ระวังซ้ำรอยเดิม

  • วันที่ 02 ม.ค. 2562 เวลา 10:00 น.

ระวังซ้ำรอยเดิม

เรื่อง สลาตัน 

ไม่ว่ายุคสมัยไหนเรามักเห็นนโยบายรัฐบาลที่พยายามหามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจแถมเอาใจประชาชน หลายนโยบายสำคัญถูกตาตรึงใจประชาชนมีหลายโครงการเช่นกัน แต่เท่าที่เห็นชัดและดูได้รับเสียงปรบมือจากประชาชนคือนโยบาย “รถคันแรก” ถือเป็นโครงการประชานิยม ของรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่สร้างกระแสความฮือฮาอย่างล้นหลาม

โครงการประชานิยมนั้น ทำให้ธุรกิจยานยนต์เติบโตรุ่งเรืองอย่างมหาศาล วงจรธุรกิจทางยานยนต์ได้รับอานิสงส์สร้างรายได้สร้างฐานะจนร่ำรวยไม่น้อย ที่สำคัญทำให้คนระดับรากหญ้าจนถึงมนุษย์เงินเดือน หรือคนจบใหม่เพิ่งเริ่มต้นทำงานฝันเป็นจริงได้มีรถขับเท่สักครั้งในชีวิต โดยทุกคนสามารถเป็นเจ้าของรถยนต์คันแรกได้ในราคาถูกกว่าปกติ เนื่องจากได้รับการคืนภาษีตั้งแต่ 4 หมื่น-1 แสนบาท/คัน

โครงการนี้สร้างความประทับใจสร้างรอยยิ้มให้ประชาชนทั่วประเทศ แต่กระนั้นก็สร้างร่องรอยคราบน้ำตาให้กับคนรากหญ้าที่ผจญกับภาระหนี้สินจากการซื้อรถ ส่งผลกระทบหนี้ครัวเรือนทั้งระบบ จนเมื่อถือครองครบ 5 ปีนับจากวันรับรถ จึงสามารถซื้อขายเปลี่ยนมือได้

นโยบายคืนภาษีรถคันแรกมีเงื่อนไขต่างๆ ดังนี้ ผู้ซื้อต้องอายุ 21 ปีขึ้นไป ผู้ซื้อจะต้องไม่เคยซื้อรถยนต์มาก่อน ระยะเวลาจะต้องซื้อตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย. 2554-31 ธ.ค. 2555 ราคารถยนต์นั้นจะต้องไม่เกิน 1 ล้านบาท รถยนต์ต้องมีเครื่องยนต์ไม่เกิน 1,500 ซีซี (สำหรับรถกระบะจะไม่จำกัดซีซี) และต้องเป็นรถยนต์ที่ผลิตในประเทศไทยเท่านั้น และเป็นรถใหม่ป้ายแดง และข้อสุดท้าย ห้ามโอนเปลี่ยนมือใน 5 ปี ยกเว้นกรณีรถถูกยึดเนื่องจากไม่ได้ผ่อนต่อไฟแนนซ์สามารถเปลี่ยนมือได้

นโยบายคืนภาษีรถคันแรก เป็นโอกาสสำคัญของคนไทยที่จะได้เป็นเจ้าของรถคันแรก จากการคืนภาษีสูดสุดถึง 1 แสนบาท เพราะแม้แต่ชาวบ้าน พนักงานโรงงานสามารถใช้สิทธิซื้อรถได้ แต่ปัญหาคือว่าเมื่อได้รับรถเรียบร้อยแล้ว ดันเกิดปัญหามีรายได้ผ่อนส่งค่างวดในแต่ละเดือนไม่เพียงพอกัน เพราะคิดหวังว่าจะได้รับเงินคืนภาษีสูงสุด 1 แสนบาท จนทำให้บางคนผ่อนได้เพียง 3-4 งวดก็ส่งต่อไม่ไหว ปล่อยให้ไฟแนนซ์ยึดรถคืน จนกลายเป็นหนี้เสีย

ตอนนี้มีโครงการ “บ้านล้านหลัง” ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ออกมาทำให้ประชาชนจำนวนมากแห่กันไปจองใช้สิทธิ เพราะความฝันสูงสุดของคนเราคือการมีบ้านสักหลังไว้อยู่อาศัย

โดยโครงการบ้านล้านหลังนั้นมีวงเงินทั้งหมด 5 หมื่นล้านบาท จะปล่อยสินเชื่อได้ไม่น้อยกว่า 5 หมื่นคน สามารถกู้ได้รายละไม่เกิน 1 ล้านบาท เฉลี่ยเริ่มต้นผ่อนเพียง 3,800 บาท พร้อมฟรีค่าธรรมเนียมทั้งหมด ซึ่งอัตราการผ่อนบ้านดังกล่าวถือว่าค่อนข้างถูกมาก หากเปรียบเทียบกับค่าเช่าบ้านทั่วไปในปัจจุบัน

ผู้ที่จองสิทธิกับทาง ธอส.เรียบร้อยแล้วนั้น ทางธนาคารจะส่ง SMS แจ้งสิทธิ โดยทางเจ้าหน้าที่จะใช้เวลาประเมินคุณสมบัติผู้กู้ภายใน 15 วัน จากนั้นผู้ขอสินเชื่อต้องนำหลักฐานมายื่นขอสินเชื่อในวันที่ 2 ม.ค. 2562 เป็นต้นไป และ ธอส.เตรียมประกาศรายชื่อผู้ยื่นจองสิทธิงวดเเรก 3 หมื่นราย ในวันที่ 25 ธ.ค.นี้ จากนั้นจะพิจารณาภายใน 90 วัน จากนั้นจะเรียกกลุ่มต่อไปเพิ่มเติม

นั่นเป็นโครงการประชานิยมของรัฐบาลแต่ละสมัย สิ่งที่กังวลที่สุดไม่อยากให้เกิดปัญหาหนี้เสีย ประชาชนไม่สามารถผ่อนชำระได้ เรื่องนี้รัฐบาลต้องวางกรอบดูแลอย่างใกล้ชิด อย่าทำโครงการประชานิยมให้ซ้ำรอยเดิมอีกเลย