
ขาลงพปชร.หมดคนชิงผู้ว่าฯ ประคองเสียงรอเลือกตั้งใหญ่แทน
โดย...ชัยฤทธิ์ ยนเปี่ยม
*************
ศึกเลือกตั้งผู้ว่ากทม. คาดจะมีขึ้นกลางปี 2565 หลังพล.อ.ประยุทธ์ ออกมา
นับถอยหลัง ความชัดเจนเริ่มปรากฎ มีผู้สมัครเปิดตัวพร้อมชิงแล้ว 3 คน คือ กลุ่มลงอิสระ 1.ชัชชาติ สิทธิพันธ์ อดีตรมว.คมนาคม ในรัฐบาลยิ่งลักษณ์2. รสนา โตสิตระกูล อดีต สว. กทม.
ผู้สมัครในนามพรรค ณ ตอนนี้มีเพียง 3. สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล. )ประธานที่ประชุม ลงสมัครในนามพรรคประชาธิปัตย์
ส่วน 2 พรรคใหญ่อย่างพรรคพลังประชารัฐ มีแนวโน้มแล้วจะไม่ส่งผู้สมัคร แต่จะไปหนุนลับๆ กับผู้สมัครบางราย พปชร. คาดว่า จะสนับสนุน พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่ากทม.คนปัจจุบันที่อาจกลับลำมาลงสมัครชิงผู้ว่าฯ
ขณะที่พรรคเพื่อไทย แม้แถลงยืนยันแล้วจะไม่ส่งผู้สมัครในนามพรรค แต่ประกาศสนับสนุน ชัชชาติ เพราะเคยอยู่ชายคาเดียวกัน
ส่วนพรรคก้าวไกล ยืนยันว่า จะสงผู้สมัครแน่นอนและไม่มีฮั้วกับเพื่อไทย จะเปิดตัวได้ต้นปี 2565
ปราฏการณ์ที่เห็นคือทั้งพปชร.และ พท. ไม่ยอมส่งผู้สมัคร แต่เล่นบทอีแอบหนุนหลังผู้สมัครคนอื่นแทน เพราะอะไร ทั้งที่เป็นพรรคอันดับ 1และ 2 และ มีสส.ในกทม. ในพื้นที่
เพราะการเลือกตั้งผู้ว่าฯ ครั้งนี้ใกล้กับการเลือกตั้งใหญ่ที่จะมีขึ้นคาดว่า ไม่เกินต้นปี 2566 ทั้ง พปชร.และพท.กลัวว่า ถ้าส่งแล้วแพ้จะมีผลเป็นโดมิโนต่อการเลือกตั้งใหญ่ที่เดิมพันชี้ขาดความเป็นรัฐบาลสูงกว่าจึงต้องถนอมตัวไว้
อย่าลืมว่า การเลือกตั้งสส. ครั้งล่าสุด ปี 2562 ในพื้นที่กทม. 30 ที่นั่ง พปชร.เป็นแชมป์ได้ สส. ไป 12 ที่นั่ง รวม 845,365 เสียง ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ชั้นในหรือเขตเมือง รองลงมา พรรคอนาคตใหม่หรือก้าวไกลได้ไป 10 ที่นั่ง 807,942 เสียง และพท. 8 ที่นั่ง 604,699 เสียง ในพื้นที่รอบนอกกทม.
ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ที่เคยครองแชมป์ ส.ส. กทม.มายาวนาน แต่เลือกตั้งสส.ครั้งล่าสุดแพ้ราบคาบ ไม่ได้แม้แต่ที่นั่งเดียว ได้คะแนนรวมอันดับ 4 คิดเป็น 469,820 เสียง
สำหรับพท.ที่คาดว่า เลือกตั้งสส.ครั้งหน้าจะชนะถล่มทลายนอนมาเป็นที่ 1 แต่ไม่ส่งผู้ว่ากทม.เพราะในอดีตการเลือกตั้งผู้ว่ากทม.กับพรรคทักษิณเป็นของแสลงไม่เคยชนะสักครั้ง
4 ครั้งที่พรรคทักษิณลงแข่งในสนามผู้ว่าฯกทม. ทั้งแบบส่งจริงกับแอบส่ง แพ้ให้กับปชป. ทุกครั้ง
การเลือกตั้งผู้ว่ากทม. ปี 2547 พรรคทักษิณในนามไทยรักไทยไม่ส่งใคร แต่สนับสนุน ปวีณา หงสกุล ลงอิสระ แต่ก็แพ้ให้อภิรักษ์ โกษะโยธิน จากปชป. 911,441 ต่อ 619,039 คะแนน หรือ 38% ต่อ 25%
ปี 2551 พรรคทักษิณในนามพลังประชาชน ส่ง นายประภัสร์ จงสงวน แต่ก็แพ้ให้ปชป. อภิรักษ์คนเดิมด้วยคะแนน 991,018 ต่อ 543,488 หรือ 45 % ต่อ 25%
ปี 2552 พรรคทักษิณในนามพท. ส่งยุรนันท์ ภมรมนตรี แต่ก็แพ้ให้ปชป.อีก ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ด้วยคะแนน 934,602 ต่อ 611,669 หรือ 45% ต่อ 29 %
ครั้งสุดท้าย ปี 2556 พรรคทักษิณในนามพท. ส่ง พล.ต.อ. พงศพัศ พงษ์เจริญ แต่ก็แพ้ให้ปชป. ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์ ด้วยคะแนนสูสี 1,256,349 ต่อ 1,077,899 หรือ 47 % ต่อ 40%
บทเรียนที่ผ่านมา ตอกย้ำว่า พท. ส่งผู้สมัครหรือหนุนหลังใครก็ไม่ได้รับเลือก ส่วนหนึ่งคนกรุงมีแนวโน้วเลือกแบบยุทธศาสตร์ และอิงการเมืองระดับชาติ เลือกตัวแทนฝ่ายค้านซึ่งคือ ปชป. มาถ่วงดุล พรรครัฐบาลเพื่อไทยตอนนั้นที่มีปัญหาการใช้อำนาจเบ็ดเสร็จ
แต่ครั้งนี้สมการเปลี่ยนไปพท.มาเป็นฝ่ายค้าน ขณะที่ชัชชาติยังเป็นตัวเก็งโพลให้นำโด่ง โอกาสจึงเปิดสำหรับพท.ที่จะวินๆ แพ้ก็ไม่เสียหาย ชนะก็มีแต่ได้ ขณะที่ปชป.ส่ง สุชัชวีร์ ก็อยู่ในยุคที่คะแนนนิยมตกต่ำจึงไม่แน่เสมอไปที่จะรักษาแชมป์กลับมาชนะอีก
กลับมาที่พปชร. ถือความได้เปรียบทุกประตูเพราะมีอำนาจรัฐ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค และรองนายกฯ ประกาศว่า อาจไม่ส่งผูัสมัคร แต่จะสนับสนุนคนดี
แต่กว่าที่ พล.อ.ประวิตร จะสรุปไม่ส่งแน่เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมาเพราะตัวเลือกสุดท้าย คือ ผู้ว่าฯ หมูป่า ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ปฏิเสธอย่างเป็นทางการสวมเสื้อชิงผู้ว่ากทม.ในนามพปชร. ได้สร้างความผิดหวังให้กับกองเชียร์
พปชร.อยู่ในสถานการณ์หลังพิงฝา ถ้าส่งก็ต้องชนะเท่านั้น หากแพ้จะถูกตีความ คนกรุงไม่เอาลุงตู่ ยิ่งถ้าแพ้เยอะก็ยิ่งกระทบเป็นจิตวิทยา ตอกย้ำกระแสขาลงรัฐบาล
ก่อนหน้านี้ พปชร. มีข่าวทาบทามคู่ชิงแล้ว 3 คน 1. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่ากทม.ที่อยูมา 5 ปี จากแต่งตั้งของบิ๊กตู่เองในฐานะหัวหน้าคสช. แทน ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร ผู้ว่าคนก่อนจากปชป. ที่เจอปัญหาความไม่โปร่งใสการทำงาน และกระแสความเบื่อจากคนกรุง
แต่พปชร.ประเมินว่า "บิ๊กวิน" คะแนนไม่ดี จึงไปคว้า "บิ๊กแป๊ะ"พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ขณะนั้นที่รอเกษียณอายุ เจ้าตัวตอบรับแล้วและเตรียมเปิดตัว แต่ก็เจอปัญหาความไม่ชัดเจนในพปชร. เอง "บิ๊กแป๊ะ" จึงแต่งตัวเก้อ ท่ามกลางข่าวสารพัดว่า ลุงป้อมไปจีบผู้ว่าฯหมูป่า ที่กระแสความนิยมดีกว่า
สุดท้ายผู้ว่า หมูป่า ปฏิเสธโดยอ้างว่า ไม่สามารถลงชิงได้เพราะปัญหาคุณสมบัติที่จะสมัครเกี่ยวกับเอกสารทะเบียนบ้าน รวมไปถึงอยากเกษียณราชการอีก 4 ปี อยู่กับครอบครัว
สุดท้ายเมื่อไม่มีตัวเลือกที่ดีที่สุด เพราะโจทย์คือส่งแล้วต้องชนะ รักษาแชมป์กทม. จึงออกลูกไม่ส่งดีกว่า ก่อนจะมีข่าวอีกเฮือก บิ๊กป้อมกลับลำใหม่โยนหินอยากได้มาดามแป้ง นวลพรรณ ล่ำซำ ผู้จัดการฟุตบอลทีมชาติไทย ที่กำลังเนื้อหอม มาลงในนามพรรค
แนวโน้มสุดท้ายหนีไม่พ้นสนับสนุน พล.ต.อ.อัศวิน แทน ขณะที่ พล.ต.อ.อัศวิน ที่เคยประกาศว่า จะไม่ลงสมัครแน่ เพราะตอนนั้น พปชร. ไม่เอาแล้ว แต่ไปเลือก พล.ต.อ.จักรทิพย์ แทน ก็เปลี่ยนใจให้สัมภาษณ์ไม่กี่วันก่อนว่า อาจลงสมัคร รอเพียงกกต. ประกาศวันเลือกตั้ง
นับว่าเสียศักดิ์ศรีและเสียเครดิตไม่น้อย สำหรับ พปชร.เป็นแชมป์กทม.เป็นแกนนำรัฐบาล มีพล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ อำนาจรัฐอยู่ในมือ การตัดสินใจไม่ส่งผู้สมัคร อย่างน้อยในพรรค เท่ากับยอมรับว่านี่คือ ภาวะขาลงของรัฐบาล กระแสคนเบื่อ พล.อ.ประยุทธ์ ในเมืองกรุง ไปทาบทามคนดัง ไม่มีใครอยากเปลืองตัวมาลงด้วยเพราะอาจแพ้ได้ สิ่งสำคัญ ช่วงกลางปีที่จะมีเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. มีระเบิดเวลาสองลูกที่จะกระทบบิ๊กตู่ คือ การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งสุดท้าย และ ปมนายกฯ8 ปี ในเดือนส.ค.ที่จะมีการยื่นศาลรธน.ตีความ
แพ้สนามกทม.สะเทือนถึงระดับชาติ สัญญาณขาลงจึงต้องหลบเพื่อประคองกระแสลุงตู่ที่หสังลงแข่งนายกฯอีกครั้งในปีหน้าไม่ให้ช้ำกว่านี้







