posttoday
คงไม่น่าเบื่อถ้าจะพูดเรื่องคนเป็นหนี้เยอะกับมาตรการที่จะออกมาชนอีกสักหน

คงไม่น่าเบื่อถ้าจะพูดเรื่องคนเป็นหนี้เยอะกับมาตรการที่จะออกมาชนอีกสักหน

26 สิงหาคม 2562

อลัมน์ เศรษฐกิจคิดง่ายๆ ดิจิทัล ตอนที่ 20/2562 โดย...สุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ เครดิตบูโร ค

คอลัมน์ เศรษฐกิจคิดง่ายๆ ดิจิทัล ตอนที่ 20/2562 โดย...สุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ เครดิตบูโร

คงเป็นเรื่องที่ต้องติดตามและติดตามอย่างใกล้ชิดถ้าเราเป็นคนกลุ่มที่กำลังคิดจะก่อหนี้มาซื้อบ้าน ซื้อคอนโด ในเวลานี้หรือหากเราเป็นคนในระดับบริหาร ระดับวางแผนงานของสถาบันการเงินคนปล่อยกู้ หรือหากเราจะเป็นผู้ประกอบการที่ทำบ้าน ทำคอนโดออกมาขายให้กับคนที่เขาต้องไปกู้มาซื้อของๆเราที่ทำออกมาขาย หรือถ้าเราเป็นคนทำงานในธนาคารกลางที่มีตำแหน่งหน้าที่รับผิดชอบในการหามาตรการออกมาแก้ไขปัญหาคนเป็นหนี้เยอะ เป็นหนี้เร็ว เป็นหนี้นาน หนี้ไม่ลดลงตามอายุที่เพิ่ม แถมคนที่เป็นหนี้เสียดันเป็นคนอายุไม่มาก

สุดท้ายคือถ้าเราเป็นคนในรัฐบาลที่กำลังคิดนโยบาย มาตรการออกมาแก้ไขปัญหาให้ตอบโจทย์ที่กำลังรุกเร้าเข้ามา เพราะเหตุว่าคนเป็นหนี้กันเยอะ จะไปเอากำลังซื้อมาจากไหนกัน ขณะที่ตอนเรียนเศรษฐศาสตร์มันก็มีสมการของ GDP? ว่า? Y=C+I+G+(X-M) ไอ้ตัว C คือการบริโภค คนมันจะบริโภคเพิ่ม มันก็ต้องมาจากรายได้เพิ่ม ถ้าเขาดันมีหนี้เยอะ มันก็ต้องผ่อนเยอะในแต่ละเดือน แล้วจะเอาที่ไหนไปกินใช้ถ้ายอดผ่อนต่อเดือนมันเยอะมากมายก่ายกอง มันมีคำพูดของคนในข่าวที่เครียด บ่น ระบายออกมาจากการที่มีหนี้เยอะมากๆว่า "...ชีวิตมีแต่โทรศัพท์โทรมาทวงหนี้ ตอนนั้นอยากจะบอกกับเจ้าหน้าที่ไปว่ารู้สึกกดดันและเครียดมากจนไม่สามารถทำงานได้ อยากจะลาออก อยากจะหนีปัญหาโดยการฆ่าตัวตาย แต่ด้วยภาระทางบ้านที่ต้องดูแล ทำให้ล้มเลิกความคิดนี้ไป..." มาถึงเวลานี้ ในประเทศไทยเรานี้ เราต้องเชื่อได้แล้วว่ามีคนคิดจะตายไปเพื่อหนีหนี้ที่ตนเองนั้นก่อเอาไว้ และมันคงจะเกิดขึ้นจริงๆ ที่สำคัญมันอาจจะมาจากการเป็นหนี้ในระบบ ไม่ใช่หนี้นอกระบบอีกต่อไป

ในรายงานข่าววิเคราะห์ที่กระจายไปทั่วได้อ้างถึง พฤติกรรมการก่อหนี้ และพฤติกรรมของการทำธุรกิจให้กู้กับคนที่อยากเป็นหนี้ไว้น่าสนใจว่า

1. ที่ประชุม คณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง. เห็นว่าต้องมีการติดตามการขยายสินเชื่อโดยเฉพาะสินเชื่อส่วนบุคคลที่มีมาตรฐานการพิจารณาสินเชื่อที่ผ่อนปรนมากขึ้น และยังเห็นว่าควรเตรียมความพร้อมหากจำเป็นต้องออกมาตรการมาดูแลหนี้ครัวเรือนเพิ่มอีกในอนาคต (ผู้เขียน มาตรการที่ว่านี้คือเรื่อง DSR ที่มีข่าวว่าจะออกมาปลายปีนี้ เริ่มใช้ต้นปีหน้าใช่หรือไม่)

2. ปัญหาครัวเรือนไทยติดกับดักหนี้และมีหนี้สินล้นพ้นตัวนั้นมีให้เห็นในงานวิจัยที่น่าเชื่อถือหลายชิ้น ต่างก็ชี้ว่าคนไทยเป็นหนี้เร็วขึ้น คือ เริ่มก่อหนี้ตั้งแต่อายุยังน้อย และ 1 ใน 5 ของผู้กู้ในช่วงอายุ 29 ปี กลายเป็นหนี้เสีย และยังเป็นหนี้เยอะขึ้น คือมีปริมาณหนี้สินต่อหัวสูงขึ้นกว่าในอดีต ผู้กู้โดยเฉลี่ย มีภาระหนี้รวมทุกประเภทสินเชื่อเพิ่มขึ้นจาก 377,109 บาท เป็น 552,499 บาท ในช่วงเวลา 10 ปีที่ผ่านมา และยังเป็นหนี้นานขึ้นด้วย

3. ความรุนแรงของปัญหาหนี้สินมีผลจากพฤติกรรมของครัวเรือนซึ่งส่วนหนึ่งขาดทักษะความรู้ทางการเงิน (ผู้เขียนคิดว่ามันมีหลายมิติ รู้แต่ละเลย รู้แต่มองว่าน่าจะจัดการได้ รู้แต่ไม่คิดจะทำ รู้ว่าเสี่ยงแต่ก็ยังจะทำ รู้ว่าผิดก็ยังจะทำและถ้าตัดสินใจได้อีกครั้งก็จะทำแบบเดิม รู้แล้วจะทำไมหละก็ทีคนถาม คนสอนก็ยังอยากจะทำแบบที่ตนเองทำไม่ใช่หรือ สุดท้ายคือพวกที่จะไปบอกอะไรให้ฟังก็จะตอบกลับมาว่ารู้แล้วไม่ต้องมาสั่งมาสอน) และ มีค่านิยมมองความสุขแค่ในปัจจุบันโดยไม่คำนึงถึงอนาคต กอปรกับกระแสบริโภคนิยม ความสะดวก รวดเร็วขึ้นในการเข้าถึงสินค้าและบริการที่นำเสนอ (ผู้เขียน รูดไปก่อนผ่อนทีหลัง เที่ยวไปก่อนผ่อนทีหลัง ฉลองไปก่อนผ่อนทีหลัง แม้แต่แต่งกันไปก่อนค่อยผ่อนทีหลัง ศัลยกรรมไปก่อนผ่อนทีหลัง ความสวยความหล่อผ่อนกันได้ เป็นต้น) พร้อมกับแคมเปญโปรโมชั่นและทางเลือกผ่อนชำระ อาทิ ข้อเสนอดอกเบี้ยศูนย์เปอร์เซ็นต์หรือแบ่งจ่ายหลายงวด (ผู้เขียน วาทกรรมการตลาด เก็บเงินสดไว้ ผ่อนเป็นงวด ไม่มีดอกเบี้ย คุณพี่ คุณลูกค้าไม่ได้เสียอะไรเลย ที่แรงสุดคือ จะโง่มากถ้าไม่เอาโปรครั้งนี้ เพราะไม่มีดอกเบี้ยสักบาท) ซึ่งช่วยให้ภาระผ่อนต่อเดือนดูต่ำลง ทั้งหมดนี้เป็นปัจจัยกระตุ้นให้ผู้บริโภคจับจ่ายใช้สอยและก่อหนี้ได้ง่ายขึ้น เรียกกันภาษาชาวบ้านคือ ฝากับโลงมาเจอกัน แถมมีฆ้อนกับตะปูศูนย์เปอร์เซ็นต์ตอกลงไป ก็เป็นอันจบ รอทำพิธีฌาปณกิจทางการเงินส่วนบุคคล

4. มีการตีปลาหน้าไซว่า หากทางการประกาศเกณฑ์ปล่อยกู้โดยกำหนดเพดานภาระการชำระหนี้รวมต่อรายได้รายเดือน (DSR) มาใช้ในยามเศรษฐกิจกำลังแกว่งๆ และคนก่อหนี้ยากขึ้น คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อการเติบโตของสินเชื่อ รายย่อยของสถาบันผู้ให้กู้ค่อนข้างมาก (ชี้นำนิดๆว่าว่ามีโอกาสจะคุมระดับ DSR ไม่ให้เกิน 60% เนื่องจากหลายประเทศก็จะใช้เกณฑ์นี้... แต่ไม่บอกว่าประเทศไหนบ้าง)

5. นักข่าวสายเศรษฐกิจไปถามผู้บริหารธนาคารกลาง ก็มีการเผยแพร่ออกมาว่า การจัดทำมาตรการคุมการปล่อยสินเชื่อผ่านการกำหนด DSR ทำได้ยาก เนื่องจากสถาบันการเงินแต่ละแห่งมีวิธีคำนวณ DSR ที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะคำนิยามของการนับว่าอะไรคือรายได้ที่จะนำมาใช้ในการคำนวณเพื่อการพิจารณาสินเชื่อ ในขณะเดียวกันเวลานี้ทุกภาคส่วนก็กำลังคุยกันถึง "แนวนโยบายการให้สินเชื่อ รายย่อยอย่างเหมาะสมเพื่อดูแลปัญหาหนี้เกินตัวของภาคครัวเรือน"

.... ที่มีข่าวว่าจะคุม DSR ไม่ให้เกิน 70% กรณีรายได้ไม่เกินสามหมื่นนั้น ยังไม่มีการพูดถึงเปอร์เซ็นต์กันเลย และเกณฑ์ที่จะประกาศใช้วันที่ 1 มกราคม 2563 ไม่ใช่ hard rule แน่นอน น่าจะเป็นการออกแนวนโยบายเพื่อให้ธนาคารปฏิบัติตาม ซึ่งเรื่องนี้ต้องเป็นการเปลี่ยนที่พฤติกรรมเสนอ ขายสินเชื่อของพนักงานที่สาขาธนาคาร จากเดิมที่ทำเช็กลิสต์ แล้วปล่อยสินเชื่อได้ ก็จะต้องทำความเข้าใจลูกค้ามากขึ้นว่า แต่ละคนมีภาระหนี้เท่าไหร่ และเหลือใช้เท่าไหร่ เป็นต้น...

กรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา 
อดีตเป็นเหตุ ปัจจุบันเป็นผล
ปัจจุบันเป็นเหตุ อนาคตจะเป็นผล
ความไม่มีหนี้ เป็นลาภอันประเสริฐ
แต่เมื่อท่านก่อหนี้ ท่านก็ต้องใช้หนี้
สัญญาต้องเป็นสัญญา 
เป็นหนี้? ต้องใช้หนี้
เครดิตดี ไม่มีขาย อยากได้ต้องทำเอง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท