
ค่าเงิน ติดตามจีดีพีไทย และรายงานการประชุมเฟด
เงินบาทมีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 31.80-32.70 ในสัปดาห์นี้ ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามคือ จีดีพีไทยในไตรมาสที่ 4 ซึ่งจะประกาศในวันจันทร์นี้
คอลัมน์ มันนี่วีก (Money…week) กฤติกา บุญสร้าง, มนัสวิน ฐิติสมบูรณ์ สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย
สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทยประเมินว่า เงินบาทมีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 31.80-32.70 ในสัปดาห์นี้ ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามคือ จีดีพีไทยในไตรมาสที่ 4 ซึ่งจะประกาศในวันจันทร์นี้ โดยตลาดคาดการณ์จีดีพีไตรมาสที่ 4 พลิกกลับมาขยายตัว 0.70%YoY จากที่หดตัว 0.30%YoY ในไตรมาสก่อนหน้า ในช่วงที่โควิด-19 ระบาดรุนแรง ทั้งนี้ คาดการณ์จีดีพีไทยในปี 2021 อยู่ที่ 1.2%YoY นอกจากนี้ ในวันพุธจะมีการประกาศตัวเลขการนำเข้าและส่งออกของไทยที่ตลาดคาดว่าแนวโน้มการชะลอตัว ในขณะที่ดุลการค้ามีแนวโน้มขาดดุลหนึ่งพันล้านบาทในเดือนมกราคม
ด้านต่างประเทศ สถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ยูเครนยังคงเป็นประเด็นร้อนแรงที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด ในสัปดาห์นี้ แอนโทนี บลินเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ และเซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซียจะมีการเจรจากันอีกครั้งในยุโรป ท่ามกลางราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น กดดันให้เงินเฟ้อสหรัฐฯ พุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง นอกจากนี้ สหรัฐฯ จะมีการประกาศดัชนีราคาจากรายจ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลในเดือนมกราคมที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น สร้างแรงกดดันต่อเฟดให้ต้องเร่งขึ้นดอกเบี้ยและลดขนาดงบดุลเร็วขึ้น
ภาพรวมตลาดอัตราแลกเปลี่ยนในช่วงวันที่ 14-18 กุมภาพันธ์ 2022 ค่าเงินบาทไทยแข็งค่าขึ้นสูงสุดนับตั้งแต่กรกฎาคม 2021 ท่ามกลางเงินทุนไหลเข้าทั้งตลาดพันธบัตรและตลาดหุ้น ด้วยความหวังต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่พึ่งพาการท่องเที่ยวเป็นหลัก ประกอบกับในปีที่แล้วเงินบาทอ่อนค่าที่สุดในกลุ่มสกุลเงินประเทศกำลังพัฒนาในภูมิภาคเอเชีย ทั้งนี้ ผู้ว่า ธปท. เผยเงินเฟ้อไทยมีแนวโน้มสูงกว่าที่เคยประเมินไว้ แต่ยังคงเป็นปัจจัยที่ควบคุมได้ ในขณะที่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยขึ้นอยู่กับการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว ด้านรัฐบาลไทยประกาศลดภาษีสรรพาสามิตน้ำมันดีเซลลง 3 บาทต่อลิตร เป็นระยะเวลา 3 เดือน จากเดิมที่เก็บ 5.99 บาทต่อลิตร เพื่อช่วยชะลอราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงผ่อนคลายแรงกดดันเงินเฟ้อ
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ทรงตัวในฝั่งแข็งค่า ท่ามกลางความตึงเครียดยูเครน หลังมีรายงานว่ายูเครนยิงปืนและระเบิดไปที่ลูฮานสค์ แม้ยูเครนปฏิเสธข่าวดังกล่าว ด้านไบเดนย้ำว่ารัสเซียมีแผนจะบุกยูเครนในเร็วๆ นี้ และยังไม่เห็นการถอนทหารของรัสเซีย ในขณะที่รัสเซียขับไล่รองเอกอัคราชทูตสหรัฐฯ ออกจากมอสโก และยืนยันว่ารัสเซียถอนทหารแล้ว อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามการเจรจารอบใหม่ของสหรัฐฯ และรัสเซียในสัปดาห์นี้
ด้านนโยบายการเงินสหรัฐฯ รายงานการประชุมเฟดในเดือนมกราคมระบุว่าเฟดพร้อมเร่งนโยบายการเงินตึงตัว หากเงินเฟ้อไม่ชะลอลง พร้อมระบุว่าเงินเฟ้อกระจายตัวไปในวงกว้าง ในขณะที่เศรษฐกิจเข้าใกล้การจ้างงานเต็มที่แล้ว ดังนั้น เฟดจึงประเมินว่าหากเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง การขึ้นดอกเบี้ยเร็วขึ้นเป็นสิ่งที่เหมาะสม ในขณะที่การลดขนาดงบดุละจเกิดขึ้นในไตรมาสที่ 3 ด้านสมาชิกเฟดยังคงมีมุมมองหลากหลาย โดย เจมส์ บุลลาร์ด ประธานเฟดเซนต์หลุยส์ ระบุว่าเฟดจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยไปเหนือ 2% เพื่อชะลอเงินเฟ้อ ในขณะที่ลอเรตต้า เมสเตอร์ ประธานเฟดคลีฟแลนด์ สนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ยที่เร็วขึ้น หากในช่วงครึ่งหลังของปีเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ตาม นีล คาสคารี่ ประธานเฟดมินนิอาโพลิส ระบุว่าดอกเบี้ยไม่มีแนวโน้มกลับไปที่ 2% ในปีนี้ เพราะการขึ้นดอกเบี้ยที่รวดเร็วเกินไปจะกระทบต่อเศรษฐกิจ ในขณะที่แมรี่ ดาลี่ ประธานเฟดซานฟรานซิสโก ระบุว่าการขึ้นดอกเบี้ยขึ้นอยู่กับข้อมูลทางเศรษฐกิจในระยะถัดไป
ด้านไอเอ็มเอฟสนับสนุนการดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายของยุโรป และคาดการณ์ว่าเงินเฟ้อจะชะลอลง โดยไอเอ็มเอฟระบุว่าเงินเฟ้อที่ 5.1% ของยุโรปจะชะลอลงเข้าใกล้เป้าหมายที่ 2% หลังการแพร่ระบาดผ่อนคลายมากขึ้น เนื่องจากค่าจ้างของยุโรปเพิ่มขึ้นปานกลาง ในขณะที่สมาชิกอีซีบียังคงแสดงความเห็นที่แตกต่าง โดย ฟิลิป เลน ระบุว่าอีซีบีไม่ควรรีบร้อนดำเนินการ โดยคาดว่าเงินเฟ้อจะเข้าใกล้จุดสูงสุดและชะลอลง ด้าน ด้านฟรองซัว วิลเลอรอยระบุว่ามาตรการคิวอีปกติของอีซีบีอาจสิ้นสุดลงในไตรมาสที่ 3 นี้ และมาร์ติน คาซัค กล่าวว่าอีซีบีมีแนวโน้มต้องขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้
ด้านเอเชีย จีดีพีญี่ปุ่นไตรมาสที่ 4 ขยายตัว 5.4% annualized QoQ ต่ำกว่าคาดการณ์ แต่ฟื้นตัวจากที่หดตัวในไตรมาสก่อนหน้าในช่วงที่โควิด-19 ระบาดหนัก ในขณะที่เงินเฟ้อในเดือนมกราคมยังอยู่ในฝั่งขยายตัวแต่ต่ำกว่าคาดการณ์ อย่างไรก็ตาม ญี่ปุ่นเตรียมผ่อนคลายมาตรการให้คนต่างชาติเข้าประเทศได้ ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคมเป็นต้นไป แต่ยังคงยกเว้นนักท่องเที่ยว สำหรับธนาคารกลางจีนคงดอกเบี้ยเงินกู้ระยะ 1 ปีที่ 2.85% ตามคาด และจะปล่อยเงินกู้ 3 แสนล้านหยวนสู่ตลาด ในขณะที่อี้ กัง ประธานธนาคารกลางจีนยืนยังนโยบายการเงินผ่อนคลายต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง โดยเงินเฟ้อจีนในเดือนมกราคมชะลอลงเช่นเดียวกับดัชนีราคาผู้ผลิตที่ขยายตัวชะลอต่ำกว่าคาด
เงินบาทปิดตลาดที่ 32.17 ในวันศุกร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ 2022 ณ เวลา 17.00 น.
ภาพรวมตลาดตราสารหนี้ในสัปดาห์ที่ผ่านมาอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลของประเทศสหรัฐฯ อายุ 10ปี ปรับตัวลดลงเล็กน้อย โดยประเด็นหลักที่มีผลกระทบกับตลาดคือประเด็นของความตรึงเครียดระหว่างรัสเซียกับยูเครน ซึ่งยังคงมีความเสี่ยงที่อาจจะมีการปะทะกันอันจะนำไปสู่เหตุการณ์ความรุนแรงที่มากกว่านี้ได้ ส่งผลให้บรรยากาศการลงทุนกลับมาเป็นโหมดปิดรับความเสี่ยง และเห็นเม็ดเงินไหลกลับเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำและพันธบัตรรัฐบาล ขณะที่รายงานการประชุมเฟดที่ออกมาในช่วงกลางสัปดาห์ก็ส่งสัญญาณ Hawkish น้อยกว่าที่ตลาดได้คาดการณ์เอาไว้ โดยมีการพูดคุยถึงช่วงเวลาที่เหมาะสมในการลดงบดุลอาจเกิดขึ้นในไตรมาสที่ 3 ส่งผลให้พันธบัตรรัฐบาลของประเทศสหรัฐฯ อายุ 10ปีปรับตัวลดลงต่ำกว่า 2% มาอยู่แถวบริเวณ 1.97% ส่วนทางฝั่งตลาดฟิวเจอร์ได้ price in โอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยตลอดทั้งปี 2022 อยู่ที่ 6 ครั้ง เทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้าที่ 6.5 ครั้ง ขณะที่โอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ย 50 bps ในการประชุมเดือนมีนาคมอยู่ที่ 33% ลดลงจาก 67% ในสัปดาห์ก่อนหน้า
ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยมีการเคลื่อนไหวเป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดโลก คืออัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลปรับตัวลดลงเล็กน้อยตลอดอายุของพันธบัตร ขณะที่กระแสเงินทุนต่างชาติยังคงไหลเข้าตลาดตราสารหนี้อย่างต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 6 จาก 7สัปดาห์นับจากต้นปี 2022 โดยกระแสเงินทุนต่างชาติในสัปดาห์ที่ผ่านมาไหลเข้าสู่ตลาดตราสารหนี้ไทยมูลค่าสุทธิประมาณ 7,326 ล้านบาท ซึ่งเป็นการขายสุทธิในตราสารหนี้ระยะสั้น 446 ล้านบาท ซื้อสุทธิในตราสารหนี้ระยะยาว 8,945 ล้านบาทและมีตราสารหนี้ที่ถือครองโดยนักลงทุนต่างชาติหมดอายุ 1,173 ล้านบาท ส่งผลให้ ณ วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2565 อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลไทยรุ่นอายุ 1, 2, 3, 5, 7 และ 10ปี อยู่ที่ 0.51% 0.71% 0.97% 1.41% 1.81% และ 2.19% ตามลำดับ







