posttoday
ผลิตภัณฑ์น้ำมันปาล์ม

ผลิตภัณฑ์น้ำมันปาล์ม

07 กันยายน 2561

โดย...รศ.ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษา การค้าระหว่างประเทศมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

โดย...รศ.ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช   ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษา การค้าระหว่างประเทศมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

วันจันทร์ที่ 3 ก.ย. 2561 ผมได้ไปบรรยายให้กับสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์ทางการค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เรื่อง "ยุทธศาสตร์การค้าและการสร้างมูลค่าเพิ่มปาล์มน้ำมัน น้ำมันปาล์มและผลิตภัณฑ์ของไทย" ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ วิภาวดี พร้อมเสวนาร่วมกับอาจารย์กฤษดา ชวนะนันท์ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม สภาอุตสาหกรรมฯ คุณศาณินทร์ ตริยานนท์ นายกสมาคมผู้ผลิตไบโอดีเซล คุณศุภชัย จินตนาเลิศ กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัท สุขสมบูรณ์ และคุณสิทธิพร จริยพงศ์ รองประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ

สำหรับมูลค่าห่วงโซ่การผลิตอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มของไทยทั้งระบบในปี 2559 เท่ากับ 2 แสนล้านบาท มาเลเซีย 1.5 ล้านล้านบาท และอินโดนีเซีย 2.5 ล้านล้านบาท ปี 2560 ไทยสามารถผลิตผลปาล์มสด (FFB) 13.5 ล้านตัน และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 14.8 ล้านตันในปี 2561 ส่วนปี 2560 ปริมาณ FFB ของมาเลเซียและอินโดนีเซียเท่ากับ 96 ล้านตันและ 152 ล้านตันตามลำดับ ส่วนปริมาณของน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) ของอินโดนีเซีย มาเลเซีย และไทย เท่ากับ 35 25 และ 2.5 ล้านตัน ตามลำดับ จะเห็นได้ว่าไม่ว่าจะมองตัวเลขด้านใดศักยภาพและขนาดของอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มของไทยเล็กกว่าของมาเลเซียและอินโดนีเซียมากโขเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม "ปาล์มน้ำมัน" ก็เป็นพืชเศรษฐกิจของประเทศไทยที่เราสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้เพราะมีครัวเรือนเกษตรกรอยู่ถึง 2 แสนครัวเรือน สิ่งที่ไทยต้องทำเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้เกิดขึ้นทั้งอุตสาหกรรมคือการผลักดันผลิตภัณฑ์น้ำมันปาล์มเพื่อไปขายในตลาดโลก ที่มีความต้องการอีกมาก กลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำมันปาล์มที่เราสามารถสร้างมูลค่าให้เพิ่มสูงขึ้นคือ "ผลิตภัณฑ์โอเลโอเคมิคัล" ซึ่งกลุ่มที่ไทยควรผลักดันคือกลุ่มอุตสาหกรรมโอเลโอเคมิคัลขั้นกลางและปลายน้ำเพราะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้อีกมาก

กลุ่มผลิตภัณฑ์โอเลโอเคมิคัลขั้นกลางมี 5 ประเภทคือ Fatty Acid, Fatty Alcohol, Glycerin, Fatty Amine และ Methly Ester และสามารถเป็นผลิตภัณฑ์โอเลโอเคมิคัลขั้นปลายได้แก่ เทียนและขี้ผึ้ง น้ำมันขนส่ง สารทำความสะอาด สารกำจัดฟอง กำจัดหมึกพิมพ์ ผงซักฟอก สารทำให้เกิดการผสมใน 2 อย่างที่ไม่ผสมกัน น้ำนม เนย ไอศกรีม น้ำมันเครื่อง พลาสติกสารเพื่อทำยางเทียม สารเพื่อทำเครื่องสำอาง สารช่วยละลาย สารประกอบทำเสื้อผ้าและเครื่องหนัง

ผมมีข้อเสนอการพัฒนาปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มในผลิตภัณฑ์แห่งอนาคตที่ตอบสนองความต้องการตลาดโลก" โดยแบ่งยุทธศาสตร์หลักๆ ออกยุทธศาสตร์หลักและรองเป็นรวมทั้งหมด 5 ยุทธศาสตร์ โดยมียุทธศาสตร์หลักคือ 1.ยุทธศาสตร์การสร้างมูลค่าเพิ่มของผลิตภัณฑ์น้ำมันปาล์มที่ตอบสนองตลาดโลก (ยุทธศาสตร์ด้านนวัตกรรม) และยุทธศาสตร์รอง ประกอบด้วย 1.ยุทธศาสตร์ด้านการตลาด 2.ยุทธศาสตร์ด้านการผลิต 3.ยุทธศาสตร์การยกระดับคุณภาพและมาตรฐาน และ 4.ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการ ซึ่งมีทั้งหมด 19 กลยุทธ์ เช่น 1.การวิเคราะห์ต้นทุนที่เหมาะสมที่สามารถแข่งขันได้ของอุตสาหกรรมโอเลโอเคมิคัล ในตลาดโลกเพราะปัจจุบันหนึ่งปัญหาของอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันและน้ำมันคือต้นทุนทั้งระบบที่สูงมากเมื่อเทียบกับมาเลเซียและอินโดนีเซีย เช่น ต้นทุนของ FFB ของไทยเท่ากับ 3.08 บาท/กก. แต่มาเลเซีย 1.5 บาท/กก.และอินโดนีเซีย 2 บาท/กก. ซึ่งก็จะส่งผลต่อต้นทุนการผลิตของ ผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของอุตสาหกรรมทั้งระบบสูงไปด้วย แต่คำถามคือ "ต้นทุนที่เท่าไรที่ไทยสามารถที่จะแข่งขันได้ในตลาดโลก"  ปัจจุบันยังไม่มีใครตอบได้ ต้องมีการศึกษาและวิเคราะห์เท่านั้น

2.การวิเคราะห์ความต้องการของตลาดในผลิตภัณฑ์โอเลโอเคมิคัลใน 3 กลุ่มหลักที่มีความต้องการ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนตัว (Personal Care) อาหาร และเครื่องสำอาง เพราะทั้งสามกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มีความต้องการในปัจจุบันและอนาคตสูง 3.ผลักดันผลิตภัณฑ์น้ำมันปาล์มเพื่อสุขภาพของอาเซียน กลยุทธ์ต้องการสร้างความแตกต่างจากมาเลเซียและอินโดนีเซียที่เน้นอุตสาหกรรมหนักๆ และด้วยแนวโน้มสุขภาพของ ผู้บริโภคทั่วโลก ไทยมีความพร้อมด้านอุตสาหกรรมสุขภาพ ความต้องการของคนญี่ปุ่นเริ่มมีความต้องการสินค้าประเภทนี้ทดแทนกลุ่มน้ำมันเพื่อบริโภคโดยตรง เช่น น้ำมันมะกอก เป็นต้น 4.ผลักดันให้ปาล์มน้ำมัน  น้ำมันปาล์มและผลิตภัณฑ์เป็นพืชเศรษฐกิจที่ต้องเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันเพื่อการส่งออก ปัจจุบันประเทศยังส่งออกปาล์มน้ำมันน้อยมากเมื่อเทียบกับมาเลเซียและอินโดนีเซีย จาก CPO ที่ไทยผลิตได้ 2.5 ล้านตัน ไทยส่งออกเพียง 2 แสนตัน ในขณะที่มาเลเซียและอินโดนีเซียส่งออก 16 และ 24 ล้านตัน หากไทยต้องการผลักดันการส่งออกต้องเพิ่มศักยภาพการแข่งขันผ่านต้นทุนการผลิตที่ต้องแข่งขันได้  5.สร้างฐานข้อมูลอภิมหาข้อมูล (Big Data) เพื่อคำนวณต้นทุนปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มแม้ว่าวันนี้ ไทยจะมีต้นทุนการผลิตของปาล์มน้ำมันก็ตาม แต่ยังเป็นต้นทุนภาพรวมของประเทศ ยังไม่มีการแยกต้นทุนตามภูมิภาคและจังหวัด รวมไปถึงพื้นที่ปลูก และผลผลิตต่อไร่ เป็นต้น 6.คำนวณโครงสร้างราคาปาล์มใหม่ ข้อนี้เป็นข้อเสนอของกลุ่มเกษตรกรที่อยากจะให้ประเทศไทยมีการคิดคำนวณราคา FFB ใหม่ตามที่มาเลเซียคิด ปัจจุบันการคิดราคาผลปาล์มของไทย คิดคำนวณเฉพาะส่วนที่เป็นผลชั้นเปลือกนอก (Mesocarp) เป็นเนื้อเยื่อเส้นใย โดยไม่คิดคำนวณเนื้อใน (Kernel) ในขณะที่มาเลเซียคิดคำนวณราคาทั้งสองส่วน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท