posttoday
จับตาผลของการพบปะของทรัมป์และสี จิ้นผิงต่อตลาด

จับตาผลของการพบปะของทรัมป์และสี จิ้นผิงต่อตลาด

01 กรกฎาคม 2562

โดย...พีรพรรณ สุวรรณรัตน์, มนัสวิน ฐิติสมบูรณ์ สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย

โดย...วรันธร ภู่ทอง, มนัสวิน ฐิติสมบูรณ์ สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย

สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทยมองว่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวผันผวนในกรอบ 30.50-30.90 ในสัปดาห์นี้ เงินดอลลาร์กลับแข็งค่าขึ้นบ้างก่อนหน้าการพบกันของประธานาธิบดีโดนัล ทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง วันเสาร์นี้ โดยตลาดคาดว่าแม้การพบปะกันจะยังไม่สามารถตกลงทางการค้าที่แน่ชัด แต่จะนำไปสู่การกำหนดกรอบการเจรจาในระยะต่อไป สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจในช่วงสัปดาห์นี้จะกำหนดทิศทางของค่าเงินบาทเช่นกัน อาทิ รายงานดัชนีราคาผู้บริโภคของไทยที่ยังโน้มอยู่ในระดับต่ำ บันทึกการประชุมนโยบายการเงินของ ธปท.รวมทั้ง รายงานตัวเลขดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของสหรัฐฯ ยูโรโซน ญี่ปุ่น และจีน นอกจากนี้สหรัฐฯ จะประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรในช่วงปลายสัปดาห์

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทแข็งค่าขึ้นแตะระดับแข็งค่ามากที่สุดตั้งแต่ปี 2013 ค่าเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐเปิดตลาดแข็งค่าขึ้นมากจากราคาปิดในสัปดาห์ก่อน เนื่องจากความเชื่อมั่นต่อเงินดอลลาร์ลดลงทั้งจากการรายงานตัวเลขดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของสหรัฐฯ ที่ปรับลดลงต่อเนื่อง และความเห็นของรองประธานเฟด คลาริดาและสมาชิกเฟดอีกหลายท่านสนับสนุนการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งส่งผลกดดันให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นมาก

โดยการประชุมนโยบายการเงินของ ธปท. ที่คณะกรรมการออกปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจไทยแต่ยังแสดงความกังวลต่อเสถียรภาพในประเทศจากความเสี่ยงในภาคสินเชื่อทำให้ตลาดเชื่อว่าค่า ธปท. จะยังคงจุดยืนการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายต่อไป และทำให้เงินบาทมีทิศทางแข็งค่า

ทั้งนี้ เงินดอลลาร์กลับแข็งค่าขึ้นบ้างก่อนหน้าการพบกันของประธานาธิบดีโดนัล ทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง วันเสาร์นี้ โดยเงินบาทปิดตลาดที่ระดับ 30.700 (ณ เวลา 15.25 น.)

ตลาดตราสารหนี้ในสัปดาห์ที่ผ่านมามีประเด็นที่นักลงทุนให้ความสำคัญคือผลการประชุม กนง. ซึ่งมีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 1.75% อย่างไรก็ตามคณะกรรมการนโยบายการเงินของไทยได้ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มชะลอตัวลงจากปัจจัยของการส่งออกที่มีโอกาสไม่ขยายตัวในปีนี้และปัจจัยของการท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าคาดการณ์ จึงเป็นเหตุให้ต้องปรับลดประมาณการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทย (GDP) ในปี 2562 เป็น 3.3% จาก 3.8% และปรับลด GDP ปี 2563 เป็น 3.7% จาก 3.9%

ทั้งนี้เราคาดว่าเหตุผลที่ กนง. ยังแสดงจุดยืนที่จะคงอัตราดอกเบี้ยเป็นเพราะความกังวลต่อพฤติกรรมการแสวงหาผลตอบแทนที่สูงขึ้น (Search-for-yield behavior) โดยภายหลังการประชุมกนง. ความชันของเส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยปรับตัวโดยมีความชันลดลง (Flattening) กล่าวคืออัตราผลตอบแทนพันบัตรระยะสั้นปรับตัวสูงขึ้นสะท้อนผลการประชุมที่คงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ในขณะที่ผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวปรับตัวลดลงสะท้อนความกังวลต่อการชะลอตัวของเศรษฐกิจไทย

นอกจากนี้นักลงทุนต่างจับตารอดูความชัดเจนของการหารือนอกรอบการประชุม G-20 ที่จะเกิดขึ้นในสุดสัปดาห์นี้ ระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ว่าจะมีความคืบหน้าในประเด็นสงครามการค้ามากน้อยเพียงใด ซึ่งอาจจะเป็นปัจจัยหลักที่จะขับเคลื่อนตลาดในต้นสัปดาห์หน้า โดย ณ วันที่ 28 มิถุนายน 2562 อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลรุ่นอายุ 1, 2, 3, 5, 7 และ 10ปี อยู่ที่ 1.79% 1.78% 1.78% 1.87% 1.98% และ 2.16% ตามลำดับ

ในส่วนของกระแสเงินทุนต่างชาติในสัปดาห์ที่ผ่านมาไหลออกจากตลาดตราสารหนี้ไทยรวมสุทธิประมาณ 2,779 ล้านบาท ซึ่งเป็นการขายสุทธิในตราสารหนี้ระยะสั้น 5,350 ล้านบาท ซื้อสุทธิในตราสารหนี้ระยะยาว 4,917 ล้านบาท และมีตราสารหนี้ที่ถือครองโดยนักลงทุนต่างชาติหมดอายุ 2,346 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท