
กระจายการลงทุนไปยังหุ้นต่างประเทศยังไงดี
ผู้ลงทุนที่มีการลงทุนในหุ้นต่างประเทศ โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและนวัตกรรม ขอให้ลองทบทวนปรับสัดส่วนการลงทุนให้สอดคล้องกับเป้าหมาย ความเสี่ยงที่เรายอมรับได้
ปัจจุบันพอร์ตการลงทุนของเราทุกคน น่าจะมีการลงทุนในหุ้นต่างประเทศ โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและนวัตกรรม ซึ่งกำลังเป็นเทรนด์แห่งโลกอนาคต และถ้าหากตอนนี้เราลองสำรวจพอร์ตการลงทุนของตัวเอง ก็อาจพบว่า มีสัดส่วนการลงทุนในหุ้นต่างประเทศเยอะมาก จนอาจทำให้ภาพรวมของพอร์ตลงทุนเรามีความเสี่ยงสูงกว่าที่ควรจะเป็น
แม้ว่าเราจะทราบกันดีอยู่แล้วว่า “การจัดพอร์ตลงทุนที่ดี” ต้องกระจายการลงทุนไปในสินทรัพย์หลายๆ ประเภท โดยจัดสัดส่วนลงทุนให้สอดคล้องกับเป้าหมาย ความเสี่ยงที่เรายอมรับได้ และระยะเวลาในการลงทุน แต่ด้วยสถานการณ์ปัจจุบัน ใครๆ ก็อยากที่จะมีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่ดี จึงทำให้นักลงทุนมองหาโอกาสจากการลงทุนในหุ้น กลุ่มเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่กำลังเติบโตตามเทรนด์โลก ซึ่งหุ้นกลุ่มนี้ส่วนใหญ่อยู่ในตลาดหุ้นฝั่ง Developed Market อย่างสหรัฐฯ
แต่ถึงจะน่าสนใจหรือมีโอกาสได้รับผลตอบแทนสูงมากแค่ไหน เราก็ต้องอย่าลืมว่า การบริหารจัดการความเสี่ยงก็เป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ ดังนั้น เราจึงควรทบทวนพอร์ตลงทุนของตัวเองในตอนนี้ ว่า มีสัดส่วนลงทุนในหุ้นต่างประเทศมากเกินไปหรือเปล่า? ถ้ามีมากจนเกินไป ก็อยากให้พิจารณาปรับลดสัดส่วนลงให้เหมาะสมกับเป้าหมาย ความเสี่ยงที่เรายอมรับได้ รวมถึงระยะเวลาในการลงทุนด้วย
โดยสัดส่วนการลงทุนในหุ้นที่กล่าวถึงนี้ นับรวมไปถึงหุ้นไทย หุ้นต่างประเทศทั้งในตลาด Developed Market และ Emerging Market ซึ่งเราควรปรับภาพรวมของสัดส่วนหุ้นให้เหมาะสม และหลังจากนั้นค่อยมาพิจารณาในรายละเอียดว่า เราลงทุนในหุ้นกลุ่มใดมากไปหรือเปล่า? โดยการกระจายความเสี่ยงที่ดี นอกเหนือจากกระจายสินทรัพย์ในการลงทุนแล้ว เราก็ควรที่จะกระจายความเสี่ยงด้านภูมิภาคด้วย ซึ่งเราสามารถกระจายการลงทุนไปในตลาดหุ้นฝั่ง Emerging Market อย่างไทย จีน รวมถึงเวียดนามก็นับว่ามีความน่าสนใจแม้ว่าผลตอบแทนอาจจะไม่หวือหวา เท่ากับหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและนวัตกรรมฝั่งตลาด Developed Market แต่ผลตอบแทนในภาพรวมของตลาด Emerging Market ก็นับว่า “มีความน่าสนใจ” ถึงจะมีความผันผวนอยู่บ้าง แต่ก็ยังมีแนวโน้มและมีโอกาสที่จะเติบโต รวมถึงมีศักยภาพที่จะพัฒนาตัวเองต่อไปได้ในระยะยาวสอดคล้องไปกับเทรนด์ลงทุนแห่งโลกอนาคต
โดยสรุปก็คือ สำหรับผู้ลงทุนที่มีการลงทุนในหุ้นต่างประเทศ โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและนวัตกรรม ขอให้ลองทบทวนปรับสัดส่วนการลงทุนให้สอดคล้องกับเป้าหมาย ความเสี่ยงที่เรายอมรับได้ รวมถึงระยะเวลาในการลงทุนให้เหมาะสม รวมถึงกระจายความเสี่ยงด้านภูมิภาคด้วย โดยแนะนำให้พอร์ตการลงทุนมีทั้งหุ้นในตลาด Developed Market และ Emerging Market เพื่อให้พอร์ตของเรามีความเสี่ยงที่พอดี ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป และมีโอกาสได้รับผลตอบแทนดีๆ จากทุกมุมโลก
สำหรับกองทุนบัวหลวง มีกองทุนหุ้นต่างประเทศให้เลือกลงทุนมากมาย ไม่ว่าจะเป็น การลงทุนในตลาดฝั่ง Developed Market ตามเทรนด์โลกอนาคต อย่างเช่น กองทุน B-USALPHA, B-INNOTECH, B-GTO, B-FINTECH สำหรับตลาดฝั่ง Emerging Market อย่างกองทุน B-CHINE-EQ และ B-VIETNAM ซึ่งสำหรับ นักลงทุนที่สนใจ สามารถศึกษาข้อมูลกองทุนเพิ่มเติม ก่อนตัดสินใจลงทุนได้ที่ www.bblam.co.th หรือติดต่อได้ที่สาขาธนาคารกรุงเทพ รวมถึงตัวแทนจำหน่าย







