เรื่องพลิก

  • วันที่ 22 พ.ย. 2561 เวลา 09:00 น.

เรื่องพลิก

เรื่อง...มะกะโรนี

ก่อนอื่น ต้องขอหยิบเรื่องราวที่ อาจารย์วรัชญ์ ครุจิต รองคณบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา คณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เล่าไว้ในเฟซบุ๊กส่วนตัว เรื่องบทเรียนจากการด่วนตัดสินคนอื่นในโลกโซเชียลที่เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกา

ท่านเล่าว่า เหตุเกิดจากกรณีที่หญิงผิวขาวรายหนึ่งซึ่งทำงานในตำแหน่งผู้จัดการร้านอาหารเม็กซิกันในเมืองเซนต์พอล มินนิโซตา ถูกไล่ออกจากตำแหน่ง

หลังจากที่มีลูกค้าผิวสีคนหนึ่ง โพสต์คลิปในทวิตเตอร์ เมื่อวันที่ 15 พ.ย.ที่ผ่านมานี้เอง ว่า ตัวเขาและเพื่อนๆ เข้าไปกินอาหารในร้าน แต่ผู้จัดการร้านไม่ยอมให้บริการ เพราะไม่เชื่อใจว่าจะมีเงินจ่าย ต้องจ่ายเงินหรือแสดงให้เห็นก่อนว่ามีเงิน ถึงจะทำอาหารตามที่สั่งให้

โดยเธอพูดว่า “พวกคุณต้องจ่าย เพราะพวกคุณไม่เคยมีเงินเลยเวลามาที่นี่” ซึ่งการกระทำแบบนี้เป็นการเหยียดหยาม และเป็นการเหยียดผิวอย่างร้ายแรง พอเห็นว่าเป็นคนดำ จึงคิดว่าจะไม่มีเงินจ่าย

คลิปดังกล่าว กลายเป็นคลิปดังที่มีคนดูถึงเกือบ 11 ล้านคน ผู้คนจำนวนมากเข้าไปโพสต์ต่อว่าร้านและผู้จัดการคนดังกล่าว บ้างก็ประกาศว่าจะบอยคอตไม่เฉียดใกล้ร้านดังกล่าวเป็นอันขาด

ความโด่งดังของคลิป สร้างปรากฏการณ์ตื่นตัว แน่นอนว่า ส่วนใหญ่ด่าทอหรือไม่ก็สาปแช่งผู้จัดการสาว กระทั่งมีสำนักข่าวเดินทางไปสัมภาษณ์ตัวผู้โพสต์คลิป

เจ้าของร้านอาหารเม็กซิกันตามข่าว จึงรีบแก้ไขสถานการณ์ ด้วยการเข้าไปขอโทษผู้โพสต์ และประกาศว่าได้ไล่ผู้จัดการที่ปรากฏในคลิปออกแล้ว รวมถึงให้พนักงานคนอื่นๆ ของร้านเข้าอบรมเรื่องการบริการเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก

เรื่องก็น่าจะจบลงแค่นั้น เช่นเดียวกับสารพัดคลิปดัง

แต่เรื่องราวกลับพลิก เมื่อมีผู้ใช้ทวิตเตอร์รายหนึ่ง ขุดประวัติของผู้ที่ทวีตคลิปนี้ และพบว่าชายผิวสีคนดังกล่าวมีพฤติกรรม “กินแล้วหนี” มาแล้วหลายครั้ง ในหลายร้าน รวมทั้งที่ร้านอาหารเม็กซิกันเจ้ากรรมนี้ด้วย

จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ผู้จัดการสาวพูดว่า “พวกคุณไม่เคยมีเงินเลยเวลามาที่นี่” ซึ่งเป็นประโยคที่เมื่อตัดมาโพสต์โดยไม่ทราบถึงเหตุผลที่แท้จริงแล้วทำให้ชาวเน็ตได้ยินแล้วปรี๊ดแตก

เมื่อกลายเป็นเหตุการณ์โอละพ่อ ร้านอาหารเม็กซิกันจึงได้แก้เกี้ยวด้วยการบอกว่าได้ตรวจสอบเรื่องนี้ใหม่ และประกาศว่า ได้เยียวยาด้วยการคืนตำแหน่งให้ผู้จัดการสาวแล้ว พร้อมทั้งขอโทษที่ทำให้เธอต้องตกอยู่ในสถานการณ์อันเลวร้าย

รองคณบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนานิด้าท่านได้ให้แง่คิดจากสิ่งที่เกิดขึ้นไว้อย่างน่าสนใจ ว่า คลิปเหตุการณ์ต่างๆ ที่เห็นกันอยู่ในโลกโซเชียลนั้น ล้วนแต่ “ตัดตอนมา” จากสถานการณ์เต็มทั้งสิ้น มีบริบท มีเบื้องหน้า เบื้องหลังของเหตุการณ์ แม้จะมีภาพ มีคลิป แต่ก็อาจจะไม่ได้บอกความจริงทั้งหมด

แน่นอนที่สุด เรื่องราวที่ยกมาไม่ใช่อุทาหรณ์ที่เกิดขึ้นครั้งแรกและครั้งสุดท้าย และควรจะเป็นอีกครั้งหนึ่งที่ทำให้เราทั้งหลายต้องเรียนรู้ เรื่องการฟังหูไว้หู จากโลกออนไลน์

โดยเฉพาะชาวเน็ตที่เป็นสาวกการเมืองอย่างเหนียวแน่น ซึ่งชาวเน็ตกลุ่มนี้ไม่ว่าจะชื่นชอบการเมืองฝ่ายไหน

หากได้ตระหนักคิดบ้าง ก็น่าจะระลึกได้ว่า ที่ผ่านมา หลายต่อหลายครั้งมักจะตกเป็นเหยื่อเรื่องราวที่ตัวเองอยากได้ยิน จนเลิกคิดไปเสียสนิทใจว่า บางที สิ่งที่เห็นหรือได้ยินจากสารพัดคลิป ก็อาจจะไม่ใช่สิ่งที่เป็น

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ