
หมดเวลาเกียร์ว่าง
หลายวันมาแล้วที่ชาว กทม.และปริมณฑล ต้องมองบรรยากาศรอบตัวด้วยความหวาดระแวง
เรื่อง มะกะโรนี
หลายวันมาแล้วที่ชาว กทม.และปริมณฑล ต้องมองบรรยากาศรอบตัวด้วยความหวาดระแวง เพราะทุกสิ่งที่เห็นเบื้องหน้าและอากาศที่สูดเข้าไปยังคงปนเปื้อนมลพิษฝุ่นละออง PM2.5 เกินมาตรฐานอยู่ในขีดอันตราย
การทำงานของรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาขยับอะไรที่เป็นรูปธรรมน้อยมาก ปัญหาควันจากไอเสีย ยานพาหนะ ยังเรื้อรัง กรณีที่ส่งเสริมให้คนใช้รถสาธารณะก็ยังจมอยู่กับปัญหาเดิมๆ แท็กซี่ไม่รับผู้โดยสาร รถเมล์ รถไฟฟ้าที่ไม่ตอบโจทย์การใช้งานของคนส่วนใหญ่
ราวกับว่า ชาว กทม.และปริมณฑล จะทำได้เพียงลุ้นค่าการตรวจวัดปริมาณฝุ่นในพื้นที่ต่างๆ ในแต่ละวัน ไปพร้อมกับได้เห็นว่า งานวิจัยต่างๆ ออกมาบอกถึงผลเสียต่อสุขภาพในแง่ไหนบ้าง เช่น ล่าสุดมีการนำเสนอกันว่าสถาบันนโยบายของมหาวิทยาลัยชิคาโกออกมาระบุว่า คนทั่วโลกกำลังตกอยู่ในความเสี่ยงอายุสั้นลงเกือบ 2 ปี จากปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 เพราะโรคระบบทางเดินหายใจ-มะเร็งปอด-สมอง
ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ ก็ออกมาตอกย้ำว่า ไอเสียจากเครื่องยนต์ดีเซลเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของการเกิดฝุ่นละออง PM2.5 ซึ่งปัญหามลพิษของไทย ส่วนหนึ่งมาจากการใช้รถดีเซลและน้ำมันดีเซลที่เพิ่มสูงขึ้นจากปัจจัยด้านโครงสร้างพื้นฐานและนโยบายอุดหนุนราคาน้ำมันดีเซล นอกจากนี้คุณภาพของน้ำมันดีเซลและเครื่องยนต์รถบรรทุกรุ่นใหม่ยังมีมาตรฐานต่ำกว่าสากล อีกทั้งมีรถดีเซลเก่าวิ่งอยู่เป็นจำนวนมากหากจะแก้ปัญหานี้ เลี่ยงไม่ได้ที่จะผลักดันมาตรการต่างๆ ให้เป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการเข้มงวดเรื่องการตรวจสภาพรถ ควันดำ
ผ่านไปแล้วหลายวัน หลายคนเลิกคาดหวังจากรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เลิกพึ่งรัฐบาล หันไปพึ่งตัวเอง ซึ่งสิ่งที่ทำได้ก็คือ หาหน้ากากป้องกันฝุ่นมาใช้ แต่ใครจะคาดคิดว่า ชาว กทม.และปริมณฑล จะถูกซ้ำเติมจากนักฉวยโอกาสมากมาย
ใครจะไปเชื่อว่า จนถึงป่านนี้หน้ากากกันฝุ่นแบบเดียวกับที่ก่อนหน้านี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาบอกว่าจะช่วยแบ่งเบาภาระประชาชนด้วยการแจกจ่ายให้กับประชาชนส่วนหนึ่ง ยังคงกลายเป็นของหายากและกลายเป็นสินค้าที่ถูกวางขายในร้านใหญ่ๆ แบบโก่งราคาอย่างหน้าด้านๆ หลายคนอยากซื้อเก็บไว้ใช้งานอย่างต่อเนื่อง เพราะต่างทราบดีแล้วว่า หน้ากากรุ่นดังกล่าวมีอายุการใช้งานได้เพียงประมาณ 3 วันเท่านั้น หลังจากนั้นประสิทธิภาพในการป้องกันจะลดลง
ไหนจะเรื่องหน้ากากปลอมไม่ได้มาตรฐาน ยังตามมาซ้ำเติมวางขายกันให้เกลื่อน ไม่รู้ว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการตรวจสอบหายไปอยู่ที่ไหนในวันที่ประชาชนต้องการพึ่งพา
และแล้วล่าสุด เรื่องนี้ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ถึงกับลมออกหู ออกมาตัดพ้อว่า มีคนบางคนบอกรัฐบาลไม่สนใจเรื่องนี้เท่าที่ควร แต่สิ่งที่สั่งไปแล้วคือ ต้องแจ้งสถานะของสภาพอากาศทุกวันในทุกสถานที่ของ กทม.ทุกเขต หากเขตใดไม่แก้ไขอะไรเลยไม่ชี้แจงว่าทำอะไรไปแล้วบ้าง จะถึงขั้นลงโทษผู้อำนวยการเขต และหัวหน้างานที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้
ขณะที่กรมควบคุมมลพิษ ซึ่งเป็นหน่วยวิชาการในการวัดและแจ้งข้อมูล ส่วนในเรื่องการจราจร การตรวจรถควันดำให้พยายามตรวจทุกพื้นที่ รถคันไหนควันดำ ไม่ต้องออกมาวิ่งบนถนน หากแก้ไม่ได้อีก จะใช้มาตรการ ให้วิ่งรถ วันคี่ วันคู่ ห้ามรถดีเซลวิ่งบนถนนบางสาย
ขณะเดียวกัน นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ ได้ สั่งปิดโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กทม. อาชีวะ และมหาวิทยาลัยเป็นเวลา 2 วัน ไม่รู้ว่ายังมีหน่วยงานไหนกล้าเกียร์ว่างกันอีกหรือไม่







