posttoday
3 เดือนแก้จราจร

3 เดือนแก้จราจร

19 สิงหาคม 2561

กลายเป็นเผือกร้อนที่เรียกได้ว่าร้อนสุดๆ สำหรับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการรับโจทย์ของ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

กลายเป็นเผือกร้อนที่เรียกได้ว่าร้อนสุดๆ สำหรับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการรับโจทย์ของ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และอีกบทบาทกับตำแหน่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ที่มั่นหมายว่าการจราจรเมืองกรุงเทพฯ ที่รถติดขัดในชั่วยามเร่งด่วนจะต้องคลี่คลายให้ได้ภายใน 3 เดือน

3 เดือนกับปัญหาหมักหมมมานับ 10 ปี การแก้ไขจะทำได้จริงหรือ เพราะอย่างที่รู้กันดีว่าปริมาณรถยนต์มันมากกว่าพื้นที่ถนนในกรุงเทพฯ จะรองรับได้ และรถยนต์ จักรยานยนต์ รถโดยสารสาธารณะทั้งหลาย ก็อัดแน่นไปแทบจะทุกชั่วยามแล้วในขณะนี้

โจทย์ของบิ๊กตู่นายกรัฐมนตรีของประเทศไทยในยามนี้ คือ การกระตุ้นให้ประชาชนใช้ระบบขนส่งสาธารณะทั้งรถราง เรือ ให้มากยิ่งขึ้น บวกกับวินัยการจราจรของผู้ขับขี่ที่ต้องเกิดการบังคับอย่างเข้มข้น และเข้มงวดมากกว่าเดิม รวมถึงต้องเพิ่มเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในแง่การจัดการแทนกำลังคน นั่นก็คือในส่วนของตำรวจ

ว่ากันตามตรง ดาบบุญว่าปัญหาหลักนั้นอาจจะเป็นเพราะเรื่องวินัยจราจรที่มีส่วนอย่างมาก รวมถึงการตั้งด่านตรวจด่านเข้มงวดจราจรที่อาจไม่เอื้อกับสภาพคล่องของการจราจร แม้ในช่วงแรกกว่าขวบปี หากจำกันไม่ผิดแล้ว กองบัญชาการตำรวจนครบาล หรือ บช.น. มีมาตรการไม่ให้ตั้งด่านเพื่อให้การจราจรคล่องตัวมากที่สุด

เมื่อด่านไม่มี วินัยก็ยิ่งแย่ลง ผู้ขับขี่โฟกัสกันไปที่คำว่าไม่มีด่าน แล้วขับขี่อย่างไรก็ได้ ขอแค่ไปเร็ว ให้ถึงที่หมาย

แต่ผลที่เกิดขึ้นแล้วหากมีอุบัติเหตุขึ้นมา ยกตัวอย่างเช่น หากไม่มีด่านกวดขันวินัย คนขับจักรยานยนต์เห็นช่วงจังหวะว่างระหว่างรอไฟแดง ขอบิดคันเร่งผ่านแยกไปหน่อย แต่ดันไปเจอรถทางไฟเขียววิ่งเข้ามาชนเข้าไปเต็มๆ

อย่างนี้รถติดอีกระนาว และติดแต่ละทีก็ไม่ใช่แค่ 5-10 นาที แต่แน่นอนว่าคนกรุงฯ คงรู้ดีว่ามันลากยาวถึง 30 นาทีเป็นอย่างน้อย

วินัยไม่มี การจราจรบนท้องถนนก็สุ่มเสี่ยงจะแย่กว่าเดิม แต่หากมีการกวดขันแล้วก็ต้องร่างแผนวางแผนกันให้ดี หรือใช้เทคโนโลยีบันทึกภาพปรับกันให้จริงจัง และเชื่อมโยงระบบให้ครอบคลุม หรือปรับค่าปรับกันขึ้นไปให้สูงมากกว่าเดิม จนทำให้คนเกรงกลัวที่จะทำผิด ดาบบุญก็เชื่อว่าจะช่วยได้แน่นอน แม้การจราจรอาจจะไม่คล่องตัวมากกว่าเดิม แต่ความปลอดภัยมันเพิ่มขึ้น ก็ดีกว่าไม่มีอะไรที่ดีเกิดขึ้นบนท้องถนนเลย

เพราะต้องไม่ลืมว่าปริมาณรถมันมากกว่าพื้นที่ถนนจะรองรับได้ ทำอย่างไรมันก็อาจจะติดเหมือนเดิม แต่หากให้ทุเลาลงก็คงจะเป็นไปได้มากกว่า มากกว่าที่จะให้ทุกท้องถนนมีความลื่นไหล

แต่ในเมื่อคนระดับผู้นำประเทศ มองขาดว่าการแก้ปัญหาน่าจะเห็นผลได้ใน 3 เดือน ประชาชนตาดำๆ อย่างเราๆ ท่านๆ ก็ต้องให้ความเชื่อมั่นและดูว่าผลสัมฤทธิ์มันจะออกมาเป็นหัวหรือเป็นก้อย

อีกอย่างข้อมูลในระดับที่ พล.อ.ประยุทธ์ มีในมือ ก็ต้องเชื่อได้ว่าทีมงานต้องป้อนให้อย่างแน่นปึก และวิเคราะห์จนถึงกึ๋นของปัญหาแล้วถึงกล้าบอกว่าอีก 3 เดือนจะเห็นผล คงไม่ได้พูดกันขึ้นมาลอยๆ เพื่อเอาอกเอาใจคนกรุงเทพฯ อย่างแน่แท้

นาทีนี้ขอเชื่อไว้ก่อน อีก 3 เดือนข้างหน้ามาว่ากันใหม่ว่าจะเห็นผลหรือไม่ จะมีเสียงชื่นชมไปยังรัฐบาล หรือก่นด่าทั้งออกเสียงและด่าในใจ เดี๋ยวก็ได้รู้กัน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท