posttoday
ผลการลงมติข้อตกลง Brexit ผลการประชุมนโยบายการเงินยุโรป และตัวเลขการส่งออกไทย

ผลการลงมติข้อตกลง Brexit ผลการประชุมนโยบายการเงินยุโรป และตัวเลขการส่งออกไทย

21 ตุลาคม 2562

คอลัมน์ มีนนี่วีก (Money week) โดย...พีรพรรณ สุวรรณรัตน์, มนัสวิน ฐิติสมบูรณ์ สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย

คอลัมน์ มีนนี่วีก (Money week) โดย...พีรพรรณ สุวรรณรัตน์, มนัสวิน ฐิติสมบูรณ์ สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย

สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทยมองว่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวผันผวนในกรอบ 30.20-30.50 ผลของการพิจารณาข้อตกลง Brexit ของรัฐสภาของสหราชอาณาจักรในช่วงสุดสัปดาห์คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินทั่วโลกในช่วงต้นสัปดาห์ หากรัฐสภารับรองข้อตกลงฉบับแก้ไขของนายบอริส จอห์นส้น คาดว่าจะทำให้เงินปอนด์และเงินยูโรแข็งค่าขึ้น แต่หากตัวเลขเศรษฐกิจของยุโรปออกมาอ่อนแอรวมถึงผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรปออกมาสนับสนุนการผ่อนคลายนโยบายการเงินต่อเนื่อง อาจกดดันเงินยูโรให้อ่อนค่าลงได้เช่นกัน ด้านสหรัฐฯ ตัวเลขคำสั่งซื้อสินค้าและความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่จะประกาศในสัปดาห์นี้จะส่งผลต่อการคาดการณ์โอกาสการลดดอกเบี้ยนโยบายเป็นครั้งที่ 3 ของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในช่วงสิ้นเดือนนี้ด้วย ส่วนไทย กระทรวงพาณิชย์จะประกาศตัวเลขการส่งออกตามระบบศุลกากร หากพิจารณาจากฐานที่ต่ำในปีก่อน มีโอกาสที่จะเห็นตัวเลขการส่งออกของไทยในเดือนกันยายนกลับมาขยายตัวได้

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทผันผวนสูง โดยในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทเคลื่อนไหวแข็งค่าขึ้น โดยในช่วงต้นสัปดาห์ เงินบาทเปิดตลาดที่ระดับ 30.36 และเคลื่อนไหวในกรอบ 30.36 – 30.45 โดยนักลงทุนติดตามพัฒนาการการเจรจาทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนอย่างใกล้ชิดหลังทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงทางการค้าเบื้องต้น โดยจีนตกลงที่จะนำเข้าสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯ มูลค่ารวม 4-5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ รวมทั้งตกลงที่จะหาทางจัดการปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาและยินยอมที่จะเปิดเสรีด้านบริการทางการเงินมากขึ้น ขณะที่สหรัฐฯ จะชะลอการขึ้นภาษีกับสินค้านำเข้าจากจีนจาก 25% เป็น 30% ที่ก่อนหน้านี้กำหนดไว้วันที่ 15 ตุลาคม อย่างไรก็ดี นักลงทุนยังกังวลต่อโอกาสที่ความขัดแย้งของทั้งสองฝ่ายจะกลับมาปะทุขึ้นหลังจากสภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐฯ ผ่านร่างกฎหมายสนับสนุนการประท้วงเพื่อประชาธิปไตยในฮ่องกง ส่งผลให้เจ้าหน้าที่จากกระทรวงการต่างประเทศของจีน ประกาศว่ากฎหมายจากสหรัฐฯ จะกระทบต่อความสัมพันธ์สหรัฐฯ จีน และจีนจะต้องตอบโต้ ด้วยมาตรการต่างๆ ทั้งนี้ เงินบาทเคลื่อนไหวแข็งค่าขึ้นในช่วงปลายสัปดาห์จากการอ่อนค่าของดอลลาร์ตามตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่อ่อนแอลง โดยเฉพาะยอดค้าปลีกเดือนกันยายนที่หดตัวครั้งแรกในรอบ 7 เดือนและผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐฯ ส่งผลให้ตลาดเพิ่มการคาดการณ์ว่าเฟดจะลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมปลายเดือนนี้ โดยเงินบาทปิดตลาดที่ระดับ 30.30 ณ วันที่ 18 ตุลาคม (เวลา 17.15 น.)

ภาพรวมตลาดตราสารหนี้ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ในสัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดตราสารหนี้ได้รับแรงกดดันจากปัจจัยบวกทั้งเรื่องที่สหรัฐฯ และจีนสามารถบรรลุข้อตกลงทางการค้าเบื้องต้น โดยจีนตกลงที่จะนำเข้าสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯ มูลค่ารวม 4-5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ รวมทั้งตกลงที่จะหาทางจัดการปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาและยินยอมที่จะเปิดเสรีด้านบริการทางการเงินมากขึ้น ขณะที่สหรัฐฯ ได้ชะลอการขึ้นภาษีกับสินค้านำเข้าจากจีนที่จะปรับขึ้นจาก 25% เป็น 30% ในวันที่ 15 ตุลาคมที่ผ่านมาออกไปก่อน อย่างไรก็ตามทั้งสองฝ่ายยังไม่ได้มีการเซ็นสัญญาลงนามในข้อตกลงดังกล่าว โดยจีนต้องการที่จะพูดคุยในรายละเอียดเพิ่มเติมและตลาดคาดว่าประธานาธิบดีโดนัล ทรัมป์และประธานาธิบดีสี จิ้นผิงอาจลงนามในสัญญาทางการค้าร่วมกันในการประชุมผู้นำเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิกในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนนี้ นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเรื่องข้อตกลง Brexit ได้รับการอนุมัติจากยุโรป ซึ่งข้อตกลงที่ได้รับการรับรองนี้ช่วยบรรเทาความกังวลของตลาดต่อการออกจากยุโรปโดยไร้ข้อตกลงลงไปได้บ้าง แต่ทั้งนี้ต้องติดตามดูผลการประชุมรัฐสภาของสหราชอาณาจักรในวันเสาร์ที่ 19 ตุลาคม 62 ว่าจะสามารถลงคะแนนอนุมัติแผนข้อตกลงดังกล่าวหรือไม่ โดยทั้ง 2 ปัจจัยข้างต้นนี้ได้กดดันตลาดมาเป็นเวลานาน ดังนั้นเมื่อมีสัญญาณที่ชี้ไปในทิศทางที่ดีขึ้นย่อมส่งผลให้นักลงทุนเริ่มเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้นในระยะสั้นและมีแรงขายสินทรัพย์ที่ปลอดภัย ทำให้อัตราผลตอบแทนในตลาดตราสารหนี้ต่างปรับตัวขึ้นตามกันไปด้วย แต่หากจะมองให้ไกลกว่านี้ต้องบอกว่าภาพรวมของเศรษฐกิจโลกยังดูน่าเป็นห่วง โดยล่าสุดกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ลดคาดการณ์เศรษฐกิจโลกลงเป็นครั้งที่ 4 ในปีนี้ ในรายงานเศรษฐกิจเดือนตุลาคม IMF คาดว่าเศรษฐกิจโลกปี 2019 จะขยายตัว 3.0% ลดลงจาก 3.2% ในประมาณการเดือนกรกฎาคม รวมไปถึงหากพิจารณาดูโอกาสที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก 25 bps ในการประชุมเดือนตุลาคมได้ปรับสูงขึ้นมาอยู่ที่ 82% (ณ วันที่ 18 ตุลาคม 62 เวลา 16.00 น.) จากระดับ 78% ในช่วงปิดสัปดาห์ก่อนหน้า สะท้อนมุมมองที่นักลงทุนยังคงคาดหวังให้เฟดปรับลดดอกเบี้ยลงอีก 1 ครั้งในปีนี้

ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยปรับตัวสูงขึ้นตามตลาดโลก และเป็นการปรับโดยที่เส้นอัตราผลตอบแทนมีความชันสูงขึ้น ปิดสัปดาห์ วันที่ 18 ตุลาคม 2562 อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลไทยรุ่นอายุ 1, 2, 3, 5, 7 และ 10ปี อยู่ที่ 1.41% 1.39% 1.40% 1.41% 1.51% และ 1.56% ตามลำดับ

ผลการลงมติข้อตกลง Brexit ผลการประชุมนโยบายการเงินยุโรป และตัวเลขการส่งออกไทย

กระแสเงินทุนต่างชาติในสัปดาห์ที่ผ่านมาไหลออกจากตลาดตราสารหนี้ไทยรวมสุทธิประมาณ 5,148 ล้านบาท ซึ่งเป็นการขายสุทธิในตราสารหนี้ระยะสั้น 3,759 ล้านบาท ขายสุทธิในตราสารหนี้ระยะยาว 1,389 ล้านบาท และไม่มีตราสารหนี้ที่ถือครองโดยนักลงทุนต่างชาติหมดอายุ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท