posttoday
เศรษฐกิจสร้างสรรค์ กับการพัฒนายั่งยืน (จบ)

เศรษฐกิจสร้างสรรค์ กับการพัฒนายั่งยืน (จบ)

11 กันยายน 2561

การขับเคลื่อนทั้งทางด้านอุปสงค์และอุปทานในภาคเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ผู้ที่มีบทบาทสำคัญที่สุดก็คือ “ภาควิสาหกิจเอกชน”

สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (ITD) www.itd.or.th 

การขับเคลื่อนทั้งทางด้านอุปสงค์และอุปทานในภาคเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ผู้ที่มีบทบาทสำคัญที่สุดก็คือ “ภาควิสาหกิจเอกชน” เนื่องจากภาคเอกชนเปรียบเสมือนกับเครื่องยนต์ที่มีประสิทธิภาพ มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนรถยนต์ให้ไปสู่เป้าหมายในระยะยาว กรณีการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ “ภาคเอกชน” ทั้งวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) หรือวิสาหกิจขนาดใหญ่ต่างมีบทบาทเป็น “ผู้สร้างอุปทาน” และ “ผู้แสวงหาอุปสงค์” ภาคธุรกิจเอกชนเป็นผู้ริเริ่มผลิตงานสร้างสรรค์และนวัตกรรมใหม่ๆ จากการว่าจ้างแรงงานที่มีทักษะ ขณะเดียวกันก็ยังเป็นผู้นำนวัตกรรมไปใช้ให้เกิดประโยชน์เชิงพาณิชย์ การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์รวมถึงการนำเสนอขายสินค้าสร้างสรรค์ออกสู่ตลาด การส่งออกทั้งเชิงการขายสินค้าหรือการให้บริการผ่านช่องทางการค้าระหว่างประเทศและการขายสินค้าในลักษณะของการเป็นเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญาของภาคเอกชน

ภาคเอกชนโดยเฉพาะวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมประสบยังปัญหาและอุปสรรคในการเป็นผู้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เนื่องจากโครงสร้างการผลิตและห่วงโซ่การผลิตของแต่ละองค์กร ความจำกัดด้านทรัพยากร กลยุทธ์ที่ใช้ในแต่ละองค์กร และความสามารถทางการตลาด และทักษะของการเป็นผู้ประกอบการ โดยเฉพาะในตลาดต่างประเทศ ภาคธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์จำเป็นต้องมีทักษะทั้งเชิงการมีคิดสร้างสรรค์ในการผลิตสินค้าที่มีเอกลักษณ์ และมีทักษะเชิงธุรกิจประกอบด้วย

จากกรณีศึกษาของการเปิดเขตการค้าเสรีอาเซียน พบว่า กลุ่มการแสดงออกทางวัฒนธรรมแบบดั้งเดิม และกลุ่มสื่อใหม่เป็นอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ที่สร้างโอกาสทางการค้าแก่ประเทศไทยมากที่สุดเนื่องจากเป็นกลุ่มที่ผู้ประกอบการไทยมีขีดความสามารถในการแข่งขันสูงอยู่แล้ว และยังได้ประโยชน์จากอัตราภาษีนำเข้าที่ปรับลดลงในอนาคต โดยประเทศคู่ค้าที่สำคัญ ได้แก่ ประเทศฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ ขณะที่คู่แข่งที่สำคัญของไทย ได้แก่ ประเทศอินโดนีเซีย กลยุทธ์ทางการตลาดของกลุ่มนี้ควรเน้นการเจาะตลาดเป็นสำคัญ

ขณะที่ยังมีอีกบางกลุ่มอุตสาหกรรมที่ประเทศไทยยังไม่มีศักยภาพในการแข่งขันมากนัก แต่อุตสาหกรรมดังกล่าวเป็นที่ต้องการในตลาดอาเซียนเป็นอย่างมาก การเน้นพัฒนาศักยภาพของอุตสาหกรรมดังกล่าวนี้จะสร้างผลประโยชน์ต่อเศรษฐกิจไทยเป็นอย่างมากภายใต้กรอบเจรจาการค้าเสรีอาเซียนภายใต้ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน สินค้าดังกล่าว ได้แก่ กลุ่มงานศิลปะ กลุ่มงานศิลปะการแสดง กลุ่มงานสื่อสิ่งพิมพ์ กลุ่มงานโสตทัศน์ และกลุ่มการออกแบบ โดยประเทศคู่ค้าในภูมิภาคอาเซียนที่พบว่ามีศักยภาพในการนำเข้าที่สูงสำหรับสินค้าในกลุ่มนี้ คือ ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์

แม้ประเทศไทยจะได้มีส่วนร่วมในข้อตกลงทางการค้าเสรีทั้งด้านการค้าสินค้าและในด้านการค้าบริการอย่างมากมาย แต่มาตรการกีดกันทางการค้าและการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของประเทศไทยยังคงมีอยู่ ประเทศไทยจึงควรปรับลดมาตรการกีดกันทางการค้าและการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในธุรกิจบริการ ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากข้อกำหนดในกฎหมายภายในประเทศและขอบเขตของข้อผูกพันต่างๆ ที่ประเทศไทยได้ผูกพันไว้

หากประเทศไทยต้องการได้รับประโยชน์จากการค้าระหว่างประเทศและการลงทุนจากต่างประเทศอย่างเต็มที่ ผู้กำหนดนโยบายของประเทศไทยควรพิจารณาปรับลดกฎเกณฑ์และมาตรการกีดกันทางการค้าและการลงทุนที่เคยเป็นอุปสรรคเพื่อเปิดรับการนำเข้าสินค้าและบริการสร้างสรรค์และการลงทุนจากต่างประเทศที่จะมีส่วนช่วยให้เกิดการต่อยอดทางความคิดเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าสร้างสรรค์ไทย และยังช่วยกระตุ้นให้เกิดการแข่งขันและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจของอุตสาหกรรมไทย นอกจากนี้ ผู้กำหนดนโยบายของประเทศไทย ยังควรพิจารณาถึงมาตรการสนับสนุนที่ช่วยส่งเสริมให้อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทยได้รับการพัฒนาและสามารถแข่งขันได้ในตลาดโลกด้วย

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ