posttoday
หอสมุดแห่งชาติสิงคโปร์ คลังความรู้ของประชาชน

หอสมุดแห่งชาติสิงคโปร์ คลังความรู้ของประชาชน

12 กันยายน 2561

รัฐบาลสิงคโปร์ลงทุนและให้ความสำคัญกับ “ความรู้” มาก่อนเป็นอันดับแรก ห้องสมุดจึงเปรียบเสมือนคลังความรู้เพื่อพลเมืองของชาติ

มรกตวงศ์ ภูมิพลับ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

รัฐบาลสิงคโปร์ลงทุนและให้ความสำคัญกับ “ความรู้” มานานเพราะถือเป็นพื้นฐานสำคัญของการสร้างทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพ ห้องสมุดจึงเปรียบเสมือนคลังความรู้เพื่อพลเมืองของชาติ

สิงคโปร์มีคณะกรรมการหอสมุดแห่งชาติ (National Library Board-NLB) อยู่ภายใต้กระทรวงการติดต่อสื่อสารและข้อมูล (Ministry of Communication and Information: MCI) มีหน้าที่ดูแลหอสมุดและหอจดหมายเหตุแห่งชาติ รวมไปถึงห้องสมุดสาธารณะอีก 26 แห่งทั่วเกาะด้วยวิสัยทัศน์ “อ่านเพื่อชีวิต เป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ และเป็นชาติที่มีความรู้” ไม่เพียงแต่หนังสือเป็นเล่มๆ NLB ยังมองไปถึงการสร้างฐานข้อมูลออนไลน์ เพื่อเป็น “ห้องสมุดไร้พรมแดน (borderless library)” เชื่อมชาวสิงคโปร์กับโลกภายนอกอีกด้วย

เจ้าอาณานิคมอังกฤษคือผู้ที่เริ่มพัฒนาห้องสมุดในสิงคโปร์ เริ่มจากการสร้างห้องสมุดสถาบันสิงคโปร์ (Singapore Institution Library) ในทศวรรษที่ 1830 พร้อมพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นห้องสมุดสิงคโปร์ (the Singapore Library) ในปี 1844 และห้องสมุดและพิพิธภัณฑ์รัฟเฟิลส์ (the Raffles Library and Museum) ในปี 1874 โดยเน้นให้บริการเจ้าหน้าที่อาณานิคมและบุตรหลานก่อนพัฒนาให้เป็นห้องสมุดสาธารณะ จัดแสดงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธรรมชาติ ได้แก่ พืช และสัตว์ชนิดต่างๆ ตลอดจนภูมิศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และผู้คนท้องถิ่นในคาบสมุทรมลายู

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อญี่ปุ่นยกพลขึ้นบกเพื่อยึดสิงคโปร์ อังกฤษก็พยายามเจรจากับญี่ปุ่นเพื่อรักษาแหล่งข้อมูลที่อยู่ในห้องสมุดและพิพิธภัณฑ์ไว้

หลังสงครามในทศวรรษที่ 1950 คนนิยมใช้ห้องสมุดมากขึ้น เด็กๆ มาใช้ห้องสมุดเด็ก (the Junior Library) ซึ่งแตกแขนงมาจากห้องสมุดรัฟเฟิลส์และเป็นห้องสมุดสาธารณะอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง ปี 1969 รัฐบาลมีแคมเปญชักชวนให้ประชาชนอ่านหนังสือมากขึ้นและมีการจัดเทศกาลหนังสือเพื่อกระตุ้นการอ่าน

 

หอสมุดแห่งชาติสิงคโปร์ คลังความรู้ของประชาชน ภาพ: อาคารหอสมุดแห่งชาติสิงคโปร์ (National Library of Singapore)

ยุคปัจจุบัน รัฐบาลลงทุนสร้างอาคารหอสมุดแห่งชาติสิงคโปร์ไว้ใจกลางเมือง ไปถึงได้ด้วยบริการขนส่งสาธารณะทั้งรถประจำทางและรถไฟฟ้าใต้ดิน (สามารถลงสถานีใกล้ๆ ได้แก่ Bugis, City Hall และ Bras Basah) เปิดบริการทุกวันตั้งแต่ 10.00-21.00 น. เป็นตึกสูงทันสมัย 13 ชั้น ส่วนที่เป็นหอสมุดมี 7 ชั้น หนังสือมีถึง 7.5 ล้านเล่ม มี e-book 4.5 ล้านเล่ม ในปี 2017 มีสมาชิก 2.4 ล้านคน (เกิน 50% ของประชากรที่มีราว 5 ล้านคน) มีการใช้บริการ 25.5 ล้านครั้ง

หนังสือในหอสมุดแบ่งเป็นหลายประเภท และยังแยกหนังสือสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ ที่น่าสนใจคือมีหนังสือหลายภาษาทั้งอังกฤษ จีน มลายู และทมิฬซึ่งเป็นภาษาทางการของประเทศ นอกจากนี้ยังให้บริการสื่อโสตทัศน์จำนวนมหาศาล

ชั้นอื่นๆ เป็นศูนย์ข้อมูล เช่น หอภาพยนตร์เอเชีย อาคารนี้จึงเป็น one stop service รัฐบาลยังสนับสนุนงบประมาณพัฒนาห้องสมุดจำนวนมาก ปี 2016 ให้ถึง 230.74 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (คิดเป็น 23% ของงบกระทรวง MCI) แน่นอนว่า เจ้าหน้าที่เต็มใจให้บริการ เท่าทันความรู้ และสามารถแนะนำให้ผู้ใช้บริการได้อย่างเป็นมืออาชีพ

ความท้าทายสำหรับหอสมุดในสิงคโปร์ในตอนนี้คือ มีข้อเสนอแนะขอให้มีหนังสือเกี่ยวกับคนรักเพศเดียวกันที่เป็นประเด็นอ่อนไหวสังคมสิงคโปร์ ซึ่ง NLB อนุญาตให้นำหนังสือกลุ่มนี้เข้ามาแต่ยังจัดให้อยู่ในหนังสือหมวดของผู้ใหญ่

ความพยายามในการสร้างความรู้ให้ประชาชนในสิงคโปร์ ซึ่งมีรากฐานมาอย่างยาวนานนี้เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่รัฐบาลลงทุนและได้ผลจนผลักดันให้สิงคโปร์ก้าวขึ้นมาเป็นประเทศพัฒนาแล้ว

นี่คือหนึ่งใน “คลังความรู้ระดับชาติ” ของอาเซียนที่เราน่าศึกษาเรียนรู้

เครดิตภาพ: สุเจน กรรพฤทธิ์

 

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด เวสต์แฮม พบ อาร์เซน่อล พรีเมียร์ลีก วันนี้ 10 พ.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด เวสต์แฮม พบ อาร์เซน่อล พรีเมียร์ลีก วันนี้ 10 พ.ค.69