อะไรที่หนักแผ่นดิน

วันที่ 25 ก.พ. 2562 เวลา 10:30 น.
อะไรที่หนักแผ่นดิน
เรื่อง ทองพระราม

“เพลงหนักแผ่นดิน” กลายเป็นประเด็นให้ถูกหยิบนำมาใช้ในทางการเมืองอีกครั้ง ภายหลังพรรคการเมืองได้เสนอแนวนโยบายหนึ่ง คือ ให้มีการปรับลดงบประมาณในส่วนของกองทัพลง เพื่อนำงบจากที่กองทัพเคยได้รับนำมาใช้พัฒนาประเทศหลายด้านที่กำลังรออยู่

แม้เพลงนี้เด็กรุ่นใหม่อาจจะไม่คุ้นหูมากนัก เพราะไม่ใช่เพลงแบบสมัยนิยมอย่างยุคปัจจุบัน แต่เพลงนี้ถูกหยิบมาใช้ครั้งหนึ่งช่วงที่ประเทศไทยต้องเผชิญกับระบอบคอมมิวนิสต์เข้ามากล้ำกรายโดยออกอากาศทางสถานีวิทยุ จส. กรมสื่อสารทหารบก กองทัพบก ในช่วงปี 2518-2523

เพลงดังกล่าวกลับมาฮิตติดหูอีกครั้งหลังจากมีสื่อมวลชนถามพล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ต่อประเด็นที่มีการเสนอให้ตัดงบกองทัพ โดยได้อ้างถึงเพลงนี้ในการตอบคำถาม ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆ นานา หลายทิศทาง

โดยเฉพาะเนื้อหาของเพลงดังกล่าวที่มีการตีความหมายไปในเชิงสร้างความแตกแยกให้กับบ้านเมือง และเกรงว่าภาพเก่ายิ่งเฉพาะประวัติศาสตร์การเมืองไทย จะย้อนรอยกลับมาเหมือนวันวาน เพียงเพราะความคิดเห็นที่แตกต่าง จนนำไปสู่ความแตกแยกในประเทศ

ท่ามกลางกระแสข่าวที่ผุดออกมาค่อนข้างหนาหูทั้งเรื่องการปฏิวัติซ้อน หรือแม้กระทั่งการเลื่อนเลือกตั้ง ผนวกกับหลายสิ่งที่กำลังปรากฏบนหน้าการเมืองไทย ทำให้อดคิดไม่ได้ว่าทั้งหมดทั้งมวลแล้ว อะไรจะเป็นเรื่องให้ต้องหนักแผ่นดินไปมากกว่ากัน

แต่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นผลพวงตามมาแน่นอนว่า ประชาชนในประเทศนี้คงเลี่ยงไม่พ้นพลอยรับอานิสงส์ได้ผลกระทบไปด้วย ขณะที่หลายภาคส่วนโดยเฉพาะประชาชนพยายามหลีกเลี่ยงสิ่งเหล่านี้ และต้องการให้บ้านเมืองเดินหน้าต่อไปแบบไร้ความขัดแย้ง

ประกอบกับใกล้ช่วงเลือกตั้งเข้ามาทุกขณะ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าประชาชนในประเทศตื่นตัวกับเรื่องนี้ เพื่อต้องการเลือกคนที่ไว้ใจเข้าไปทำหน้าที่บริหารประเทศ เพื่อยุติปัญหา และดึงเม็ดเงินกลับเข้ามาในกระเป๋า และสร้างชีวิตความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น

หากถามว่าเนื้อเพลงหนักแผ่นดินที่เคยมีความหมายในช่วงหนึ่งเพื่อใช้ต่อสู้กับคอมมิวนิสต์ แต่ในเวลานี้เชื่อว่าความหมายของเพลงกับโลกยุคปัจจุบัน น่าจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เนื่องด้วยเวลานี้ประเทศไม่ได้ต่อสู้กับแนวคิดหรือลัทธิดังกล่าว

แต่กลับกลายเป็นว่ากำลังต่อสู้กันเองเพียงเพราะความคิดและแนวทางไม่ตรงกัน โดยเฉพาะเมื่อมีการพาดพิงถึงประโยชน์ของฝ่ายใด ฝ่ายหนึ่ง อีกฟากก็จะออกอาการฟาดงวง ฟาดงา เพื่อตอบโต้อีกฝ่าย เหมือนบอกเป็นนัยอย่ามายุ่งอะไรให้มากนัก

เมื่อบ้านเมืองกำลังเดินไปสู่จุดที่พยายามบอกว่าเปลี่ยนผ่านในทิศทางดีขึ้นกว่าเดิม จึงไม่อยากให้การเมืองแบบน้ำเน่ายุคโบราณคร่ำครึย้อนหวนกลับมาทำลายบรรยากาศที่ประชาชนต่างตั้งหน้าตั้งตาคอยความหวัง ว่าต้องมีชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิม

หากถามอะไรหนักแผ่นดิน เชื่อว่าประชาชนคงมีคำตอบในใจแล้ว และจะสะท้อนให้เห็นในวันที่ 24 มี.ค. ไม่ว่าผลออกมาอย่างไร ทุกฝ่ายก็ควรยอมรับเพราะคำตัดสินชี้ขาดว่าใครจะได้มีสิทธิไปต่อในการบริหารประเทศนั้น อยู่ที่ประชาชนเป็นผู้กำหนด

ประเทศผ่านความบอบช้ำมามากโดยเฉพาะจากปัญหาทางการเมืองที่ส่งผลตลอดช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา คอยฉุดรั้งจนไม่สามารถกระดิกตัว ลืมตาอ้าปากได้อย่างเต็มขั้น และเมื่อเวลาประชาชนใกล้มาถึงทุกฝ่ายจงพึงระลึกไว้เสมอ

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต