ใครแก้ปัญหาฝุ่น

วันที่ 15 ม.ค. 2562 เวลา 10:00 น.
ใครแก้ปัญหาฝุ่น
เรื่อง สลาตัน

ช่วงนี้หลายคนเห็นอากาศขมุกขมัว มีสายหมอกคล้ายบรรยากาศฤดูหนาว ไฉนความจริงดันตรงกันข้ามและยังแฝงผลร้ายต่อสุขภาพคนกรุงเทพฯ และปริมณฑลอย่างมาก ตอนนี้หลายจุดในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล มีปริมาณค่าฝุ่นละออง PM 2.5 เกินค่ามาตรฐานจนหลายคนรู้สึกตื่นตระหนกและหันมาใส่ใจหาวิธีป้องกันตัวเอง

ที่สำคัญตอนนี้เริ่มมีเสียงเรียกร้องจากภาคประชาชนถึงมาตรการระยะยาวที่จะนำมาแก้ไขว่าควรทำอย่างไร เพื่อป้องกันปัญหาฝุ่นละอองในขณะนี้ โดยเฉพาะกระแสในโลกออนไลน์ต่างโพสต์ข้อความผ่านช่องทางสื่อสารส่วนตัวทั้งเฟซบุ๊ก ไลน์ และทวิตเตอร์ ที่ต่างแสดงความเห็นหลากหลายด้าน

ส่วนใหญ่ความเห็นที่ประชาชนต้องการคือถึงเวลาแล้วหรือยังที่ปัญหาเรื่องฝุ่นละอองขนาดเล็กจะถูกหยิบยกขึ้นมาแก้ไขหรือผลักดันเป็นวาระแห่งชาติ หรือจัดตั้งหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงขึ้นมากำกับจัดการดูแลปัญหาเฉพาะทางนี้เป็นวาระเร่งด่วน ด้วยว่าสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กนี้กำลังสร้างปัญหาถี่ขึ้นและต่อเนื่อง

เพราะตั้งแต่ช่วงกลางเดือน ธ.ค. 2561 เรื่อยมาเข้าข้ามปีใหม่จนถึงเดือน ม.ค. กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยังรายงานสถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลว่าสูงและอันตรายในหลายจุด

สัญญาณห้วงเวลาที่นับดูหลายวันนี้น่าจะเป็นเสียงสะท้อนไปถึงผู้มีอำนาจ หรือหน่วยงานที่กำกับดูแลโดยตรง คงต้องทบทวนมาตรการแก้ไขให้ภาวะปัญหาเหล่านี้เบาบางลงอย่างเร่งด่วน ไม่อย่างนั้นสุขภาพของคนไทยอาจย่ำแย่ลงไปทุกขณะ โดยปราศจากการรับผิดชอบจากภาครัฐ ทั้งที่ต้องใส่ใจดูแลสุขภาพของประชากรที่อาศัยอยู่ เครื่องไม้เครื่องมืออุปกรณ์การแก้ไขทำไมไม่ถูกนำมาใช้

ขณะเดียวกันในช่วงที่เกิดสถานการณ์ฝุ่นละอองนี้ มีการศึกษาถอดบทเรียน หาแนวทางแก้ไขในระยะยาวอย่างไร มีการวิจัย ลงพื้นที่เสิร์ชหาข้อมูลมากน้อยเพียงใด หาต้นตอของมลพิษเหล่านี้ว่าแท้จริงเกิดมาจากสิ่งใด ถ้าไม่อย่างนั้นการแก้ไขปัญหาเพียงนำรถน้ำมาฉีดดักฝุ่นละอองก็คงเป็นการเผาผลาญภาษีไปจนสูญเปล่า แทนที่จะหาวิธีการป้องกันตั้งแต่ต้นทางปัญหาและแก้ไขอย่างยั่งยืน

แตกต่างกับต่างประเทศที่มีนักวิจัยและหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องฝุ่นละอองโดยตรงเข้าไปคิดค้นทดลอง สืบเสาะหาว่าสิ่งที่ทำให้เกิดขึ้นจนทราบบรรลุผล กระทั่งนำไปสู่แผนการป้องกันในระยะยาวจนสำเร็จ ความจริงประเทศไทยน่าจะมีการถอดองค์ความรู้จากนานาประเทศมาใช้ประโยชน์ในไทย น่าจะเป็นผลบวกและช่วยเฝ้าระวังสุขภาพของคนไทย

ทุกวันนี้ต้องยอมรับว่าผู้อาศัยอยู่ในเขตเมืองอย่างกรุงเทพฯ และเขตรอยต่ออย่างปริมณฑลกำลังถูกฝุ่นละอองเหล่านี้เข้าไปทำลายสุขภาพ มันจะค่อยๆ กลืนกินทำลายระบบทางเดินหายใจไปเรื่อยๆ จนเกิดอาการเจ็บป่วยจนต้องเข้ารับการักษา แถมอาจกลายเป็นภาระทำให้ครอบครัวผู้ป่วยเหล่านั้น อาจประสบปัญหาเรื่องเงิน ประสบปัญหาเรื่องงาน เพราะฝุ่นละอองขนาดเล็กนี้อาจเข้าไปทำลายภายในจนสูญเสียสุขภาพ ที่สำคัญที่สุดคือกลุ่มเด็ก เยาวชน และผู้สูงอายุถือว่าน่าเป็นห่วง

ข้อมูลที่ คพ.รายงานสถานการณ์ปัญหาฝุ่นละอองทุกวัน แต่ยังไม่มีการจัดการอย่างเป็นรูปธรรม ยังยอมให้เกิดปัญหาเหล่านี้ขึ้นวันแล้ววันเล่า

ถ้าปล่อยไว้นานกว่านี้ คงถึงเวลาที่ต้องทบทวนการทำงานของหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องนี้โดยตรงว่า จำเป็นต้องมีต่อไปหรือไม่ ไม่อย่างนั้นเราคงเผชิญกับสภาพอากาศที่ย่ำแย่ลงทุกวัน

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต