การเมืองเรื่องที่บ่แน่

วันที่ 13 มี.ค. 2562 เวลา 10:00 น.
การเมืองเรื่องที่บ่แน่
เรื่อง ณ กาฬ เลาหะวิไลย

ชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ ว่าใครเป็นใคร ใครจะจับกับใคร รวมถึงใครไม่ร่วมมือกับใคร

ที่เพิ่งเกิดขึ้น อาทิ ฐิติมา ฉายแสง อดีตผู้สมัคร สส.เขต 1 ฉะเชิงเทรา พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) น้องสาว จาตุรนต์ ฉายแสง อดีตประธานยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ ได้ส่งรถติดเครื่องขยายเสียงประกาศว่า ขอคะแนนให้กิตติชัย เรืองสวัสดิ์ พรรคอนาคตใหม่

คงจำกันได้ว่า พรรคไทยรักษาชาติถูกศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ให้ยุบพรรค จากการกระทำที่อาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

บรรดาผู้สมัครของพรรคจึงหมดสภาพไปโดยปริยาย ถ้าไม่ปล่อยเลยตามเลย ก็ต้องหาทางเทคะแนนของตัวเองให้คนอื่น

ทางเลือกแรกๆ อาทิ พรรคเพื่อไทย จะเทคะแนนไปให้หมดก็ทำไม่ได้ เนื่องจากมีปัญหาบางเขตไม่ส่ง สส.ทับซ้อนกันตั้งแต่แรก

สุดท้ายคะแนนที่มา หรือเสียงที่สนับสนุนเลยต้องไปเทให้พรรคอื่น ซึ่งดูแล้วเป็นพรรค หรือพวกที่แนวทางเดียวกัน

อย่างกรณีฐิติมา ที่เชื่อว่าถ้าพรรคไทยรักษาชาติไม่ถูกยุบก็เชื่อว่าจะชนะการเลือกตั้ง

แต่เมื่อถูกยุบพรรคไปแล้ว แนวทางที่ดีที่สุดคือต้องแนะนำให้หันไปเลือกพรรคอื่นเพื่อให้มีโอกาสชนะการเลือกตั้ง

เมื่อดูแล้วเห็นว่าพรรคอนาคตใหม่มีโอกาส โดยเฉพาะบิดาของกิตติชัยรู้จักกันกับฐิติมา

ถือเป็นรูปแบบของการเทคะแนนที่ชัดเจน ประกาศให้ประชาชนที่รักชอบกัน ช่วยกันเลือกผู้สมัคร พรรคที่ตัวเองต้องการสนับสนุน ภายใต้สารพัดเหตุผลที่จะอธิบายออกมา

สำหรับเขตอื่นๆ จะเป็นอย่างไรก็ต้องไปดูกันเป็นรายพื้นที่

แต่เชื่อได้ว่ากลุ่มนี้จะเทคะแนนไปยังพรรคที่ไม่เอาลุงตู่ ไม่ว่าจะเป็นเสรีประชาธิปไตย อนาคตใหม่ ฯลฯ ก็ว่ากันตามสะดวก

นี่เป็นการแสดงความชัดเจนของซีกการเมืองแรก ที่ไม่เอาลุงตู่ ไม่เอาพรรคที่สนับสนุนลุงตู่ โดยทำการสลับสับเปลี่ยนคะแนนที่คาดว่าจะมีอยู่ในมือไปให้ผู้ที่เดินเส้นทางเดียวกัน

อีกด้าน ประชาธิปัตย์ ก็ประกาศมาจากอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ไม่สนับสนุนลุงตู่เป็นนายกฯ แต่ทว่าจะรวมกับพลังประชารัฐก็ไม่รังเกียจ

จะเป็นอย่างไรก็แปลกันเอาเอง

กลุ่มสุดท้าย พลังประชารัฐเป็นแกนหลักก็จะสนับสนุนลุงตู่ให้กลับมาเป็นนายกฯ อีกรอบ

เท่ากับเป็นการแบ่งแยกวิถีทางอย่างชัดเจน

จะเลือกใคร จะกาพรรคไหน ก็ว่ากันไปตามที่เห็นควร เห็นชอบ

แต่สิ่งต้องทำใจไว้เนิ่นๆ ก็คือ คำประกาศก่อนการเลือกตั้ง กับหลังเลือกตั้ง อาจไม่ตรงกันก็ได้

ในทางการเมืองแล้ว เงื่อนไขต่างๆ เกิดขึ้นได้เสมอ ทำให้อะไรที่ว่าแน่ มันก็กลับไม่แน่ขึ้นมา

เรียกได้ว่าถ้าเงื่อนไขเปลี่ยน ทุกอย่างก็เปลี่ยนได้หมด

การเมืองไทยก็เป็นอย่างนี้ และจะเป็นไปอีกนาน

อย่าเอาจริงเอาจังมากเกิน สุดท้ายจะปวดหัวเปล่าๆ