
ไร้ความหวังสิ้นดี
มันเป็นไปได้อย่างไร กับการพิจารณาให้ความเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2561 วงเงิน 3 ล้านล้านบาท
โดย..หงส์แดง
บอกตามตรงแบบไม่อ้อมค้อมเลยนะครับว่า โดยส่วนตัวแล้วเป็นคนหนึ่งที่นับถอยหลังอยากให้ถึงวันเลือกตั้งเร็วๆ ไม่ใช่เป็นเพราะนิยมชมชอบพรรคการเมืองหรือนักการเมืองใดๆ ทั้งสิ้น แต่รู้สึกสิ้นหวังกับการทำงานของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) อย่างถึงที่สุดแล้ว
ฟางเส้นสุดท้ายอยู่ที่การพิจารณาให้ความเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 วงเงิน 3 ล้านล้านบาทของ สนช. เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
มันเป็นไปได้อย่างไรครับ ที่สภาใช้เวลาในการพิจารณาและลงมติเป็นรายมาตราทั้งหมด 61 มาตรา เพียง 3 ชั่วโมง พูดง่ายๆ 1 ชั่วโมงที่ผ่านไป หมายถึงเงิน 1 ล้านล้านบาท
ตอนแรกก็อยากมองด้วยใจเป็นธรรมนะครับว่า เป็นการสร้างบรรยากาศการทำงานในสภาที่ราบรื่น เพราะก่อนหน้านี้ สมัยที่สภาเป็นสภาของนักการเมือง เวลาอภิปรายกฎหมายงบประมาณ แทบอยากจะปิดวิทยุและโทรทัศน์ทันที มีแต่การประดิษฐ์โวหารและเสียดสีกันไปมา ไม่ได้สร้างสาระอะไรแก่ประชาชน แต่พอเห็นสิ่งที่ สนช.ทำแล้ว ก็ได้แต่ทำใจและอดทนเท่านั้นจริงๆ
การให้ฝ่ายนิติบัญญัติเข้ามาพิจารณากฎหมายงบประมาณนั้น นับว่าเป็นเรื่องใหญ่และสำคัญมาก เพราะเป็นหลักกฎหมายที่ถูกพัฒนามาหลายร้อยปีจากพวกยุโรป
เวลานั้นผู้ปกครองใช้อำนาจตามอำเภอใจ การเก็บภาษีประชาชนเพื่อใช้ในการก่อสงคราม จนสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน จึงนำมาสู่หลักการ No Taxation Without Representation หรือ “ไม่มีภาษีโดยไม่มีผู้แทน”
หลักการดังกล่าวหมายความว่าหากฝ่ายบริหารต้องการเก็บภาษีจากประชาชน รวมไปถึงการนำภาษีมาใช้เป็นงบประมาณของแผ่นดิน จะต้องจัดทำเป็นกฎหมายและให้สภาที่เป็นตัวแทนของประชาชนให้ความเห็นชอบก่อน
ระบบกฎหมายของไทยก็ได้รับเอาหลักนี้มาปรับใช้ จึงเป็นที่มาของการมีกฎหมายเกี่ยวกับการจ่ายเงินแผ่นดินระดับพระราชบัญญัติหลายฉบับ เช่น พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ร.บ.การโอนงบประมาณ รวมไปถึง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวินัยการเงินการคลัง
แต่ดูสิ่งที่ สนช.ได้แสดงออกมาผ่านการพิจารณาร่างกฎหมายงบประมาณรายจ่ายประจำปีครั้งล่าสุด ไม่ต่างอะไรกับการเป็นโรงงานผลิตกฎหมายให้กับรัฐบาล มิพักต้องบอกว่า สนช.ได้ทำหน้าที่ในฐานะผู้แทนปวงชนชาวไทยหรือไม่
เร็วๆ นี้ สนช.กำลังจะมีงานแถลงข่าวโชว์ผลงานในรอบ 4 ปี โดยเฉพาะการอ้างตัวเลขกฎหมายที่ผ่าน สนช.มากกว่า 300 ฉบับ
สนช.ดูเหมือนจะภูมิใจกับตัวเลข 300 พอสมควร แต่นั่นก็เป็นแค่เรื่องปริมาณเท่านั้น เพราะคุณภาพของการทำงานยังถูกตั้งคำถามมาตลอด 4 ปี
ผมเป็นเหมือนคนไทยหลายๆ คนที่ชอบให้บ้านเมืองสงบและมีความเรียบร้อย แต่ในความสงบเรียบร้อยที่ว่านั้น จะต้องมีความถูกต้องชอบธรรมอยู่ในนั้นด้วย
ไม่ใช่ความสงบที่แฝงไว้ด้วยความมืดอย่างนี้







