posttoday
ส่องยานยนต์อาเซียน ผลกระทบสงครามการค้า

ส่องยานยนต์อาเซียน ผลกระทบสงครามการค้า

02 สิงหาคม 2561

โดย...Economic Intelligence Center (EIC) ธนาคารไทยพาณิชย์

โดย...Economic Intelligence Center (EIC) ธนาคารไทยพาณิชย์

คงปฏิเสธไม่ได้ว่าหนึ่งในความสนใจของทั่วโลกในเวลานี้ คือ สงครามการค้าของสหรัฐกับนานาประเทศ โดยเฉพาะการปรับขึ้นภาษีนำเข้ากลุ่มยานยนต์เป็น 25% ซึ่งจะกระทบโดยตรงต่อการส่งออกกลุ่มยานยนต์ของไทย และเพื่อนบ้านในอาเซียน อย่างมาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม จากข้อมูลของ Organisation Internationale des Constructeursd ‘Automobiles พบว่าปี 2017 ปริมาณผลิตรถยนต์รวมของทั้ง 5 ประเทศ มีจำนวน 4,018,607 คัน คิดเป็น 16% ของการผลิตรถยนต์ของเอเชียยกเว้นจีน และทั้ง 5 ประเทศยังมีมูลค่าส่งออกกลุ่มยานยนต์ถึง 47,664 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 37% ของมูลค่าส่งออกกลุ่มยานยนต์ทั่วเอเชียยกเว้นจีนอีกด้วย

จากคาดการณ์ของ Bloomberg และ J.P. Morgan มองว่าผู้บริโภคในสหรัฐมีแนวโน้มได้รับผลกระทบที่ต้องแบกรับภาษีที่สูงขึ้น หากข้อบังคับในการปรับขึ้นภาษีดังกล่าวฯ ของสหรัฐ มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ เนื่องจากสินค้ากลุ่มยานยนต์ที่จำหน่ายในสหรัฐราว 40% ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการ โดยอีไอซีมองว่า สหรัฐมีโอกาสสูงที่จะปรับขึ้นภาษีนำเข้ายานยนต์ตามที่ประกาศไว้ หากผลการสอบสวนบ่งชี้ว่าการค้าในอุตสาหกรรมยานยนต์ระหว่างประเทศในปัจจุบันมีผลคุกคามความมั่นคงของสหรัฐ ซึ่งคาดว่ากระทรวงพาณิชย์สหรัฐจะมีผลการสอบสวนเบื้องต้นช่วงปลายเดือน ส.ค.นี้ เพื่อให้ประธานาธิบดี ทรัมป์ พิจารณาภายใน 90 วัน ซึ่งหากทรัมป์เห็นชอบผลการสอบสวนเบื้องต้นนี้ จะสามารถประกาศความคืบหน้าของภาษีนำเข้ากลุ่มยานยนต์ ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในช่วงต้นเดือน พ.ย. ปี 2018

ทั้งนี้ จากการวิเคราะห์ของอีไอซีพบว่ากลุ่มอาเซียนมีแนวโน้มได้รับผลกระทบเล็กน้อย เนื่องจากเน้นส่งออกในกลุ่มยานยนต์ไปในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก และมีสัดส่วนการส่งออกกลุ่มยานยนต์ไปยังสหรัฐ เพียง 3,124 ล้านดอลลาร์ คิดเป็น 6% แต่เมื่อพิจารณาเป็นรายประเทศแล้วพบว่า เวียดนามและฟิลิปปินส์ มีแนวโน้มได้รับผล
กระทบสูงสุด เนื่องจากทั้งสองประเทศพึ่งพาการส่งออกชิ้นส่วนยานยนต์ไปสหรัฐสูงถึง 15% และ 20% ตามลำดับ ในขณะที่มูลค่ากลุ่มยานยนต์ของไทยไปยังสหรัฐปี 2017 อยู่ที่ราว 1,000 ล้านดอลลาร์ คิดเป็น 4% เท่านั้น

อย่างไรก็ดี นอกจากผลกระทบจากสงครามการค้าของสหรัฐที่ได้กล่าวไปข้างต้น อีไอซีมองว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ อาเซียนอาจได้รับอานิสงส์ จากโอกาสในการลงทุนที่ตามมา โดยเฉพาะการลงทุนจากผู้ผลิตรถยนต์ที่ได้รับผลกระทบทั้งในสหรัฐและจีน เช่น กรณี Harvey Davidson ผู้ผลิตรถจักรยานยนต์สัญชาติอเมริกัน ที่ก่อนหน้านี้ได้เตรียมมาสร้างโรงงานในไทยเพื่อรองรับตลาดเอเชีย ได้ประกาศที่จะย้ายกำลังการผลิตสำหรับการส่งออกไปตลาดยุโรปออกจากโรงงานในสหรัฐ เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากนโยบายตอบโต้ทางภาษีของสหภาพยุโรปต่อสินค้าจากสหรัฐ โดยอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะขยายกำลังการผลิตเพิ่มเติมให้กับโรงงานเดิมที่อยู่ในบราซิล อินเดีย หรือโรงงานใหม่ในไทย รวมไปถึงการลงนามความร่วมมือการผลิตระหว่าง General Motors ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติอเมริกัน กับ Vinfast บริษัทในเครือ Vingroup กลุ่มธุรกิจรายสำคัญของเวียดนาม นอกจากนี้ จากรายงานของ Nikkei Asia ยังพบว่าผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติจีนมีแนวโน้มที่จะขยายฐานการผลิตและส่งออกใน
อาเซียนแทนการลงทุนในสหรัฐ

สำหรับผู้ประกอบการไทย แม้ว่าจะมีแนวโน้มได้รับผลกระทบโดยตรงจากสงครามการค้าของสหรัฐเพียงเล็กน้อย แต่เราจำเป็นต้องติดตามและจับตามองท่าทีและการเปลี่ยนแปลงด้านนโยบายของประเทศคู่ค้าสำคัญของสหรัฐ อย่างสหภาพยุโรป ญี่ปุ่น และจีน ที่อาจตามมา รวมไปถึงท่าทีของผู้ผลิตรถยนต์ในสหรัฐ ที่เริ่มมีการรวมตัวกันเพื่อกดดันให้รัฐบาลทบทวนถึงผลกระทบต่อผู้บริโภคที่อาจขยายไปสู่การจ้างงาน อีกทั้งแนวโน้มในการออกนโยบายด้านการลงทุนของประเทศต่างๆ เพื่อตอบโต้รัฐบาลสหรัฐ ในระยะต่อไป ซึ่งอาจส่งผลกระทบทางอ้อมต่อไทยในด้านอื่นๆ เช่น การย้ายกำลังการผลิตกลับของค่ายรถยนต์ หรือการชะลอตัวของ FDI ในอุตสาหกรรมยานยนต์ เป็นต้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท