2 ดาวรุ่งที่กรุงเทพฯ
เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา มีดาวรุ่ง 2 ดวง ปรากฏที่ประเทศไทย
เรื่อง...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา มีดาวรุ่ง 2 ดวง ปรากฏที่ประเทศไทย
ดวงหนึ่งมาจากทางทิศใต้ กับอีกดวง มาจากทิศตะวันออก โคจรมารวมกันในงานสัมมนาระดับนานาชาติของบางกอกโพสต์ ภายใต้หัวข้อ Asian Transformation-การเปลี่ยนรูปของอาเซียน
สำหรับดาวดวงแรกก็คือ ไซเอ็ด ซาดิก อับดุล ราห์มาน นักการเมืองหนุ่มของมาเลเซีย ที่เป็น รมว.เยาวชนและกีฬาในวัยเพียง 25 ปี เป็นรัฐมนตรีอายุน้อยที่สุดในอาเซียนและในประวัติศาสตร์มาเลเซีย
ไซเอ็ด มาจากครอบครัวครูที่เป็นคนชั้นกลาง รัฐยะโฮร์ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาทางกฎหมายจากมหาวิทยาลัยอิสลามระหว่างประเทศมาเลเซีย
ช่วงที่ยังเป็นนักศึกษาได้รับรางวัลนักพูดยอดเยี่ยมของเอเชียจากการชิงแชมป์การโต้วาทีของรัฐสภาอังกฤษในเอเชียถึง 3 ครั้ง
ไซเอ็ด เป็นผู้นำกลุ่มยุวชนของพรรคเบอซาตู ของมหาเธร์ โมฮัมหมัด ทำหน้าที่โฆษกพรรค เป็นผู้ร่วมก่อตั้งพรรค และยังนั่งอยู่ในคณะกรรมการของพรรค
บทบาทของไซเอ็ดคือการผลักดันให้คนรุ่นใหม่ในมาเลเซีย เข้ามาแสดงออกในรูปพลังทางการเมือง เป็นส่วนหนึ่งทำให้พรรคเบอซาตูชนะเลือกตั้ง และมหาเธร์กลายเป็นนายกรัฐมนตรีที่อายุมากสุดในโลกด้วยวัย 92 ปี
ส่วนดางรุ่งอีกดวงที่มาพร้อมกันคือ ฮุน มณี บุตรชายคนเล็กของ ฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา
ฮุน มณี เริ่มถูกจับตาเมื่อลงสนามเลือกตั้งเมื่อปี 2556 กลายเป็นสส.ที่อายุน้อยที่สุดด้วยวัย 30 ปี โดยเป็น 1 ใน 3 บุตรชายของนายกฯฮุนเซนที่กำลังเป็นผู้สร้างเครือข่ายแห่งอำนาจใหม่ในกัมพูชายุคต่อไป
พี่ชายอีก 2 คน ของฮุน มณี คือ พล.อ.ฮุน มาเนต คุมกำลังทหารเป็นหัวหน้าคณะเสนาธิการทหารร่วมของกองทัพและผู้บังคับการทหารราบ ถัดมา พลจัตวาฮุน มานิต เป็นรองหัวหน้าสำนักนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าหน่วยข่าวกรองในกองทัพทหาร ส่วนฮุน มณี เป็นผู้กระโดดเข้าสู่วงการเมือง
อีกบทบาทของฮุน มณี คือประธานสหพันธ์ เยาวชนกัมพูชา ที่ลงไปจับกลุ่มเยาวชนที่กลายเป็นพลังสำคัญทางการเมืองสำคัญ และใกล้เคียงบทบาทของไซเอ็ด
ความน่าสนใจของทั้งไซเอ็ดและฮุน มณี ไม่เพียงแต่เนื้อหาที่พูดในการสัมมนาที่บางกอกโพสต์จัดขึ้น ที่เน้นในประเด็นคล้ายคลึงกัน เป็นการมองไปถึงคนรุ่นใหม่ การปรับตัวของประเทศ และการลงทุนเพื่ออนาคต
แต่ที่เหนืออื่นใด ก็คือเส้นทางของไซเอ็ด และฮุน มณี ที่ถูกจับตาว่า จะกลายเป็นผู้ที่มีบทบาทแห่งอนาคตของอาเซียน
แน่นอน ในวิถีการเมืองไม่มีสิ่งใดแน่นอน แต่ทว่าทั้งคู่สร้างปรากฏการณ์สำคัญให้เกิดขึ้นมาแล้ว และอยู่ที่ว่าจะรักษาสถานะ เติบใหญ่หล่อเลี้ยงเส้นทางในอนาคตได้อย่างไร
หากพลาดไม่ทำความเข้าใจ คือทำความรู้จักกับคนหนุ่ม 2 คนนี้
ต้องบอกว่า เป็นเรื่องที่น่าเสียดายจริงๆ







