ามากัมพูชาและได้ทำการปลดนายเซิน หง็อก ถั่ญจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หลังจากที่เขาได้เป็นดำรงได้เพียง 63 วัน และฝรั่งเศสได้แต่งตั้งให้สมเด็จกรมพระสีสุวัตถิ์ มุนีเรศ ผู้มีศักดิ์เป็นพระปิตุลา (อา) ของเจ้าสีหนุเป็นนายกรัฐมนตรี  และหลังจากนั้น ได้จัดให้มีการร่างรัฐธรรมนูญขึ้นและประกาศใช้ในปี พ.ศ. 2490  เป็นรัฐธรรมนูญที่กำหนดให้กัมพูชามีการปกครองที่พระมหากษัตริย์อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ แต่ยังถือว่ากัมพูชาเป็นหนึ่งในรัฐในสหภาพฝรั่งเศส และกำหนดให้มีการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎรขึ้น

45 ปี 6 ตุลาฯ (ตอนที่สิบแปด): แนวโน้มการครองอำนาจยาวนานของผู้นำทางการเมืองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในช่วงระหว่างและหลังสงครามเย็น

หลังจากประกาศใช้รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2490 และมีการเลือกตั้ง พรรคประชาธิปไตยของเจ้าศรีสวัสดิ์ยุทธวงศ์ชนะได้คะแนนเสียงข้างมาก ส่งผลให้เขาเป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกของกัมพูชาที่มาจากการเลือกตั้ง และสมเด็จกรมพระสีสุวัตถิ์ มุนีเรศ นายกรัฐมนตรีที่ฝรั่งเศสตั้งขึ้นแทนนายเซิน หง็อก ถั่ญ  1 ปีกับ 59 วัน (ไม่สังกัดฝ่าย) จึงหมดวาระไป 

45 ปี 6 ตุลาฯ (ตอนที่สิบแปด): แนวโน้มการครองอำนาจยาวนานของผู้นำทางการเมืองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในช่วงระหว่างและหลังสงครามเย็น

                                                                                                 

แต่เจ้าศรีสวัสดิ์ยุทธวงศ์ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้เพียง  214 วันเท่านั้น เพราะเขาได้เสียชีวิตลงด้วยวัยเพียง 34 ปี

เจ้าศรีสวัสดิ์ยุทธวงศ์เป็นผู้นำพรรคประชาธิปไตย   ที่มีจุดยืนเป็นซ้าย-สังคมนิยม) ต่อมาเป็นรายนามและช่วงเวลาดำรงตำแหน่งของนายกรัฐมนตรีที่ต่อจากเจ้าศรีสวัสดิ์ยุทธวงศ์

เจ้าสีสุวัตถิ์ วัฑฒ์ฉายาวง 210 วัน (พรรคประชาธิปไตย)

เซียม วัน 176 วัน (พรรคประชาธิปไตย)

แป้น นัท 159 วัน (พรรคประชาธิปไตย)

ยำ ซัมบาว 220 วัน (พรรคประชาธิปไตย)

เอียว เกิส 9 วัน (พรรคประชาธิปไตย)

ยำ ซัมบาว 211 วัน (พรรคประชาธิปไตย)

เจ้าสีหนุ 32 วัน (ไม่สังกัดฝ่าย)

สมเด็จกรมหลวงสีสุวัตถิ์ มุนีพงศ์ 277 วัน (ไม่สังกัดฝ่าย)

อวม เชียง ซุน 223 วัน(พรรคประชาธิปไตย)

ฮุย กานทวล 247 วัน (พรรคประชาธิปไตย)

เจ้าสีหนุ 222 วัน (ไม่สังกัดฝ่าย)

แป้น นัท 302 วัน (พรรคประชาธิปไตย)

จัน นัก 135 วัน (ไม่สังกัดฝ่าย)

เจ้าสีหนุ 11 วัน   (ไม่สังกัดฝ่าย)                                                                                                               

เมื่อถึงปี พ.ศ. 2497 ได้มีการตกลงในสนธิสัญญาเจนีวา พ.ศ. 2497  (Geneva Accords  of 1954)  ซึ่งเป็นข้อตกลงที่เกิดจากความพยายามที่จะยุติการต่อสู้ระหว่างฝรั่งเศสและเวียดนามที่ดำเนินยืดเยื้อมาเป็นเวลาแปดปี ได้รับรองรัฐบาลของเจ้าสีหนุเท่านั้นว่าเป็นรัฐบาลที่ชอบธรรม ทำให้การพยายามกล่าวอ้างการครอบครองดินแดนในกัมพูชาของเวียดนามไม่เป็นผลเหมือนในกรณีเวียดนามกับลาว หลังจากที่รัฐบาลสีหนุได้รับการรับรองแล้ว กัมพูชาก็เริ่มศักราชของการปกครองในระบอบพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญขึ้นโดยไม่ได้เป็นหนึ่งในรัฐของสหภาพฝรั่งเศสอีกต่อไป

ในปีต่อมา เดือนมีนาคม พ.ศ. 2498 (ค.ศ. 1955) เจ้าสีหนุได้สละราชสมบัติ  และให้พระราชบิดาของพระองค์ คือ พระบาทสมเด็จพระนโรดม สุรามฤต ขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์  โดยเจ้าสีหนุได้ลงมาจัดตั้งมวลชนเป็นกลุ่มการเมืองขึ้น มีชื่อว่า “ชุมชนสังคมนิยมของประชาชน” (People’s Socialist Community) โดยห้ามไม่ให้สมาชิกในกลุ่มเป็นสมาชิกพรรคการเมืองอื่น โดยเจ้าสีหนุมีเป้าหมายเพื่อดึงประชาชนเขมรออกจากพรรคประชาธิปไตยเพื่อต่อสู้กับพรรคประชาธิปไตยในการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น  เพราะจะสังเกตได้ว่าในช่วงระหว่าง พ.ศ. 2488-2497 แม้ผู้ที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีทุกคนจะอยู่ในอำนาจได้สั้นมาก แต่ส่วนใหญ่มาจากพรรคประชาธิปไตยที่ชนะการเลือกตั้งมาเกือบทั้งหมด และไม่แปลกใจที่ชาติตะวันตกที่มาร่วมตกลงในสนธิสัญญาเจนีวา พ.ศ. 2497 จะยอมรับรัฐบาลของเจ้าสีหนุ แต่ไม่ยอมรับรัฐบาลภายใต้ผู้นำจากพรรคประชาธิปไตย เพราะพรรคประชาธิปไตยเป็นพรรคฝ่ายซ้ายและต่อต้านฝรั่งเศส ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2489 (หลังจากที่เจ้าสีหนุถือโอกาสประกาศเอกราชในช่วงที่ญี่ปุ่นเข้ามาแทนที่ฝรั่งเศสในกัมพูชา) ผู้ก่อตั้งพรรคคือเจ้าศรีสวัสดิ์ยุทธวงศ์  ผู้ที่มีคนจำนวนหนึ่งยกย่องว่าเป็น “บิดาแห่งประชาธิปไตยกัมพูชา” เจ้าศรีสวัสดิ์ยุทธวงศ์เป็นนายกรัฐมนตรีกัมพูชาคนแรกที่มาจากการเลือกตั้ง เพราะก่อนหน้านั้นแม้ว่าจะมีนายกรัฐมนตรีมาก่อน 3 คน แต่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง   เจ้าสีหนุประกาศตนเป็นนายกรัฐมนตรีและเป็นพระมหากษัตริย์ในเวลาเดียวกัน

เจ้าศรีสวัสดิ์ยุทธวงศ์ตั้งพรรคประชาธิปไตยขึ้นในขณะที่เขามีอายุเพียง 33 ปี ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เขาเพิ่งสำเร็จการศึกษาจากฝรั่งเศส ที่ฝรั่งเศส  เจ้าศรีสวัสดิ์ยุทธวงศ์ได้ศึกษาวิชาคณิตศาสตร์จากมหาวิทยาลัยด้านวิทยาศาสตร์และสำเร็จการศึกษาในปี พ.ศ. 2484 และในช่วงเวลาที่เขาอยู่ฝรั่งเศส เขาได้เข้าเป็นสมาชิกของ “องค์กรคนงานสากลสาขาฝรั่งเศส” (the French Section of the Workers' International) ซึ่งต่อมาคือ พรรคสังคมนิยมของฝรั่งเศส  และหนึ่งในผู้นำองค์กรคนงานสากลสาขาฝรั่งเศสขึ้นคือ ปอล ละฟาก (Paul Lafargue) บุตรเขยของคาร์ล มาร์กซ และในตอนร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2490 เจ้าศรีสวัสดิ์ยุทธวงศ์ถือเป็นหนึ่งในผู้ร่างที่มีบทบาทสำคัญในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าว

พรรคประชาธิปไตยของเจ้าศรีสวัสดิ์ยุทธวงศ์ ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายซ้ายกำลังมาแรงเป็นที่นิยมของประชาชนชาวกัมพูชาและคาดว่า น่าจะได้ชัยชนะในการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น และด้วยเหตุนี้ เจ้าสีหนุจึงจัดตั้งกลุ่ม “ชุมชนสังคมนิยมของประชาชน” (People’s Socialist Community) เพื่อหวังจะดับอนาคตของพรรคประชาธิปไตย

45 ปี 6 ตุลาฯ (ตอนที่สิบแปด): แนวโน้มการครองอำนาจยาวนานของผู้นำทางการเมืองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในช่วงระหว่างและหลังสงครามเย็น

แต่หลังจากนั้น คือ ตั้งแต่ พ.ศ. 2497-2541 ไม่มีนายกรัฐมนตรีกัมพูชาคนใดจะอยู่ในตำแหน่งได้ยาวนานเลยสักคนเดียว ไม่ว่าจะหลังจากสงครามเวียดนามยุติลงแล้วก็ตาม ! จนหลัง พ.ศ. 2541 ไปแล้ว ที่กัมพูชาอยู่ในยุคนายกรัฐมนตรีที่ชื่อ ฮุนเซน มาโดยตลอด

(แหล่งอ้างอิง: https://www.britannica.com/place/Cambodia/Independence; file:///R:/cambodia-constitution-1947.pdf) 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท