เหลือวันเสาร์ให้คิดได้อีก

  • วันที่ 22 มี.ค. 2562 เวลา 08:30 น.

เหลืออีกเพียงวันเดียว คือวันเสาร์นี้ ก็จะข้ามไปวันอาทิตย์ที่ 24 มี.ค.

เป็นวันประวัติศาสตร์อีกครั้งก็ว่าได้ เมื่อจะเกิดการเลือกตั้งใหญ่ชี้ชะตาประเทศ

ช่วงเวลาที่ผ่านมา ใครเป็นใครก็คงรู้กันทั่ว

ไม่ว่าจะเป็นพรรคไหน มีนโยบายอย่างไร พรรคไหนจะจับรวมกลุ่ม กับใคร พรรคไหนจะเสนอใครเป็นนายกฯ

ฉะนั้นต้องถือว่า ประชาชนมีข้อมูลมากเพียงพอแล้วในการตัดสินใจ

วันเสาร์ที่เหลืออยู่ จึงน่าจะเป็นช่วงเวลาแห่งการทบทวน ก่อนตัดสินใจ

ที่ได้ยิน ได้ฟังมา เข้าใจ เป็นที่ชื่นชอบจริงแล้วใช่ไหม

พรรคที่จะเลือก มีนโยบายถูกต้อง เหมาะกับสถานการณ์ และจะก่อให้เกิดผลประโยชน์ต่อประเทศสูงสุด

บุคคลที่จะได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกฯ เป็นผู้มีคุณสมบัติพร้อม สามารถนำพาประเทศก้าวไปข้างหน้า ก้าวพ้นกับดักแห่งความรุนแรง

เหล่านี้คือคำตอบที่ทุกคนต้องกำหนดเอาไว้

จะเป็นอย่างไร วันอาทิตย์ก็ไปเลือก

เลือกแล้วก็ต้องปล่อยวาง ให้ทุกอย่างเดินไปตามกลไก

และที่ทำได้คือการเฝ้ารอ

นับตั้งแต่รอการรับรองผลการเลือกตั้งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ดูแล้ว คงไม่ใช่งานง่ายๆ กว่าจะรับรองผลได้

สารพัดเรื่องจะประดังประเดมา โดยเฉพาะการร้องเรียนผลการเลือกตั้ง ที่น่าจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

เพราะตามกระแสที่ออกมา ประชาชนจะออกไปเลือกตั้งกันครั้งมโหฬาร การกาบัตรเลือกตั้งจะมีกาถูกบ้าง ผิดบ้าง

ทั้งหมดยังไม่นับคดีความการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ที่น่าจะตามมาอีกไม่น้อย

หลังจากนั้นเป็นขั้นตอนของการประกาศผล สส. การเลือก สว. และเข้าสู่การผ่านขั้นตอนต่างๆ ให้แล้วเสร็จ ไปจนถึงการเปิดสภา

เมื่อนั้นการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรจะเป็นจุดสำคัญในการประลองกำลังยกแรก

พรรคไหน กลุ่มไหน จับกันได้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของจำนวน สส. คือมากกว่า 250 เสียงขึ้นไป จากจำนวน สส. 500 ก็มีสิทธิเสนอชื่อประธานสภา

และแน่นอนว่าคนกลุ่มนั้นก็จะได้เปรียบในเบื้องต้นสำหรับการเสนอชื่อนายกฯ

ถัดมาเป็นเรื่องสำคัญสุดคือการเสนอชื่อนายกฯ ที่ต้องใช้คะแนนเสียง สว. มาผสมผสานด้วยอีก 250 เสียง

กลุ่มไหนรวบรวมรายชื่อสมาชิกรัฐสภาได้เกินกว่า 375 เสียง กลุ่มนั้นก็จะเลือกนายกฯ ได้สำเร็จ

แต่ละขั้น แต่ละตอน น่าติดตาม และเกี่ยวพันกับอนาคตของประเทศ

เพียงแต่ว่าภายหลังเลือกตั้งแล้ว ทุกอย่างก็ต้องปล่อยให้กระบวนการทั้งหมดเดินหน้าไป เข้าสู่ระบบการเมืองที่วางเอาไว้ตามรัฐธรรมนูญ

จะถูกจะผิดอย่างไร ก็ต้องให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ อย่าเพิ่งสร้างกระแส สร้างความวุ่นวายให้เกิดขึ้น

เมื่อทุกคนใช้สิทธิ ทำหน้าที่แล้ว ก็ต้องช่วยกันมองไปข้างหน้า

สิ่งที่รออยู่เป็นหนักหนาสาหัสเอาการอยู่แล้ว

อย่าสร้างเงื่อนไข ทำให้แย่ลงไปกว่าเดิมอีกเลย