สตม.ยุคบิ๊กโจ๊ก

  • วันที่ 27 มี.ค. 2562 เวลา 09:40 น.

สตม.ยุคบิ๊กโจ๊ก

เรื่อง สลาตัน

หน่วยงานสำคัญของประเทศไทยอย่างสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง หรือที่เราคุ้นปากเรียกว่า “สตม.” มีบทบาทสำคัญถือเป็นด่านแรกของผู้มาเยือน ในฐานะหน่วยงานด่านแรกที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกต้องพบปะพูดคุยก่อนผ่านการประทับตราวีซ่า อนุญาตให้เข้าแผ่นดินไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

ทุกวันมีนักท่องเที่ยวเดินทางมายังประเทศไทยจำนวนมาก การสกัดตรวจตราบุคคลต้องสงสัยที่ก่อเหตุอาชญากรรมแล้วหวังหลบหนีเข้ามาในประเทศไทย เพื่อซุกซ่อนตัวหนีความผิดจึงถือเป็นการวัดศักยภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตม.ไทย ช่วยกลั่นกรองคนดีเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศ ไม่ใช่ใครก็ได้อยากจะเข้ามาแต่อ้างสถานะความเป็นนักท่องเที่ยวเข้ามาหลบหนี

ในยุคบริหารของ “บิ๊กโจ๊ก” พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. พยายามยกระดับศักยภาพการทำงานของหน่วยงานนี้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด บนพื้นฐานความปลอดภัยของประเทศ โดยเฉพาะมาตรการสกัดกั้นปัญหาอาชญากรรมต่างชาติ ที่มักแฝงตัวมากับนักท่องเที่ยว

ไขเกลียวนอตให้แน่นขึ้น พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ พร้อมด้วย พล.ต.ต.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ รอง ผบช.สตม. พล.ต.ต.กฤษกร พลีธัญญวงศ์ รอง ผบช.สตม. พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รอง ผบช.สตม. พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รอง ผบช.สตม. พล.ต.ต.สรายุทธ สงวนโภคัย รอง ผบช.สตม. มากันพร้อมหน้าพร้อมตาเพื่อประชุมงานสำคัญของหน่วยงานแห่งนี้

ที่ประชุมมอบนโยบายสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจและเพิ่มความแข็งแกร่งในการขับเคลื่อนนโยบาย แก่ข้าราชการตำรวจในสังกัดสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองระดับ รอง ผบก.-สว. ที่ได้รับการแต่งตั้งดำรงตำแหน่งต่างๆ วาระประจำปี 2561 ที่ห้องบุณยะจินดา สโมสรตำรวจ

ในการประชุมครั้งนี้ ผู้นำหน่วยอย่าง พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ได้เน้นย้ำว่า สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ในฐานะเป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการสืบสวน ปราบปราม จับกุม ผลักดันและส่งกลับคนต่างด้าวที่เข้ามาก่ออาชญากรรมหรือกระทำความผิด จำเป็นต้องมีการตรวจสอบและคัดกรองคนต่างด้าว ที่จะเข้ามาและอยู่ต่อในประเทศไทยอย่างเข้มข้นและมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ยังมุ่งไปสู่การขจัดปัญหาทางสังคมและอาชญากรรมข้ามชาติ มีการดำเนินงาน โดยนำเทคโนโลยีมาใช้ในการตรวจสอบและคัดกรองเพื่อการเข้าหรือขออยู่ต่อในราชอาณาจักรอย่างถูกต้องและแม่นยำ และต้องมีการประสานความร่วมมือกับทุกภาคีเครือข่าย

สิ่งสำคัญที่ผู้นำหน่วยต้องการ โดยเฉพาะกับหน่วยงานต่างประเทศ เป็นการทำงานภายใต้นโยบาย “วันทีมวันเวิลด์” (One Team One World) คือ ตำรวจทั้งโลกเป็นทีมเดียวกัน ซึ่งปัจจุบัน สตม.ได้มีการประสานงานการปฏิบัติกับประเทศต่างๆ โดยการแลกเปลี่ยนข้อมูล และร่วมปฏิบัติการในหลายประเทศ ตลอดจนเฝ้าระวังและปราบปรามอย่างจริงจังต่อเนื่องเพื่อสร้างกระบวนการและกลไกร่วมกัน

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กำชับข้าราชการตำรวจในสังกัด ให้ดูแลงานด้านความมั่นคง ควบคู่ไปกับงานด้านบริการ ตามนโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อย่างเคร่งครัด

และเพื่อตอบแทนผู้ใต้บังคับบัญชา พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ได้มอบรางวัล “เดอะ เบสต์แพรกทีซ” (The Best Practice) เพื่อเป็นการยกย่องเชิดชูเกียรติแก่หน่วยงานและข้าราชการตำรวจในสังกัด

เพราะเชื่อว่ารางวัลนี้จะเป็นการกระตุ้นให้การปฏิบัติงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น...