posttoday

Singular Animal – สัตว์เดี่ยวในภาวะโรคระบาด

13 เมษายน 2563

โดย...ไชยันต์ ไชยพร     

********************

ผู้เขียนได้ยินวลี “Singular Animal” ครั้งแรกในชีวิตจากการฟังบทสัมภาษณ์ของนักดนตรีสมาชิกวง “Deep Purple” วงฮาร์ดร็อคสัญชาติอังกฤษที่โด่งดังทั่วโลกถึงขีดสุดในช่วงครึ่งแรกของทศวรรษ 1970 เพลงที่นักกีตาร์ในปัจจุบันคนไหนไม่รู้จักไม่ได้ก็คือเพลง Highway Star กับ Smoke on the Water และเหล่าบรรดาศิลปินนักดนตรีในวงนี้ก็ล้วนแล้วแต่ผมยาวกันทั้งนั้น มีส่วนมีอิทธิพลต่อการไว้ผมยาวของผู้เขียนด้วย (ถ้าสนใจเรื่องผม โปรดดู “ชีวิตที่ตัดผมไม่ได้” ในคอลัมน์ ยังไม่ตาย วันจันทร์ที่ 30 มีนาคม 2563 https://www.posttoday.com/politic/columnist/619246)

วลี “Singular Animal” นี้เป็นวลีที่เกิดจากการที่สื่อไปสัมภาษณ์สมาชิกวง Deep Purple ในงาน Rock Hall 2016 มีสมาชิกในวงไปสองสามคน แต่ที่ไม่มาคือ ริทชี่ แบล๊คมอร์ (Ritchie Blackmore) มือกีตาร์โซโล่ที่เป็นมือกีตาร์หกสายคนเดียวของวง ที่กล่าวเช่นนั้นก็เพราะ วงนี้มีสมาชิกอยู่ 5 คน คือ หนึ่ง นักร้องที่ร้องอย่างเดียวจริงๆ ไม่เล่นเครื่องดนตรีอะไรเลย นอกจากจับไมค์ สอง มือกีตาร์โซโล่ สาม มือเบส สี่ มือกลอง และห้า มือคีย์บอร์ดหรือออร์แกน ที่ไม่มีมือกีตาร์คอร์ด ก็เพราะมีมือคีย์บอร์ดอยู่แล้ว จริงๆบางวงแม้ไม่มีมือคีย์บอร์ดเล่นกันเพียงสามคนก็มี นั่นคือ มือกีตาร์โซโล่เล่นและร้องไปด้วย มือเบส และมือกลอง วงไตรมิตรแบบนี้ที่ดังระเบิด อาทิ วง Grand Funk Railroad และวง Jimi Hendrix and the Experience เล่นกันเพียงสามคนแบบนี้ ทุกคนก็ต้องเล่นกันกระหึ่ม กีตาร์ทั้งสองตัวต้องดัง กลองก็ต้องแน่นสุดๆ ไม่งั้นหลวมเละเทะ

Singular Animal – สัตว์เดี่ยวในภาวะโรคระบาด

สาเหตุที่สมาชิกวง Deep Purple ไปปรากฏตัวในงาน Rock Hall 2016 เพราะวงได้รับการประกาศให้อยู่ในหอเกียรติยศ (Hall of Fame) และประกาศให้สมาชิกในวงได้รับเกียรติจารึกชื่อในหอเกียรติยศนี้ด้วย โดยแน่นอนว่า หนึ่งในนั้นคือ ริทชี่ แบล๊คมอร์ แต่เขาไม่ได้มาร่วมงานนี้  แต่สมาชิกคนอื่นๆมา สื่อก็เลยถามว่า ทำไมริทชี่ไม่มา ?  ได้ชวนริทชี่หรือเปล่า ? สมาชิกในวงตอบว่า ชวนแล้ว แต่ไม่มา และเอียน เพซ (Ian Paice) มือกลองได้ตอบว่า “ริทชี่เป็นสัตว์เดี่ยว (He’s singular animal !)”

และนั่นเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวที่ผู้เขียนได้ยินคนอังกฤษใช้วลีดังกล่าว พอได้ยิน ก็ทำให้ผู้เขียนต้องคิดต่อว่า ตกลงแล้วที่ เอียน เพซ เรียกริทชีว่าเป็น Singular Animal นั้นเป็นการชมหรือด่า ??!! ขณะเดียวกัน ในฐานะที่เป็นผู้สอนปรัชญาการเมืองกรีกโบราณ การได้ยินวลี Singular Animal ก็พลันให้ผู้เขียนคิดถึงคำของนักปรัชญาการเมืองกรีกโบราณผู้ยิ่งใหญ่นาม อาริสโตเติล เจ้าของวรรคทองที่ว่า Man by nature is political animal หรือ social animal  หรือง่ายๆคือ มนุษย์เป็นสัตว์สังคมหรือสัตว์การเมือง

ผู้เขียนคิดว่า การที่เอียน เพซ ประดิษฐ์วลี Singular Animal มาเรียกริทชี่ น่าจะมีฐานมาจาก political/social animal หรือที่เราคุ้นเคยกันจากวลี “สัตว์สังคม” มนุษย์โดยธรรมชาติเป็นสัตว์สังคม ชอบที่อยู่รวมๆกัน จะมากหรือน้อยไม่ว่า แต่ชอบติดต่อสมาคมกัน และในสายตาของเอียน เพซและเพื่อนๆในวง Deep Purple คงเห็นว่า ริทชี่ไม่ค่อยจะเข้าข่ายเป็นสัตว์สังคมเท่าไร ! จึงตั้งฉายาให้เป็น สัตว์เดี่ยวหรือ Singular Animal และจะถือว่าเป็นคำด่าก็ไม่เชิงนัก เพราะคำว่า singular นั้นมีความหมายสองอย่าง อย่างแรกก็อย่างที่เข้าใจกันทั่วไปคือ หมายถึงเอกพจน์ หรือตัวเดียว อันเดียวเท่านั้น ส่วนอีกความหมายหนึ่งคือ โดดเด่น ดีหรือยิ่งใหญ่แบบไม่มีใครเหมือน นับว่าเป็นความฉลาดในการเลือกใช้คำของเอียน เพซอย่างยิ่ง เพราะ Singular Animal เป็นได้ทั้งคำชื่นชมและคำถากถางประชดประชันในเวลาเดียวกัน

Singular Animal – สัตว์เดี่ยวในภาวะโรคระบาด

เอียน เพซอาจต้องการสื่อว่า ริทชี่เป็นมือกีตาร์โซโล่ (ที่จริงการเป็นมือโซโล่มันก็บ่งบอกว่า “ความเดี่ยว” อยู่แล้ว)ที่โดดเด่นแบบหาใครเทียมไม่ได้ และก็ต้องการสื่อด้วยว่า หมอนี่มันเป็นพวก “ข้ามาคนเดียว ตัวเดียว อันเดียว ไม่เอาใคร” ก็ได้ด้วยและไม่ชอบคบค้าสมาคมสุงสิงอะไรกับมนุษย์มนา ซึ่งก็น่าจะมีส่วนจริงอยู่ เพราะหากย้อนดูคลิปวง Deep Purple ยุคแรกๆ จะเห็นแววของการชอบฉายเดี่ยวของริทชี่อยู่ไม่น้อย แต่ก็เข้าใจได้ เพราะส่วนใหญ่เวลาฟังเพลงของ Deep Purple จุดเด่นสำหรับคนทั่วไปก็คือ เสียงโซโล่กีตาร์ที่โดดเด่นสุดสวิงของริทชี่ กับการร้องเสียงสูงอันทรงพลังของเอียน กิลแลน(Ian Gillan)และทั้งสองอาจจะคิดแบบอีโก้จัดๆ เหมือนกับที่เฟรดดี้ เมอร์คิวรี่คิดกับวง Queen ก็ได้ว่า ถ้าไม่มีกู วงก็ไม่ใช่วงอย่างที่เป็น !!

แต่ก็น่าคิดว่าหาก Deep Purple ไม่มีมือกีตาร์อย่างริทชี่ เพลง Highway Star และ Smoke on the Water มันจะเป็นอย่างไร?

ที่จริงคนที่เป็น Singular Animal ในโลกนี้ คงไม่ได้มีแค่ริทชี่ แบล๊คมอร์เท่านั้น แต่น่าจะมีมากพอที่จะจัดเป็นคนประเภทหนึ่งได้เลย  แม้ว่าจะจัดประเภทหรือจัดกลุ่มได้ แต่หากให้คนประเภทนี้มาอยู่ใกล้ๆกัน ก็คงไม่ได้เกิดการสมาคมอะไรกันขึ้นมา คงจะต่างคนต่างยืน เดิน หรือทำอะไรโดยไม่สนใจกันและกัน หาได้เกิดความปิติในการได้มาอยู่ใกล้ๆกันไม่ ต่างจากคนประเภทอื่นๆที่หากได้มาอยู่ด้วยกันก็อาจะเกิดความร่วมมือร่วมใจสามัคคีกันทำอะไรกัน

และที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ก็ต้องการจะทดลองคิดว่า คนประเภท Singular Animal นี้จะเป็นอย่างไรในภาวะโรคระบาดทั้งโลก และต้องแยกกันทำกิจกรรมและต้องมีระยะห่างทางกายภาพ และถ้าจำเป็นอาจต้องถูกกักตัวให้อยู่คนเดียว

เข้าใจว่า พวก Singular Animal นี้น่าจะไม่รู้สึกกระทบกระเทือนอะไรมากจากเงื่อนไขที่เกิดขึ้นในภาวะโรคระบาด เพราะโดยปกติ คนพวกนี้ชอบที่จะอยู่คนเดียวอยู่แล้ว ไม่รู้สึกเหงาหรือแปลกแยกอะไร การไม่ได้พูดหรือได้เจอคนแบบตัวเป็นๆกลับเป็นเรื่องที่เขาชอบอยู่แล้ว และเชื่อว่า Singular Animal ก็ไม่น่าจะชอบเล่นไลน์หรือคุยผ่านออนไลน์อะไรด้วย ผิดกับคนประเภทโซเชียลจัด ที่จะเฉา เหงา และอาจมีอาการประสาทที่ไม่ได้เจอคน หากต้องถูกกักตัวให้อยู่ลำพัง

Singular Animal – สัตว์เดี่ยวในภาวะโรคระบาด

ดังนั้น ในภาวะวิกฤตโรคระบาด  พวก Singular Animal จึงอยู่รอดปลอดภัยและเป็นปกติดี (อันนี้นับเฉพาะการต้องมีระยะห่าง และการต้องอยู่บ้าน หรือถูกกักตัวลำพังเท่านั้น ไม่นับสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ขาดรายได้ ฯลฯ) และผู้เขียนเชื่อว่า พวก Singular Animal นี้มีอยู่ในทุกอาชีพ ทุกชนชั้น และทุกเพศ ทุกวัย

ในขณะที่อาริสโตเติลเชื่อว่า โดยธรรมชาติ มนุษย์เป็นสัตว์สังคม (อันที่จริง เขาหมายถึงการเป็นสัตว์ที่อยู่รวมกันเป็นฝูงด้วย ด้วยเหตุนี้ เขาถึงเรียกมนุษย์ว่าเป็นสัตว์สังคม เพราะมนุษย์เป็นสัตว์ชนิดหนึ่งในบรรดาสัตว์ต่างๆ แต่เป็นสัตว์ประเภทที่อยู่รวมกันเป็นฝูง เหมือน มด ปลวก ปลาและนกบางประเภท ฯลฯ ซึ่งก็ถือว่าเป็นสัตว์สังคมเช่นกัน) และนอกจากเขาจะเชื่อเช่นนั้น เขายังเห็นว่า เรา “ควร” จะเป็นสัตว์สังคมด้วย เพราะเขาเชื่ออีกว่า การมาอยู่รวมกันเป็นสังคมจะทำให้มนุษย์พัฒนาความเป็นมนุษย์ได้สมบูรณ์เต็มที่กว่าไม่อยู่ด้วยกัน ลองจินตนาการเอาเด็กไปปล่อยให้โตในป่า เด็กนั้นจะโตขึ้นมามีอะไรคล้ายคนหรือคล้ายสัตว์ ?!  หรือเอาลูกสิงโตมาเลี้ยงในสวนสัตว์ตั้งแต่เล็กๆเลย โตขึ้นมันจะเป็นสิงโตจริงๆได้ขนาดไหน ?

Singular Animal – สัตว์เดี่ยวในภาวะโรคระบาด

แต่กระนั้น ในบางช่วงบางตอน มนุษย์ก็ควรที่จะทำตัวเป็น Singular Animal บ้าง เพราะนอกจากจะทำให้โรคไม่ระบาดแล้ว ยังทำให้เราอยู่ได้ อยู่ดีและอยู่เป็นในภาวะที่ต้องแยกกันอยู่หรืออยู่ลำพัง แน่นอนว่าข้อดีของการเป็นสัตว์สังคมแบบเจอกันตัวเป็นๆมีมากอยู่ แต่ข้อเสียก็ไม่น้อย นั่นคือ มันทำให้โรคระบาด เพราะถ้ามนุษย์ไม่ได้เป็นสัตว์สังคมหรืออยู่รวมกันเป็นฝูง การตายหมู่จากโรคระบาดก็ย่อมไม่เกิด

การเป็นสัตว์สังคมของมนุษย์ทำให้เกิดอารยธรรม แต่ในอารยธรรมก็มีโรคระบาด ยิ่งอารยธรรมโลกาภิวัตน์ โรคระบาดก็ยิ่งร้ายแรง ดูคล้ายๆว่า ถ้าอยากได้อารยธรรม ก็ต้องเผชิญความสูญเสียที่เป็นผลพวงที่พ่วงมากับอารยธรรมด้วย นั่นคือ ได้อย่างก็ต้องเสียอย่าง

น่าคิดว่า อาริสโตเติลหรือนักปรัชญาการเมืองคนใดมีคำตอบที่เป็นทางออกให้มนุษยชาติในประเด็นนี้ไหม ? นั่นคือ ไม่ต้องอยู่ในสภาวะได้อย่างเสียอย่าง !!  

ข่าวล่าสุด

มีคาร์ริคไม่คาบ้าน ! ผลบอล แมนยู 2-0 สเปอร์ส "ผีแดง" ชนะ 4 นัดรวด