
สังคมน่าอยู่
กรณีกลุ่มวัยรุ่นงานบวชบุกไปทำร้าย รปภ. ครู นักเรียน ระหว่างการเข้าสอบแกตแพตจนได้รับบาดเจ็บ ทำลายข้าวของ และลวนลามนักเรียนหญิงกลายเป็นภาพสะท้อนด้านมืดของสังคมที่น่าฉุกคิดอย่างยิ่ง
โดย...มะกะโรนี
กรณีกลุ่มวัยรุ่นงานบวชบุกไปทำร้าย รปภ. ครู นักเรียน ระหว่างการเข้าสอบแกตแพตจนได้รับบาดเจ็บ ทำลายข้าวของ และลวนลามนักเรียนหญิงกลายเป็นภาพสะท้อนด้านมืดของสังคมที่น่าฉุกคิดอย่างยิ่ง
หลายคนคงทราบกันแล้วว่าเรื่องนี้เริ่มจากโรงเรียนได้แจ้งให้เจ้าภาพงานบวชลดเสียงจากงานที่ดังรบกวนนักเรียนที่กำลังสอบอยู่ในโรงเรียนจนสร้างความไม่พอใจให้กับผู้เข้าร่วมงานบวชกลุ่มหนึ่ง ต่อมาได้บุกเข้าไปก่อเหตุดังกล่าว แม้กระแสสังคมจะกดดันจนผู้ก่อเหตุและผู้เกี่ยวข้องออกมาดราม่าบีบน้ำตาขอความเห็นใจ แต่ทุกอย่างก็ดูจะสายเกินกว่าที่ใครๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ และเราๆ ท่านๆ ที่เห็นข่าวนี้แล้วก็ย่อมที่จะแสร้งทำเป็นไม่เห็นหรือเมินเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้
สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นสะเทือนใจคนทั้งประเทศและก่อให้เกิดคำถามว่า เกิดอะไรขึ้นกับสังคมไทย อะไรดลใจให้คนกลุ่มก่อเหตุเป็นไปได้ขนาดนั้น
เรื่องนี้สะท้อนไปถึงรากเหง้าของปัญหา สะท้อนว่า ระบบนิเวศในสังคมที่กลุ่มวัยรุ่นกลุ่มดังกล่าวอาศัยอยู่กำลังล้มเหลวในหลายด้าน และความล้มเหลวนั้นได้บ่มเพาะกลไกที่ทำลายกลไกสร้างจิตสำนึกพื้นฐานไปอย่างน่าตกใจ
ผู้ก่อเหตุควรจะตระหนักว่าเขตวัด เขตปฏิบัติทางแหล่งธรรมทุกศาสนา เขตสถานศึกษา เขตสถานพยาบาล ล้วนเป็นเขตที่ทั่วโลกเข้าใจในการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ แม้ในยามสงครามก็เข้าไปใช้ความรุนแรงไม่ได้ สิ่งที่เกิดขึ้น นับเป็นการกระทำการเกินเลย มีจิตสำนึกบกพร่องก่อเหตุได้แม้ในวัดและในโรงเรียน
น่าสงสัยว่า ความเชื่อแบบไหนกันที่สร้างค่านิยมอันตราย ขาดความยับยั้งชั่งใจ ไม่รู้สึกว่าสิ่งที่ทำไปนั้นมีความผิด ไม่มองว่าเป็นเรื่องการทำผิดกฎหมาย แน่นอนว่าต้นตอของเรื่องนี้ คือความเหลื่อมล้ำในสังคมที่รุนแรง กัดกิน จนหล่อหลอมให้พวกเขากลายเป็นภัยร้ายที่รอโอกาสแสดงตัว
ปฏิเสธไม่ได้ว่า ระบบศีลธรรมที่เสื่อมถอยจากกรณีนี้นั้น นับเป็นความรับผิดชอบ ความบกพร่องของทุกกลไกที่เกี่ยวข้อง เริ่มจากสถาบันครอบครัว ถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะต้องตั้งคำถามว่าครอบครัวแบบไหนกันที่ผลิตคนแบบนี้ออกมาสู่สังคม คำถามนี้ไม่ใช่การโยนบาปให้ครอบครัวผู้ก่อเหตุ แต่เป็นการตั้งข้อสงสัยว่าเป็นไปได้หรือไม่ว่า ช่องว่างระหว่างกันของคนในครอบครัวยุคใหม่กำลังเปิดช่องโหว่ให้ค่านิยมอันธพาลเข้ามาทำหน้าที่เลี้ยงบุตรหลานแทนพ่อแม่ผู้ปกครอง
การเรียนการศึกษา ก่อนจะเติบโตขึ้นมาเป็นแก๊งอันธพาลนั้น ทุกคนย่อมเคยเป็นเด็กนักเรียน พวกเขาเรียนอะไรในห้อง อะไรที่มีพลังกว่าการศึกษาจนสามารถบดขยี้เบียดบัง ความมีมนุษยธรรม มโนธรรม จนไม่เหลือความยับยั้งชั่งใจอยู่เลย
หรือกระทั่งวัดซึ่งควรที่จะเป็นแหล่งขัดเกลาจิตใจ แต่ก็ทำได้เพียงกลายเป็นแหล่งที่ตอบสนองความต้องการเชิงวัตถุ หากกลุ่มวัยรุ่นดื่มเหล้า จัดงานรื่นเริงในวัดได้ แล้วสังคมจะมีความหวังอะไร
ในบรรยากาศหาเสียงเลือกตั้งเรายังไม่เห็นพรรคไหนออกมาพูดถึงเรื่องนี้อย่างเข้าใจรากเหง้าของปัญหาสังคมและเอาจริงเอาจังกับการยกระดับจริยธรรมในสังคมให้เห็นมากนัก ซ้ำร้ายแนวคิดที่หมกมุ่นทางการเมืองอย่างไม่ลืมหูลืมตา ส่อแววที่จะยิ่งเพิ่มปัญหานี้ให้สาหัสเข้าไปอีกเสียด้วยซ้ำไป
นักการเมือง หรือใครก็ตามที่อาสาเข้ามาปกครองประเทศ ควรจะตระหนักว่า สิ่งที่เกิดขึ้น ย่อมจะไม่ใช่ครั้งสุดท้าย และไม่มีหลักประกันอะไรเลยว่าจะไม่เกิดขึ้นอีกหรือจะรุนแรงน้อยกว่า รวมถึงตระหนักว่าเรื่องนี้ ไม่อาจแก้ไขได้เพียงชั่วข้ามคืน หรือความฝันที่จะเห็นสังคมปลอดภัยน่าอยู่สำหรับทุกคนเป็นเรื่องที่ไม่สำคัญอะไรเลย







