posttoday
ค่าเงินบาท ติดตามการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)

ค่าเงินบาท ติดตามการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)

20 ธันวาคม 2564

เงินบาทมีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 33.00-33.80 ในสัปดาห์นี้ ปัจจัยสำคัญในประเทศที่ต้องติดตามคือการประชุม กนง. ในช่วงกลางสัปดาห์

คอลัมน์ มันนี่วีก (Money…week) โดย...กฤติกา บุญสร้าง, มนัสวิน ฐิติสมบูรณ์ สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย

สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทยประเมินว่า เงินบาทมีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 33.00-33.80 ในสัปดาห์นี้ ปัจจัยสำคัญในประเทศที่ต้องติดตามคือการประชุม กนง. ในช่วงกลางสัปดาห์ ท่ามกลางความเคลื่อนไหวของธนาคารกลางๆ หลายประเทศทั่วโลก มีทั้งฝั่งที่เริ่มดำเนินนโยบายตึงตัว และฝั่งที่ยังคงนโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย อย่างไรก็ตาม ธนาคารแห่งประเทศไทยยังคงมีแนวโน้มจะคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ต่อเนื่อง ด้วยการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยที่ยังคงต้องการแรงหนุน ทั้งนี้ ในสัปดาห์นี้ กระทรวงพาณิชย์จะเปิดเผยตัวเลขการส่งออกในเดือนพฤศจิกายนด้วย

ด้านต่างประเทศ ก่อนการหยุดยาวในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ สหรัฐฯ จะประกาศตัวเลขดัชนีราคาจากรายจ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ซึ่งเป็นดัชนีที่บ่งบอกถึงเงินเฟ้อ ซึ่งกำลังส่งแรงกดดันหนักหน่วงต่อการดำเนินนโยบายของเฟด พร้อมกันนี้ จะมีการประกาศดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ โดยมหาวิทยาลัยมิชิแกน รวมถึงคาดการณ์เงินเฟ้อของผู้บริโภคในระยะข้างหน้าด้วย

ภาพรวมตลาดอัตราแลกเปลี่ยนในช่วงวันที่ 13-17 ธันวาคม 2564 ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าขึ้น จากการที่เฟดเร่งลดคิวอีเพิ่มเป็น 3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อเดือน นับตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม เป็นต้นไป จากเดิมที่ลด 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อเดือน และยังส่งสัญญาณว่าจะขึ้นดอกเบี้ย 3 ครั้งในปี 2022 และอีก 3 ครั้งในปี 2023 เฟดยอมรับว่าเงินเฟ้อไม่ใช่เพียงปัจจัยชั่วคราวจากปัญหาความไม่สมดุลกันระหว่างอุปสงค์และอุปทานที่รุนแรงขึ้น โดยโพเวลกล่าวว่าเฟดจะยังไม่ขึ้นดอกเบี้ยจนกว่าจะเสร็จสิ้นการลดคิวอี โดยไม่จำเป็นต้องให้ตลาดแรงงานเข้าสู่การจ้างงานสูงสุด ด้านประเด็นโอไมครอน โพเวลเชื่อว่าเศรษฐกิจจะสามารถรับมือกับการแพร่ระบาดได้ โดยสหรัฐฯ เผชิญกับแรงกดดันจากเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูง โดยเงินเฟ้อในเดือนพฤศจิกายนพุ่งแตะระดับ 6.8%YoY ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 1982 ในขณะที่ดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนพฤศจิกายนพุ่งสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 9.6%YoY ด้านโควิด-19 ศูนย์ควบคุมโรคติดต่อสหรัฐฯ ระบุว่าโอไมครอนก่อให้เกิดอาการป่วยที่ไม่รุนแรงในผู้ที่ฉีดวัคซีนครบโดสแล้ว นอกจากนี้ สหรัฐฯ ประกาศขึ้นบัญชีดำบริษัทจีนอีก 34 แห่ง ด้วยข้อกล่าวหาในประเด็นสิทธิมนุษยชนและอาวุธล้างสมอง ทำให้ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และจีนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

ค่าเงินบาท ติดตามการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)

ด้านยุโรป อีซีบีคงดอกเบี้ยนโยบายตามคาด พร้อมประกาศสิ้นสุดมาตรการคิวอีสำหรับช่วงโควิด (PEPP) ในเดือนมีนาคม 2022 อย่างไรก็ตาม อีซีบีจะปรับเพิ่มคิวอีปกติ (APP) เป็น 4 หมื่นล้านยูโร และ 3 หมื่นล้านยูโรในไตรมาสที่ 2 และ 3 ของปี 2022 ตามลำดับ ก่อนจะกลับสู่ระดับเดิมที่ 2 หมื่นล้านยูโรในไตรมาสที่ 4 ปี 2022 เป็นต้นไป ด้านลาการ์ดยังคงคาดการณ์ว่าอีซีบีจะไม่ขึ้นดอกเบี้ยในปี 2022 แม้จะมีความเสี่ยงที่เงินเฟ้อจะเพิ่มสูงขึ้น โดยอีซีบีปรับเพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้อในปีหน้าเป็น 3.2% จากเดิมที่ 1.7% ด้านบีโออีขึ้นดอกเบี้ยเป็น 0.25% จากระดับ 0.10% ซึ่งเหนือความคาดหมายของตลาด ท่ามกลางการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่รุนแรง และผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่พุ่งสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และแรงกดดันจากเงินเฟ้อที่พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 10 ปี ที่ 5.1% ในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยบีโออีคาดการณ์ว่าเงินเฟ้อจะทำจุดสูงสุดที่ 6% ในช่วงเดือนเมษายน และมีแนวโน้มจะคงอยู่นานกว่าที่คาดไว้

ด้านจีน ค่าเงินหยวนอ่อนค่าหลังจากที่ธนาคารกลางจีนประกาศเพิ่มเงินทุนสำรองเงินตราระหว่างประเทศอีก 2% เป็น 9% เริ่มตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม ในขณะที่เงินเฟ้อในเดือนพฤศจิกายนเพิ่มขึ้น 2.3%YoY ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนั้บตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2020 พร้อมทั้งดัชนีราคาผู้ผลิตพุ่งขึ้น 12.9%YoY ท่ามกลางความกังวลต่อการผลิตนัดชำระหนี้ของเอเวอร์แกรนด์และไคซา ภาวะพลังงานขาดแคลนในจีน และการปิดเมืองบางส่วนเพื่อจัดการกับโควิด-19

ด้านค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น ท่ามกลางการทยอยฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย โดยธนาคารโลกคาดการณ์เศรษฐกิจไทยขยายตัว 1% ในปีนี้ และ 3.9% ในปีหน้า ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ผ่อนคลายลง และคาดการณ์นักท่องเที่ยวเข้าประเทศไทย 7 ล้านคน และ 20 ล้านคน ในปี 2022 และ 2023 ตามลำดับ ด้านนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยจะกลับสู่ระดับก่อนเกิดโควิดในปี 2023 โดยมีแผนกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมด้วยวงเงินงบประมาณ 1 ล้านล้านบาท

เงินบาทปิดตลาดที่ 33.35 ในวันศุกร์ที่ 17 ธันวาคม 2564 ณ เวลา 17.00 น.

ภาพรวมตลาดตราสารหนี้ในสัปดาห์ที่ผ่านมามีประเด็นสำคัญที่เกิดขึ้นอยู่ที่การประชุมของเฟดที่ส่งสัญญาณเร่งลดคิวอีเพิ่มเป็น 3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อเดือนนับตั้งแต่เดือนมกราคมของปีหน้าเป็นต้นไป ซึ่งจะทำให้การลดคิวอีสิ้นสุดลงในช่วงเดือนมีนาคมของปี 2022 ขณะที่การเปิดเผยประมาณการอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Dot Plot) ชี้ให้เห็นว่าเฟดมีมุมมองที่จะปรับขึ้นดอกเบี้ยถึง 3 ครั้งในปี 2022 กับปี 2023 และอีก 2 ครั้งในปี 2024 ซึ่งเมื่อนำข้อมูลของการสิ้นสุดการลดคิวอีมารวมกับข้อมูลจาก Dot Plot ทำให้มีการพูดถึงโอกาสที่เฟดจะเริ่มปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบายครั้งแรกในเดือนมีนาคมของปี 2022 ซึ่งสอดคล้องกับตลาดฟิวเจอร์ โดย FED Fund Future ได้ขยับโอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 25 bps ในการประชุมเดือนมีนาคมมีสูงถึงกว่า 80% เทียบกับในช่วงก่อนหน้าที่ตลาดได้ให้โอกาสของการขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกอยู่ในเดือนมิถุนายนของปี 2022 อย่างไรก็ตามอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลกลับปรับตัวลดลง โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลของประเทศสหรัฐฯ อายุ 10ปี ปรับตัวลดลงจากบริเวณ 1.50% ลงมาอยู่แถวระดับ 1.40% ในช่วงท้ายของสัปดาห์ ที่เป็นเช่นนี้เนื่องจากนักลงทุนบางส่วนคิดว่าสิ่งที่สะท้อนผ่าน Dot Plot อาจจะไม่สามารถขึ้นได้จริง ท่ามกลางความเสี่ยงของการระบาดของไวรัสสายพันธุ์ใหม่ “โอไมครอน” ทำให้เห็นภาพของการเข้าซื้อภายหลังจากที่อัตราผลตอบแทนปรับตัวสูงขึ้นนั้นเอง

ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยเคลื่อนไหวปรับตัวลดลงเล็กน้อย เป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดโลก โดยในช่วงท้ายของสัปดาห์เห็นแรงซื้อจากนักลงทุนต่างชาติชัดเจน โดยกระแสเงินทุนต่างชาติในสัปดาห์ที่ผ่านมาถ้าไม่นับรวมตราสารหนี้ที่ถือครองหมดอายุ จะมีกระแสเงินไหลเข้าสู่ตลาดตราสารหนี้ไทยมูลค่าสุทธิประมาณ 7,416 ล้านบาท ซึ่งเป็นการซื้อสุทธิในตราสารหนี้ระยะสั้น 3,844 ล้านบาท ซื้อสุทธิในตราสารหนี้ระยะยาว 3,572 ล้านบาท ขณะที่มีตราสารหนี้ที่ถือครองโดยนักลงทุนต่างชาติหมดอายุ 15,808 ล้านบาท โดย ณ วันที่ 17 ธันวาคม 2564 อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลไทยรุ่นอายุ 1, 2, 3, 5, 7 และ 10ปี อยู่ที่ 0.52% 0.64% 0.85% 1.23% 1.60% และ 1.89% ตามลำดับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท