ถามตัวเอง

  • วันที่ 10 ก.ย. 2561 เวลา 07:10 น.

ถามตัวเอง

โดย..ทองพระราม

ยังเป็นปัญหาวังวนเดิมสำหรับกรณีแท็กซี่ปฏิเสธการรับผู้โดยสาร แม้ทางภาครัฐจะมีมาตรการอย่างเข้มงวดในการเอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้เพื่อให้ปัญหาดังกล่าวหมดไป ทว่า พอเข้มงวดเอาจริงปราบปรามกันยกใหญ่พร้อมฉีดยาแรงทางกฎหมาย ก็หายไปสักพัก ประหนึ่งสำนึกได้ พอเริ่มผ่อนคลายปัญหาเดิมๆ ก็วกกลับมาให้เกิดปมคาในใจสำหรับผู้ใช้บริการพอถึงเวลาก็อยากปรับค่าโดยสาร แต่เวลารับคนดันปฏิเสธ ก็น่าแปลกใจ

เมื่อคนใช้เริ่มละเหี่ยใจหันไปหาบริการอื่นที่สะดวกทันใจไร้การปฏิเสธ ก็ออกมารวมตัวประท้วงเรียกร้องคัดค้าน เพราะมาแย่งทำมาหากินฟังแล้วก็พอเข้าใจหัวอก ว่าเงินทองไม่ว่ายุคสมัยไหนนั้นแสนหายากลำบากนัก แต่จะให้ต่อว่าต่อขานกันเรื่อยก็พานขมปาก และก็น่าเห็นใจคนขับแท็กซี่ดีๆ ต้องมาพลอยรับผลกระทบจากบรรดาโชเฟอร์แท็กซี่ที่เอาสะดวกสบายไม่ต้องขับไกลได้กำไรเต็มกระเป๋า แถมไม่ต้องเหนื่อยเสียให้เมื่อย

หากถามว่าประชาชนเหน็ดเหนื่อยและเพลียกับปัญหานี้มานานแค่ไหน ก็ต้องตอบแบบเสียงดังฟังชัดเหลือคณานับ จนระอาใจไปตามๆ กัน ซึ่งต้องยอมรับที่ผ่านมาหลายชุดรัฐบาลก็ไม่มีมาตรการอะไรเด็ดขาดจัดการกับเรื่องนี้เท่าที่ควร จนเมื่อรัฐบาล คสช.มองเรื่องนี้เป็นหน้าตาของชาติ สมควรแก่การบูรณาการยกเครื่องปรับใหญ่พร้อมฉีดยาแรง ครั้นจะแก้ถาวรชนิดเอาให้หลาบจำ ดันมิวายไร้ความกลัวเกรงต่อผลตามมา

หากจะแก้ไขเรื่องนี้จนจบ ก็คงต้องไปเริ่มตั้งแต่กระบวนการสอบใบขับขี่ แล้วเพิ่มเติมจริยธรรมให้หนักขึ้น เพราะกฎหมายที่ภาครัฐออกมาก็ค่อนข้างเข้มงวด หรือจะให้ดีก็แก้ใหม่ เพิ่มโทษทั้งจำและปรับมากขึ้น เชื่อว่าปัญหานี้ก็คงไม่หมดไป เว้นเสียแต่ประชาชนร่วมใจหันไปใช้บริการโดยสารด้านอื่นให้มากขึ้นกว่าเดิมเพื่อแก้ปัญหาให้ตรงจุดเหมือนฮุกหมัดตรงเข้าเป้าสำคัญก็เรียบร้อยโรงเรียนจีน แบบนี้จะเอาหรือไม่

ดังนั้น ไม่มีอะไรมากนอกเสียผู้ขับรถแท็กซี่ทั้งหลายที่ไร้จรรยาบรรณต้องกลับมาทบทวนตัวเองดูเสียที หากงัดกฎหมายออกมาใช้ก็จะบอกว่าใจดำเสียยิ่งกระไร รังแกคนทำมาหาเช้ากินค่ำ แถมยังต้องเช่ารถขับแต่อยากให้ลองคิดอีกมุมจากผลการกระทำนอกจากไม่เป็นผลดีต่อตัวเอง ยังส่งผลเสียต่อเพื่อนร่วมอาชีพที่เขามีนิสัยดีพร้อมรับผู้โดยสารไปส่งทุกสารทิศไม่ว่าใกล้ไกลพานต้องเดือดร้อน

เนื่องจากความเห็นแก่ตัวจึงไม่แปลกที่ผู้โดยสารส่วนใหญ่หันไปหาทางเลือกใหม่ ซึ่งได้รับความสะดวกสบายคุ้มกับเงินที่จ่าย เพราะไม่เกี่ยงจะไปไหนแถมยังปลอดภัยกว่าเสียด้วยซ้ำ ดังนั้น หากให้ประชาชนกลับมาใช้บริการตามเดิมคงต้องกลับถามตัวเองให้หนักขึ้นว่าจะปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไปหรือไม่ เพราะเสียงก่นด่ามากกว่าความเห็นใจ

ตอกย้ำชัดเจนเข้าไป หลังตำรวจนครบาลชนะสงคราม พร้อมด้วยตำรวจจราจร และตำรวจท่องเที่ยว สนธิกำลังตั้งด่านกวดขันจับกุมรถแท็กซี่ที่ปฏิเสธผู้โดยสารย่านถนนข้าวสาร โดยตั้งด่านตรวจบริเวณด้านหน้าสถานีตำรวจนครบาลชนะสงคราม บางลำพู เขตพระนคร ตั้งแต่ช่วงเวลา 13.00 น. จนถึง 15.30 น. สามารถจับกุมรถแท็กซี่ปฏิเสธผู้โดยสารได้ทั้งหมดถึง 15 คัน ในระยะเวลาเพียง 2 ชั่วโมงกว่า

การตรวจจับในครั้งนี้ เน้นแท็กซี่ที่ปฏิเสธผู้โดยสาร ตามคำสั่งของรัฐบาลที่สั่งให้กวดขันจับกุมไม่ให้มีแท็กซี่ปฏิเสธผู้โดยสาร ตำรวจยังฝากถึงประชาชน หากพบแท็กซี่ที่มีพฤติกรรมปฏิเสธผู้โดยสาร จะมีการจับกุมทันที โดยไม่มีการละเว้น ส่วนคนขับแท็กซี่ที่ถูกจับกุมไปแล้ว แต่ยังฝ่าฝืนกระทำผิดซ้ำ อาจจะต้องถูกเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ทันที หรือถูกกรมการขนส่งฯ บังคับใช้ตามกฎหมายเพื่อให้ชำระค่าปรับ

ลองคิดไตร่ตรองทบทวนให้ดีอะไรคุ้มได้คุ้มเสียมากกว่ากัน