สำนึกจากเสือดำ

  • วันที่ 21 มี.ค. 2562 เวลา 10:15 น.

สำนึกจากเสือดำ

โลกโซเชียลพุ่งความสนใจไปที่คำพิพากษา กรณีนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ เข้าไปล่าสัตว์ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก จ.กาญจนบุรี เมื่อวันที่ 2 ก.พ. 2560 ที่สุดศาลตัดสินจำคุกนายเปรมชัย 16 เดือน โดยไม่รอลงอาญา

อย่างไรก็ตาม คำพิพากษาก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆ นานา ต้องไม่ลืมว่า นี่เป็นเพียงคำพิพากษาศาลชั้นต้นยังเหลืออีก 2 ศาล คือ ศาลอุทธรณ์ และศาลฎีกา กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประกาศว่าจะหาช่องทางอุทธรณ์กรณีที่นายเปรมชัยพ้นข้อกล่าวหาร่วมล่าและครอบครองซากเสือดำ

นอกจากนี้ ต้องไม่ลืมเช่นกันว่า คดีนี้ได้สร้างกระแสตื่นตัวเรื่องการอนุรักษ์สัตว์ป่าสงวนในสังคมในวงกว้าง

ทุกวันนี้คนไทยมากมายทราบแล้วว่า เสือดำ ไม่ใช่ชนิดพันธุ์หนึ่ง แต่หมายถึงสัตว์ในวงศ์เสือที่เป็นสัตว์ชนิดเดียวกับเสือดาว สีขนที่ดำน่าเกรงขามนั้น เกิดจากยีนส์พิเศษ มีเมลานินมากผิดปกติ เสือดำในประเทศไทย เป็นชนิดพันธุ์ย่อยของเสือดาว ถูกจัดอยู่ในสถานะใกล้สูญพันธุ์ เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามกฎหมาย

ตามข้อมูล เมื่อปี 2561 ของกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ระบุไว้ว่า สำรวจพบเสือโคร่งในป่าประมาณ 150 ตัว ทั่วประเทศ และเป็นเสือดาว 100-130 ตัว ในจำนวนดังกล่าวเป็นเสือดำเพียง 15 ตัว ช่วง 100 ปีที่ผ่านมา เราสูญเสียเสือไปแล้วประมาณ 97% ของจำนวนที่เคยมีนับแสนตัว

เสือจะมีอยู่เฉพาะในผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์เท่านั้น แม้เสือจะเป็นสัตว์ดุร้าย แต่ทุกสายพันธุ์หลีกเลี่ยงที่จะเผชิญหน้ากับมนุษย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเสือเคยเล่าให้ผู้เขียนฟังว่า เสือที่น่ากลัวสำหรับคนเราไม่ใช่เสือในป่า แต่เป็นเสือเลี้ยงที่หลุดออกมาจากกรง เพราะเสือกลุ่มที่ว่านั้นคุ้นเคยกับมนุษย์เป็นอย่างดี และทราบว่ามนุษย์นั้นมีจุดอ่อนอยู่ตรงไหน การล่ามนุษย์ไม่ใช่เรื่องยาก

กว่าเสือในป่าแต่ละตัวจะมีชีวิตรอดจนเติบโตขึ้นขยายเผ่าพันธุ์ได้นั้น พวกมันต้องฟันฝ่ากับอุปสรรคมากมาย เสือแต่ละตัวหรือแต่ละชนิดมีอาณาเขตอาศัยเป็นของตัวเอง อาจจะมีอาณาเขตกว้างถึง 200-400 ตารางกิโลเมตรเลยทีเดียว

เสือดำรงชีพด้วยการล่าสัตว์ขนาดใหญ่ เสือตัวเต็มวัยแต่ละตัวสามารถกินเนื้อได้ถึง 40 กิโลกรัมในหนึ่งครั้ง เท่ากับต้องล่าเก้งถึง 3 ตัว/สัปดาห์ จึงจะพอเพียงต่อความต้องการของร่างกาย หากกินกวาง 1 ตัว อาจอยู่ได้ทั้งสัปดาห์

แต่การล่าเหยื่อแต่ละครั้งไม่ใช่เรื่องง่าย สัตว์ที่เป็นเหยื่อแต่ละชนิด มีสัญชาตญาณในการเอาตัวรอดสูง ทำให้หลบหนีได้อย่างแคล่วคล่องว่องไว และมีอาวุธร้ายในการป้องกันตัว แม้แต่กวางที่เราๆ เห็นว่าน่ารัก แท้จริงแล้วนอกจากวิ่งเร็ว กระสากลิ่นแปลกปลอมได้ไวแล้ว กีบเท้าของกวางยังมีคมที่สามารถทำอันตรายสัตว์ผู้ล่าได้อีกด้วย

การล่าเหยื่อที่เป็นตัวเต็มวัยจึงประสบความสำเร็จได้ยาก มีโอกาสเพียงอาจจะแค่ 10% เท่านั้น เสือจึงมีเป้าหมายการล่าสัตว์ที่เจ็บป่วยหรืออ่อนแอ ตลอดชีวิตเสือจึงขึ้นอยู่กับความอุดมสมบูรณ์ของป่าและระบบนิเวศ หากผืนป่าขาดความอุดมสมบูรณ์ เสือก็อาจอพยพทิ้งป่าผืนนั้นไปหาป่าที่สมบูรณ์กว่า