อิสระและเที่ยงธรรม

  • วันที่ 30 พ.ย. 2561 เวลา 08:30 น.

อิสระและเที่ยงธรรม

เรื่อง...กัปตัน ป. 

ใกล้วันเลือกตั้งเข้ามาเท่าไรดูเหมือนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ถูกถล่มหนักทุกวี่วัน นับแต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ออกคำสั่งให้ กกต.เปลี่ยนแปลงการแบ่งเขตเลือกตั้ง ถูกวิจารณ์ว่าเปิดทางให้อำนาจภายนอกเข้ามาแทรกแซงการทำงานขององค์กรอิสระในการจัดการเลือกตั้งจนลุกลามว่าจะเลื่อนการเลือกตั้งออกไปอีกหรือไม่

รัฐบาลย้ำหนักแน่น ปฏิทินการเลือกตั้งไม่มีเปลี่ยน แต่ฟากพรรคการเมืองออกอาการกลัวๆ หวั่นๆ เนื่องจากในวันที่ 7 ธ.ค.นี้ จะมีการประชุมใหญ่ของแม่น้ำ 5 สาย โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธานร่วมกันหารือกับพรรคการเมือง จะมีเหตุหรือปัจจัยใดทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเลื่อนการเลือกตั้งออกไปอีกหรือไม่ หรืออาจมีการส่งสัญญาณให้ กกต.ดำเนินการบางสิ่งบางอย่างอีกบ้างหรือไม่ จึงเป็นที่มาทำให้ กกต.ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าโดนแทรกแซงจากอำนาจภายนอกจนทำงานได้ไม่อิสระจริง

การเลือกตั้งรอบนี้คึกคักมากๆ บรรดานักการเมืองตื่นตัวสูงมาก สังเกตจากคนรุ่นใหม่อายุน้อยๆ ลงสนามการเมืองแทบทุกพรรคไม่ว่าหญิงหรือชายต่างประกาศตัวเป็นตัวแทนคนรุ่นใหม่ไฟแรง เกิดพรรคการเมืองหน้าใหม่ผุดขึ้นมากมายราวดอกเห็ด เกิดปรากฏการณ์ย้ายพรรคกันชนิดน่าตกใจแบบไม่คาดคิดว่านักการเมืองรายนี้จะย้ายข้างย้ายขั้วกันได้ขนาดนี้เชียวหรือ

ปรากฏการณ์ที่น่าคิดอีกอย่าง คือ บรรดานักการเมืองท้องถิ่นตั้งแต่ระดับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือ อบต.ต่างพากันลงเล่นการเมืองสนามใหญ่กันเกือบทุกพื้นที่แบบกล้าท้าชนนักการเมืองระดับชาติที่เคยเป็นเจ้าของพื้นที่เดิม

เพราะช่วง 4 ปี เป็นเวลาทองของนักการเมืองท้องถิ่นมีโอกาสในการทำพื้นที่ ส่วนนักการเมืองระดับชาติ อดีต สส. ต่างหมดน้ำยาไร้บทบาทห่างหายไม่ได้ใกล้ชิดประชาชน เพราะติดล็อกคำสั่ง คสช. ขณะที่นักการเมืองท้องถิ่นยังคงเกาะติดพื้นที่ตลอด ผ่านการใช้งบประมาณ หรือโครงการของภาครัฐต่างๆ ลงไปอย่างต่อเนื่อง จึงมีโอกาสสูงที่จะสู้ชนะ หรือแพ้แบบสูสี ส่วนจะสังกัดพรรคใดขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของแต่ละบุคคล

การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นงานชิ้นแรก แต่คือผลงานชิ้นใหญ่ของ กกต.ชุดนี้ ที่สำคัญศึกเลือกตั้งคราวนี้ใช้กฎหมาย ระบบและรูปแบบการเลือกตั้งใหม่ ตั้งแต่การแบ่งเขตใหม่ ใช้บัตรใบเดียว หรืออำนาจ กกต.ที่มหาศาลกำหนดให้ใครแพ้หรือชนะได้สบายๆ

แน่นอนว่าการเลือกตั้งคราวนี้แบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ ฝ่ายการเมืองต้องปรับตัวสูง อาทิ บางเขต สส.น้อยลง หรือโดยภาพรวมจากเดิม 375 เขต เหลือ 350 เขต ย่อมต้องมีการตัดเฉือนไปกระทบฐานเสียงนักการเมืองเดิมที่เคยครองอำนาจ จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้บรรดาพรรคการเมืองเร่งกดดัน กกต.ให้รีบแบ่งเขตให้เสร็จเร็วๆ เพื่อจะได้จัดสรรผู้สมัครลงสู้ศึก เพราะนับจากวันนี้เหลือเวลาน้อยมากในการลงพื้นที่หาเสียง ดังนั้น กกต.จึงถูกจับตาทุกอาการเคลื่อนไหวว่าจะเอื้อประโยชน์แก่พรรคใดหรือไม่

ดังนั้น การทำหน้าที่ของ กกต.จึงถูกจับจ้องเป็นพิเศษในการแบ่งเขตเลือกตั้ง จะไม่เอื้อประโยชน์หรือทำลายฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เพราะการตัดเฉือนเขตเลือกตั้งมีผลต่อฐานเสียงและชัยชนะของบรรดานักการเมืองสูงมาก โดยต้องตอบคำถามแก่สังคมได้ว่าเหตุใดตัดสินใจไปเช่นนั้น สิ่งที่สังคมคาดหวังจาก กกต.ในการทำหน้าที่ คือ ความโปร่งใส ใช้อำนาจโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ไม่อยู่ภายใต้การครอบงำของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด

กกต.เหมือนกรรมการบนเวที ต้องทำหน้าที่โปร่งใส ใช้อำนาจโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ไม่อยู่ภายใต้การครอบงำของคนนอกสนาม ไม่เช่นนั้น กกต.จะถูกตีตราว่าเป็นเพียงหุ่นเชิดของผู้มีอำนาจ

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ