เดายาก

วันที่ 08 มิ.ย. 2561 เวลา 11:07 น.
โดย...นายป.

คอการเมืองคาดการณ์กันไม่ถูกว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าในพื้นที่ปลายด้ามขวาน 14 จังหวัดภาคใต้ ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เคยครอบครองมากที่สุดแบบส่งเสาไฟฟ้าลงประกวดก็ชนะเลือกตั้งแบบนอนมาได้อีกหรือไม่ เมื่อ สุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย ตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไปเพื่อสานต่อแนวทางการปฏิรูปประเทศ  

คนปักษ์ใต้รู้จักพรรคประชาธิปัตย์ดี พอๆ กับรู้จักสุเทพ นักการเมืองที่มีชื่อเสียงที่สุดในภาคใต้ ณ เวลานี้ สุเทพอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์มากว่า 30 ปี ในทางการเมืองพรรคประชาธิปัตย์ขยับไปทางไหนสุเทพรู้ทันหมด เซียนการเมืองทางภาคใต้รับรู้ดีว่าสุเทพเชี่ยวชาญการเมืองตั้งแต่ระดับท้องถิ่นไปจนถึงระดับชาติหรือการเมืองนอกถนน และยังเป็นคีย์แมนของพรรคประชาธิปัตย์คนสำคัญในฐานะผู้จัดตั้งรัฐบาล อาจกล่าวได้ว่าพรรคประชาธิปัตย์เข้มแข็งมาได้เพราะสุเทพ   

สุเทพคงคล้ายๆ หรือเหมือนกับ เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แกนนำพรรคภูมิใจไทย ที่สามารถปลดแอกตัวเองจากพรรคที่อยู่ใต้เงา “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี มาตั้งพรรคเองได้ เหมือนกับสุเทพกำลังปลดแอกทางการเมืองจากพรรคประชาธิปัตย์เพื่อมาสร้างอาณาจักรใหม่ของตัวเองภายใต้ชื่อ รปช. จะทำสำเร็จหรือไม่ยังตอบไม่ได้ในเวลานี้จนกว่าจะถึงวันเลือกตั้ง

แน่นอนตอนนี้สมรภูมิเลือกตั้งในภาคใต้ร้อนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อ รปช.เปิดศึกกับ ปชป. เพราะแนวร่วมหรือฐานเสียงของทั้งสองพรรคกลุ่มเป้าหมายกลุ่มเดียวกัน ต้องงัดกลยุทธ์สู้กันเต็มที่ จึงเป็นการวัดฝีมือสุเทพอีกครั้งว่าจะยังเป็นแม่เหล็กดึงดูดให้คนปักษ์ใต้เลือกอีกหรือไม่ เหมือนเมื่อครั้งชุมนุมใหญ่ชัตดาวน์กรุงเทพฯ เมื่อปี 2557 นำมวลมหาประชาชนมาโค่นล้มรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แต่คราวนี้จะนำมวลมหาประชาชนคนใต้เทคะแนนนิยมเลือก พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรีได้ไปต่อหรือไม่ ทำให้การแข่งขันชิง สส.ในทุกจังหวัดภาคใต้เดิมพันสูงกว่าครั้งไหนๆ  

ในอดีตใครจะดีจะเก่งหรือจะดังมาจากไหน จะลงสมัคร สส.พรรค ปชป.ในพื้นที่ภาคใต้ลงยาก เพราะฐานเสียงส่วนใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้ยึดติดแนวคิดท้องถิ่นนิยม เลือกพรรคมากกว่าเลือกตัวบุคคล คล้ายภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แต่การแข่งขันรอบนี้จะเป็นการวัดกันระหว่างความนิยมในตัวพรรคประชาธิปัตย์ กับความนิยมในตัวบุคคล คือ สุเทพในฐานะแกนนำมวลมหาประชาชน

อนาคตการเมืองสุเทพ และพรรครวมพลังประชาชาติไทย จะลงเอยเหมือน พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ และเอนก เหล่าธรรมทัศน์ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ทิ้งบ้านเก่าไปตั้งพรรคมหาชน แต่แล้วผ่านไปไม่ประสบผลสำเร็จเป็นเพียงพรรคเล็กๆ ไร้อำนาจต่อรอง แล้วเวลาก็หมุนวนมาตอนนี้ที่สุเทพ กับเอนก กำลังตั้งพรรคมาแข่งกับพรรคบ้านเกิดตัวเองจะกลายเป็นพรรคเล็กเหมือนไม้ประดับ หรือพรรคขนาดกลางแต่อำนาจต่อรองสูงเหมือนพรรคภูมิใจไทยของเนวิน 

เป็นเรื่องท้าทายทางความคิดหรืออุดมการณ์อย่างมากว่าการเมืองในภาคใต้จะเลือกหนทางใด เป็นเรื่องที่คาดเดาได้ยากจริงๆ